นายเป็นพ่อของลูก

ตอนที่ 35มีคนรอเขากลับบ้านอยู่นะ

ตอนที่ 35มีคนรอเขากลับบ้านอยู่นะ

ประยงนั่งในเก้าอี้สำนักงานและขยี้คิ้วอย่างเหนื่อยล้า

ทันใดนั้นนึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างดวงตาของฉันสว่างขึ้น แต่ฉันส่ายหัวด้วยความไม่เห็นด้วย

อยู่ๆ เขาก็คิดถึงอะไรบางอย่างจนเหม่อไป แต่ก็ได้ส่ายหน้าสลัดความคิดออกไป

เขาไม่อยากให้ใครเห็น เรื่องส่วนตัวของเขา เขาปฏิบัติกับคนอื่นอย่างไร ไม่ควรจะให้คนนอกวิจารณ์

ชีวิตของเขา ทำไมต้องไปให้พวกขี้นินทามาตัดสิน?

ความอิ่มเอมของเช้านี้ก็ถูกคนพวกนี้ทำลายไปแล้ว

ประยงกุมขยับตัวเองแล้วอยู่ๆ ก็คิดถึงญาอี๋กับซีซั่น

คงเป็นเพราะเขามาลูก จิตใจก็เลยดูอ่อนโยนขึ้น

พอเข้าคิดถึงสองคนนั้น ความรู้สึกแย่ในใจก็จางหายไปเลย

เดี๋ยวก่อน....ทำไมญาอี๋ถึงอยู่ในนั้นล่ะ?

ประยงตกใจ

ทำไมถึงคิดถึงญาอี๋เหมือนกันละ?

ประยงส่ายหัว ทำให้สมองโล่งแล้วค่อยไปทำงานต่อ

....

ญาอี๋พาซีซั่นไปเดินเล่น

ซีซั่นลากเธอเข้าไปในตลาด แล้วทำหน้าอ้อนใส่เธอ “หม่ามี๊ พวกเราซื้อผักกลับไปมั้ยครับ? ผมอยากกินข้าวฝีมือหม่ามี๊”

“ได้สิจ๊ะ แต่ว่า...แดดดี้จะยอมให้พวกเราทำอาหารที่บ้านเหรอ? บ้านเขาก็มีคนใช้แล้วนะ...”ญาอี๋สองจิตสองใจ

เธอยังรู้สึกกลัวประยงจะโกรธขึ้นมา

“แดดดี้ต้องเห็นด้วย เชื่อเถอะครับ” ซีซั่นตอบ “ยังให้แดดดี้ได้ลองชิมฝีหม่ามี๊ดูด้วยนะ!”

ญาอี๋หน้าแดงเล็กน้อย “ฝีมือหม่ามี๊ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น เขาที่กินของดีมาตลอดคงไม่สนใจกับข้าวฝีมือหม่ามี๊หรอก...”

“หม่ามี๊อย่าคิดแบบนี้สิครับ” ซีซั่นพูดขึ้น “หม่ามี๊เก่งจะตาย อีกอย่าง ครอบครัวของพวกเรามันยากมากกว่าจะแก้ปัญหาได้...อย่างน้อยก็ได้อยู่ด้วยกันกินข้าวด้วยกันนะครับ?”

ญาอี๋เห็นแววตาอ้อนวอนของซีซั่นก็เลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง “ก็ได้ จะกินอะไรเหรอ?”

ซีซั่นที่เห็นญาอี๋พูดอย่างนั้นก็ดึงมือของเธอเขาไปในตลาดอย่างดีอกดีใจ แล้วยิ้มก็ยิ่งมีเลศนัยเพิ่มมากขึ้น

เขารู้ว่าการที่ผู้หญิงคนหนึ่งอยากจะมัดใจผู้ชายก็จะต้องมัดใจปากท้องของชายเสียก่อน!

การที่คนในครอบครัวกินข้าวด้วยกันถือเป็นการเพิ่มความรักใคร่ได้มากขึ้นเลยนะ!

….

สองหม่ามี๊ลูกเดินกันจนเหนื่อย แล้วหิ้วของถุงใหญ่กลับตระกูลปนันท์

เมื่อคนใช้เห็นอย่างนั้นก็รีบเข้าไปช่วยถือของทันที “คุณค่ะนี้คือ...ทำไมซื้อของมาเยอะแยะแบบนี้ละคะ ให้ฉันช่วยถือเถอะค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ” ญาอี๋โล่งใจขึ้นหน่อย “ซีซั่นควรจะให้ฉันทำกับข้าวให้กิน ก็เลยซื้อของมาเองหมดเลย เย็นนี้เดี๋ยวฉันจะลงครัวทำกับข้าวเองนะคะ พวกคุณไม่ต้องทำได้มั้ยค่ะ?”

คนใช้ตอบรับ “เข้าใจแล้วค่ะ” ตอบญาอี๋ด้วยรอยยิ้ม “ได้เลยค่ะ พวกเราก็จะได้พักผ่อนอย่างมีความสุขบ้าง แต่ถ้าต้องการให้ช่วยอะไรก็เรียกใช้พวกเราได้เลยค่ะ”

ญาอี๋พยักหน้า แล้วมองดูนาฬิกาและถามขึ้น “ปกติคุณผู้ชายของพวกคุณกลับมาตอนไหนเหรอ?”

“ปกติคุณผู้ชายจะกลับมาประมาณหกโมงครึ่งค่ะ” คนใช้ตอบ

ญาอี๋ตกใจแล้วรีบเข้าไปในครอบเพื่อนเริ่มทำอาหาร

ซีซั่นมองญาอี๋เข้าไปในครัวแล้วยิ้มตาหยี่ แล้วค่อยๆ ย่องไปที่โทรศัพท์แล้วโทรหาประยง

ประยงรับสายอย่างเร็ว “มีอะไรเหรอ? คุณหนูเป็นอะไร?”

“แดดดี้ ผมเอง” ซีซั่นตอบเสียงเบา

“ซีซั่น? มีอะไรเหรอ?” ประยงถาม “อีกแปบแดดดี้ก็จะเลิกงานแล้วใช่มั้ยครับ”

“แล้ววันนี้จะกลับบ้านมาทานข้าวมั้ยครับ?” ซีซั่นถาม

“ต้องไปอยู่แล้วสิครับ” ประยงทำหน้าเอ็นดูแล้วพูดต่อ “หม่ามี๊ไปแล้วเหรอ? ถ้ายังไม่ไปก็บอกให้เธอรอทานข้าวด้วยกันสิ”

“ได้ครับๆ” ซีซั่นตอบอย่างดีใจ “งั้นพวกผมจะรอแดดดี้กลับบ้านนะครับ”

ประยงวางโทรศัพท์ลง ในใจของเขามีแต่ความตื้นตันใจ

ถึงจะรู้สึกแปลกๆ แต่เขาก็ชอบ

เหมือนนกที่เหนื่อยจะตกกลับรัง และเรือใบที่ต้องเทียบท่า

ความรู้สึกที่จะได้กลับไปเจอกันอีกครั้ง ความรู้สึกปลอดภัย

มีคนรอเขากลับบ้านอยู่นะ

เขาไม่ต้องเผชิญหน้ากับบ้านร้างอีกต่อไป

เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว ประยงก็รีบทำงานอย่างตั้งใจ ความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งวันนี้เสร็จงานเร็วกว่าเมื่อก่อนเป็นอย่างมาก

ประยงมองไปยังนาฬิกาก็เห็นว่าถึงเวลาเลิกงานพอดี ก็เลยรีบเก็บของแล้วออกจากที่ทำงาน

ในตอนขับรถก็คิดอยู่ตลอดว่าถ้ากลับบ้านไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

กลับบ้านเหรอ?

ที่นั้นถูกเขามองว่าเป็นบ้านแล้วงั้นเหรอ?

ประยงยิ้มขึ้น

เพียงผ่านไปไม่กี่วัน ในเวลาเพียงไม่กี่วันเขายอมรับบทบาทของเขาในฐานะแดดดี้ และกลายเป็นคนนุ่มนวลขึ้นมาก

เขาเหยียบคันเร่งแล้วรถก็ขับเร็วบนถนน เพื่อจะได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ

คนใช้เห็นรอยยิ้มอย่างลึกลับ

ประยงเข้ามาในบ้านก็ได้กลิ่นอาหารที่แปลกไปจากเดิม ซึ่งทำให้เขาหิวขึ้น

“วันนี้เปลี่ยนเมนูแล้วเหรอ?” ประยงถาม “ดูไม่เหมือนปกติที่ทำเลยยะ”

คนใช้แค่ยิ้มขึ้น แล้วก็ช่วยเขายกของ

ประยงคลายเน็กไทออกแล้วเดินไปยังห้องครัว

Bình Luận ()

0/255