ตอนที่17 หึงหวง

ความเร็วของรถไฟเบาะเขียวเป็นที่รู้จักกันดี ในรถมีแต่เสียงกระซิบกระซาบของฉินลี่เยี่ยที่ถูกยั่วยุโดยกู้เจ๋ออวี่โดยมีจุดประสงค์คือใช้โอกาสนี้ในการบอกใบ้ให้เฉียวอวี่ถงรู้จักบอสใหญ่ให้มากขึ้น

"ถงถงผมจะบอกคุณให้นะ ลี่เยี่ยน่ะเป็นคนไม่ค่อยพูดแถมยังไม่ค่อยแสดงออกด้วย แต่ว่าเขาน่ะเป็นคนที่รักใครรักจริงนะ อย่างคราวนี้พอรู้ว่าคุณกำลังตกอยู่ในอันตราย เขาก็ร้อนใจซะจนไม่คิดหน้าคิดหลังเลยทีเดียวล่ะ"

"ลุงกู้ หม่ามี๊มีอันตรายอะไรเหรอครับ?"

เสี่ยวจิ่นขัดจังหวะ ทำให้การสนทนาต้องหยุดชะงัก แล้วหัวข้อการสนทนาก็เปลี่ยนไป

เขายังเล่าถึงประสบการณ์ของฉินลี่เยี่ยตอนที่เป็นทหาร

"เคยเป็นทหารจริงเหรอ?" ครั้งก่อนเธอคิดว่าเสี่ยวจิ่นแค่พูดเล่น หรือไม่ฉินลี่เยี่ยก็อาจจะเคยพูดเล่นๆกับเสี่ยวจิ่นแล้วเขาจดจำมา

"ฉันคิดว่า......"

ฉินลี่เยี่ยพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น

"กองกำลังพิเศษน่ะ ลี่เยี่ยยังมีผลงานยอดเยี่ยมที่สุดในกองทัพด้วยนะ!" กู้เจ๋ออวี่ยังพูดอวยฉินลี่เยี่ยไม่หยุด "คุณเป็นทหารเกณฑ์ ..."

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย เฉียวอวี่ถงไม่อยากจะคิดถึงวันข้างหน้า แค่ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว

เฉียวอวี่ถงยิ้มอย่างอึดอัดใจ

“แน่นอนว่าคุณเองก็ยอดเยี่ยมเหมือนกันนะพี่สะใภ้ ดังนั้นพวกคุณจึงเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมาก แต่ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่เหมาะกับเขา

คุณก็สามารถมาหาผมได้”

"กู้เจ้ออวี่ออกมากับฉัน"

ในรถมีคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ดังนั้นพวกเขาทั้งสองคนจึงไม่ได้ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว

"มีอะไร?" กู้เจ๋ออวี่ไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์นัก

"มีทางให้เลือกสองทาง ทางแรกคืออยู่ที่นี่ อีกทางคือกลับไปนั่งที่เดิมแล้วหุบปาก!" ฉินลี่เยี่ยกำลังหึงหวง

เพียงเพราะกู้เจ๋ออวี่พูดบางอย่างออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

"นายจะเกินไปแล้วนะ! พระเจ้า! นายวางใจเถอะ ไม่ควรรังแกภรรยาเพื่อน กฎข้อนี้ฉันเข้าใจดี"

ถ้าจะบอกว่าเฉียวอวี่ถงไม่ประหม่าเลยสักนิดที่จะต้องไปบ้านของฉินลี่เยี่ยก็คงจะเป็นการโกหก

"เสี่ยวจิ่น ที่บ้านของคุณปู่มีใครอยู่บ้างเหรอ?"

เสี่ยวจิ่นกัดนิ้วทำท่าครุ่นคิด "ใช่แล้วมีอาเล็กด้วย"

ปรากฏว่าฉินลี่เยี่ยมีน้องชาย

เสี่ยวจิ่นยังเด็กเกินไปจึงยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนัก เฉียวอวี่ถงได้แต่เก็บเกี่ยวความรู้ครึ่งๆกลางๆพวกนี้เอาไว้ แต่ถ้าจะให้เธอไปถามเอากับฉินลี่เยี่ย เธอก็รู้สึกอายเกินไป

"ถ้าคุณเหนื่อยก็พักซะเถอะ ถึงแล้วผมจะเรียก"

"อืม" เปลือกตาของเฉียวอวี่ถงเริ่มหนักขึ้น

……

"อืม พวกเรามาถึงแล้ว อยู่ที่หน้าประตูสถานี"

ปัจจุบัน

รถไฟมาถึงในเวลาเก้าโมงเช้า และฉินลี่หยาง น้องชายของฉินลี่เยี่ยก็มารออยู่แล้ว

รถตู้สีขาวที่กว้างขวางจนไม่ต้องกังวลกับเรื่องที่นั่ง

บริเวณสถานีรถไฟมีคนไม่มากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงหาฉินลี่หยางพบอย่างรวดเร็ว

“สวัสดีครับพี่สะใภ้! ผมชื่อฉินลี่หยางนะครับ” ฉินลี่หยางทักทายเฉียวอวี่ถงเป็นคนแรก

เฉียวอวี่ถงไม่รู้ว่าฉินลี่เยี่ยบอกใครบ้างเกี่ยวกับเรื่องการแต่งงานของพวกเขา เธอจึงรู้สึกแปลกๆ ทั้งหมดนี้ดูเหมือนจะถูกจัดการอย่างจริงจังในคราวเดียว

"สวัสดี"

อยู่ในภูเขาจริงๆ ถ้าจะบอกว่าถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาทั้งสามด้านเลยก็ว่าได้

ตลอดทางที่พวกเขาเดินทางมา มีทั้งทุ่งนา ทุ่งข้าวสาลี ให้บรรยากาศแบบบ้านไร่สุดๆ

ที่หน้าประตูบ้าน คุณพ่อฉินและคุณแม่ฉินกำลังรออยุ่

“โอ้ กลับมากันแล้วเหรือ คนนี้สินะลูกสะใภ้ของฉัน!” คุณแม่ฉินกระตือรือร้นอย่างมาก เธอจูงแขนเฉียวอวี่ถงเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่คิดจะยอมปล่อย

"ลี่เยี่ยบอกฉันว่าเขากำลังจะแต่งงาน จะไม่ให้ฉันตื่นเต้นขนาดนี้ได้ยังไง แล้วตอนนี้ดูสิไม่ต้องให้พูดก็เห็นกันอยู่ว่าลูกสะใภ้ของฉันสวยมากจริงๆจะปล่อยให้อยู่คนเดียวได้ยังไง ตอนนี้กลับมาแล้ว พวกเราก็จัดงานแต่งงานที่บ้านกันเถอะนะ แล้วก็เชิญคนในหมู่บ้านมาร่วมแสดงความยินดีด้วยกัน"

เฉียวอวี่ถงมองไปที่ฉินลี่เยี่ยอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ฉินลี่เยี่ยไม่ได้พูดอะไร

เธอต้องกล้าหาญและมั่นใจในตัวเองเท่านั้น

ทั้งสถานะของฉินลี่เยี่ยและฉินลี่หยางได้รับผลกระทบทันที

เสี่ยวจิ่นถูกคุณพ่อฉินกอดเอาไว้แล้วก็ถามนู่นนี่นั่นไปเรื่อย ส่วนกู้เจ๋ออวี่ก็ผสมโรงไปอย่างแนบเนียน

"ฉันโทรบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วนายบอกพ่อกับแม่ไว้ว่ายังไงบ้าง?" ตอนนี้ในสายตาของเฉียวอวี่ถง ฉินลี่เยี่ยเป็นเพียงคนทำความสะอาดที่มาจากชนบท ซึ่งเขายังไม่อยากจะอธิบายอะไรในตอนนี้

“บอกน่ะบอกแล้ว แต่ว่าพวกเขาไม่เชื่อฟังผมเลยนี่สิ เมื่อเช้าตอนที่ผมไปรับพวกพี่ สองเฒ่านั่นก็บอกให้ผมขับรถสปอร์ตไปเพราะกลัวพวกเขาไม่รู้ว่าพวกเรามีเงิน!" ฉินลี่หยางทำอะไรไม่ถูก "ถ้าพี่ไม่อยากให้พี่สะใภ้รู้เรื่องของพี่ พี่ก็ไปคุยกับพ่อแม่เองเถอะ ผมหยุดพวกเขาไม่ได้จริงๆ"

"นายทำอะไรได้บ้างเนี่ย!"

"โธ่พี่... " ฉินลี่หยางอยากจะปฏิเสธแต่ก็นึกคำพูดไม่ออก

……

ตระกูลเฉียว

ตู้โป๋เหวินมาคนเดียว

"พี่โป๋เหวิน ลมอะไรหอบพี่มาถึงนี่?" เฉียวเข่อซินมักจะสุภาพอ่อนหวานต่อหน้าผู้ชายหล่อๆ เพราะต่อไปเธอเองก็จะต้องแต่งงาน ซึ่งเธอไม่คิดที่จะแต่งงานหนุ่มเจ้าสำราญแน่ๆ! "นั่งก่อนสิคะ"

"ลุงเฉียวอยู่บ้านไหม?"

"พี่รอแป๊บนึงนะ ฉันจะไปตามพ่อให้"

ตอนที่คุณพ่อเฉียวออกมาแล้วเห็นตู้โป๋เหวินสีหน้าของเขาก็ยังดีอยู่

"ลุงเฉียวครับ ผมมาที่นี่เพราะมีเรื่องบางเรื่องที่จะต้องคุยกัน"

ตอนที่พวกเขากำลังหารือกันอยู่ในห้องหนังสือ เฉียวเข่อซินก็ปลีกตัวออกไป แต่ก็ยังแอบฟังอยู่ไม่ไกล

"คุณลุงครับ ผมอยากแต่งงานกับถงถง"

"อะไรนะ?" พ่อเฉียวไม่เชื่อหูตัวเอง จากจิตใต้สำนึกของเขาที่ไม่ชอบเฉียวอวี่ถงอยู่แล้ว ทำให้เขาไม่คิดว่าจะมีผู้ชายแบบนี้มาชอบเธอ ผู้ชายไม่ใช่ว่าชอบผู้หญิงที่มีน้ำมีนวลแบบเฉียวเข่อซินกับฉินซู่ซู่หรอกเหรอ? "คุณบอกว่าถงถงงั้นเหรอ?"

"ใช่ครับ คุณพ่อของผมก็เห็นด้วยแล้ว ผมหวังว่าคุณลุงจะอนุญาต"

คุณพ่อเฉียวก็แค่ต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาจากตระกูลเฉิน

"คุณลุงครับ ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับถงถงที่จะตัดสินใจด้วยตัวของเธอเอง ไม่อย่างนั้นคุณลุงจะเรียกเธอมาคุยด้วยตัวเองดูดีไหมครับ"

ตู้โป๋เหวินไม่ใช่คนถ่อมตัว เขาบอกจุดประสงค์ของการมาในครั้งนี้อย่างชัดเจน

เฉียวเข่อซินที่ยืนอยู่นอกประตูแยกเขี้ยวกำหมัดแน่น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเฉียวอวี่ถง

เธอโดดเด่นกว่าตั้งเยอะ ทำไมตู้โป๋เหวินถึงไม่มาสู่ขอเธอ!

ทุกอย่างเป็นความผิดของเฉียวอวี่ถงคนเดียว

เมื่อตอนที่เธอยังเป็นเด็ก ทุกอย่างที่เฉียวอวี่ถงชอบ เธอจะต้องแย่งมันมาให้ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ชอบมันก็ตาม เพราะเธอไม่ชอบพี่สาวคนโตอย่างเฉียวอวี่ถง เธอจึงอยากเอาชนะ และในทุกๆครั้งที่เธอเอาชนะได้สำเร็จ เธอก็ค่อยๆเสพติดมันช้าๆจนกลายเป็นนิสัย

เธอไม่ได้อยู่ฟังสิ่งที่คุณพ่อเฉียวพูดกับตู้โป๋เหวินอีกต่อไป

เมื่อทั้งคู่ออกมาจากห้องหนังสือ เฉียวเข่อซินก็นั่งอยู่บนโซฟา

วินาทีถัดมา

"พ่อ พี่โป๋เหวิน พวกคุณคุยกันเสร็จแล้วเหรอ? เดี๋ยวฉันไปชงชามาให้พวกคุณเอง"

"เข่อซิน ขึ้นไปข้างบนแล้วเรียกพี่สาวของลูกลงมา ป่านนี้ยังไม่ลงมากินข้าวเช้าอีก นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว" แวบหนึ่งเธอรู้สึกว่าใบหน้าของคุณพ่อเฉียวดูน่ารังเกียจนัก พูดง่ายๆก็คือถ้าเธอไม่ชอบใคร คนคนนั้นจะทำอะไรก็ผิดไปหมด

"ได้" เฉียวเข่อซินไม่มีทางยอมให้เฉียวอวี่ถงได้ดีกว่าเธอ อะไรที่เธอไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้ด้วย!

ที่ประตูมีพี่เลี้ยงยืนขี้เกียจอยู่ เมื่อเห็นร่างของเฉียวเข่อซินก็รีบยืดตัวขึ้นมาทันที

ไม่มีการตอบสนองใดๆแม้ว่าจะเคาะประตูอยู่นาน

"เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"

สาวใช้ที่บ้านทุกคนรู้ดีถึงอารมณ์ของคุณหนูรอง มีเพียงคุณพ่อเฉียวเท่านั้นที่หน้ามืดตามัว ทั้งรักและทะนุถนอมราวกับเธอเป็นเด็กตัวเล็ก จริงๆแล้วด้วยนิสัยแบบนี้พวกเธอก็ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก!

เฉียวเข่อซินเคาะประตูด้วยความโมโห "เฉียวอวี่ถง!"

"เฉียวอวี่ถง!" ตะโกนไปพลางเดินเข้าไปพลาง ห้องของเธอไม่ได้ใหญ่โตอะไร เมื่อหาดูจนทั่วแม้แต่ในห้องน้ำแล้วก็พบแต่ความว่างเปล่า

"คนอยู่ไหน!" เฉียวเข่อซินโกรธจนผมตั้ง.....

Bình Luận ()

0/255