พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

ตอนที่19 นึกเสียใจแล้วเหรอ

ตอนที่19 นึกเสียใจแล้วเหรอ

เขายังพูดไม่จบ ฉินลี่เยี่ยก็เข้ามา "ฉันทำไม?"

"พี่ขับรถเป็นตอนอายุสิบห้า" แถมยังเป็นรถทหารซะด้วยสิ เขาละไว้ในใจ "พี่สะใภ้รู้สึกประหลาดใจ ที่ตอนนี้ฉันขับรถได้น่ะ"

"อ๋อ เรื่องขับรถน่ะเหรอ จะอายุเท่าไหร่ถ้าขับได้ก็คือขับได้นั่นแหละ" ฉินลี่เยี่ยเดินเข้ามานั่งลงข้างๆเฉียวอวี่ถง

"คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก ทักษะการขับรถของเด็กคนนี้น่าทึ่งมาก มันจะไม่มีเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"

“ แต่…” ฉินลี่หยางยังอยู่ที่นี่ ถ้างั้นเธอจะพูดอะไรก็คงจะดูไม่ดี

เสี่ยวจิ่นเมื่อเห็นว่าทุกคนหยุดพูด เขาก็มีโอกาสแทรกเข้ามาได้

"หม่ามี๊ ดูของที่พวกเราซื้อมาสิครับ" ที่เขาถือมาเป็นเพียงส่วนเล็กๆเท่านั้น ของส่วนใหญ่ยังอยู่ในรถ แต่เขาไม่ได้ถือมันลงมา

แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เฉียวอวี่ถงตื่นตกใจ

"จุดชมวิวรอบๆนี่ก็สวยงามมากนะ ถ้ามีเวลาผมจะพาคุณไปดู"

"เสี่ยวจิ่น ทำไมลูกถึงให้คุณอาซื้อของให้มากมายแบบนี้ล่ะ?" ถึงยังไงฉินลี่หยางก็อายุแค่สิบห้าปี เขาก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่ง

"พี่สะใภ้ เงินพวกนี้มาจากพ่อแม่ครับ ผมแค่เป็นคนขับรถพาเขาไปซื้อเท่านั้นเอง"

แม้จะเพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวแต่เธอก็รู้สึกว่าเธอไม่สามารถทำอะไรได้เลย เธอจึงไม่อยากเพิ่มภาระให้กับตระกูลฉินอีก

"เฮ้อ ... " เธอจึงถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว

"คิดอะไรอยู่เหรอ?" หลังจากกลับมาเสี่ยวจิ่นก็ถูกคนนู้นคนนี้พาไป เฉียวอวี่ถงและฉินลี่เยี่ยแทบจะไม่ได้ยุ่งอะไรกับลูกเลย

"ไม่มีอะไร"

เธอยังไม่ได้พูดคุยกับฉินลี่เยี่ยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจนกระทั่งถึงตอนนี้

มื้อค่ำ

"ถงถง เมื่อวานที่พวกเธอมาถึงได้กินแต่อาหารง่ายๆ วันนี้ฉันเลยตั้งใจทำอาหารดีๆให้พวกเธอกิน" คุณพ่อฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน

"คนในครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น อย่ามัวเกรงใจกันอยู่เลย"

แล้วบนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยอาหารจริงๆ

อาหารส่วนใหญ่ถูกปรุงโดยคุณพ่อฉินและคุณแม่ฉิน ส่วนเธอช่วยอะไรไม่ได้เลยสักอย่างเดียว

"คุณลุง คุณป้า พวกท่านเกรงใจเกินไปแล้ว นี่......" นี่มันเพียงพอที่จะให้พวกเขากินได้อีกหลายมื้อ

"ฉันมาอยู่ที่บ้านนี้นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ยังจะมาทำให้พวกท่านลำบากอีก"

"ที่บ้านเราไม่มีอะไรที่เธอต้องทำหรอก แล้วอีกอย่างเธอเป็นลูกสะใภ้ไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก เธอไม่ต้องทำอะไรเลย!" ตอนนั้นแม่สามีของคุณแม่ฉินก็บอกกับเธอแบบนี้เหมือนกัน แล้วตอนนี้เธอก็จะส่งต่อคำพูดนี้ให้กับลูกสะใภ้ของเธอ

คุณพ่อฉินพูดสมทบอีกว่า "ลี่เยี่ย ดูสิ่งที่นายปฏิบัติต่อถงถงสิ นายเป็นคนพาเธอมา แล้วอีกไม่กี่วันเธอก็จะแต่งงานเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านเราแล้ว จะทำผิดต่อเธอ ปล่อยให้เธอใช้ชีวิตในที่ที่ไม่คุ้นเคยไปแบบนี้เหรอ"

"อืม" ฉินลี่เยี่ยพยักหน้า

เฉียวอวี่ถงไม่ได้แค่รู้สึกผิด เธอยังรู้สึกอึดอัดใจอีกด้วย

พวกเขาจริงจังเกินไป ...

ครอบครัวนั่งคุยกันพลางดูทีวีไปพลางหลังอาหารเย็น

เฉียวอวี่ถงไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน

“ถงถง เธอกับลี่เยี่ยก็กำลังจะแต่งงานกันแล้ว เธอมีความเห็นยังไงบ้าง กับการจัดงานแต่งงานของพวกเราในอีกไม่กี่วันนี้?” ในที่สุดคุณแม่ฉินก็พูดออกมา "ทุกคนกำลังรอที่จะดื่มเหล้ามงคลของพวกเธออยู่นะ อย่างที่เธอเห็นนั่นแหละว่าลี่เยี่ยเขาไม่ค่อยได้กลับมาบ่อยๆ"

"แม่ พวกเราก็กำลังคิดเรื่องนี้กันอยู่"เรื่องของเฉียวอวี่ถงยังคาราคาซังอยู่ เขาต้องออกหน้าจัดการให้เรียบร้อย

"ก็ได้ พวกเธอลองคุยกันดู ฉันก็แค่แนะนำ" สีหน้าของคุณแม่ฉินดูอึดอัดใจอยู่แวบหนึ่ง แต่เฉียวอวี่ถงก็เห็นเข้าพอดี

เธอร้อนใจรีบพูดว่า "ถ้าคุณป้าว่าดี หนูก็เห็นด้วยเรื่องจัดงานแต่งงานค่ะ"

"จริงๆเหรอ?"

"ค่ะ"

ฉินลี่เยี่ยจ้องมองเธอด้วยความประหลาดใจในการตัดสินใจของเธอ

"คุณสามารถปฏิเสธการแต่งงานได้นะ" ตั้งแต่พวกเขาพบกันจนถึงตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ยากที่จะนิยาม และมันก็ยากที่จะบอกว่าพวกเขาเป็นแค่เพื่อนกัน "ผมจะให้เวลาคุณ"

"ไม่เป็นไร แต่งงานกันซะก็ดีแล้ว" หลังจากการแต่งงานกันแล้ว ตระกูลเฉียวจะได้เลิกยุ่ง แล้วพวกเขาก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผยซะที

เธอหยิบสิ่งที่เธอได้เตรียมเอาไว้ออกมาสองฉบับ

"ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็ลงชื่อได้เลย"

"ข้อตกลงการแต่งงาน" น้ำเสียงของฉินลี่เยี่ยฟังดูแดกดันเล็กน้อย

"ตอนที่คุณสัญญาว่าจะแต่งงานกับฉัน ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะไม่เสนอเงื่อนไขใดๆ" เฉียวอวี่ถงเสียงแข็ง

การที่ฉินลี่เยี่ยพูดแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกสับสน

"ในระยะสั้นเนี่ยนะ..... ผมจะแต่งงานเพียงครั้งเดียวในชีวิตและไม่มีคำว่าหย่าในพจนานุกรมของผม" ฉินลี่เยี่ยเห็นแล้วว่าเฉียวอวี่ถงมีท่าทีตกใจ "คุณสามารถเปลี่ยนใจได้นะ"

ชั่วชีวิต ...

เธอยังรู้สึกลังเล การตัดสินใจครั้งนี้ยากเกินไปสำหรับเธอ

"ฉินลี่เยี่ย ไม่อย่างนั้น พวกเราไม่ต้องแต่งงานกันก็ได้" รู้สึกเหมือนยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอยังไม่เคยได้พบเจอ ดังนั้นการแต่งงานจึงไม่ใช่ทางเลือกแรก

ในใจยังคงดื้อดึง ตอนนี้เธออยู่ในที่ของฉินลี่เยี่ย ถ้าเขาไม่เห็นด้วย เธอไม่สามารถขัดขืนได้

"นึกเสียใจแล้วเหรอ?"

“ฉันก็แค่คิดว่า พวกเราเพิ่งรู้จักกันแค่ไม่นาน คุณจะไม่คิดเรื่องนี้ให้ดีก่อนเหรอ ฉันไม่มีความสามารถ ทำอะไรก็ไม่เป็น แถมยังมีเรื่องวุ่นวายในตระกูลอีก ฉันกลัวว่าจะทำให้คุณต้องทุกข์ใจ" ต่อให้ดึงทึ้งศีรษะจนผมหลุดออกมาบางส่วนแล้วก็ยังนึกเหตุผลดีๆออกมาไม่ได้

"ความทุกข์ก็เป็นพรอย่างหนึ่ง"

“……”

พูดไปพูดมาก็วนกลับไปที่เดิม

เฉียวอวี่ถงมองดูฉินลี่เยี่ยที่เหมือนมีป้ายแปะไว้ว่า 'ผู้ชายสองหน้า'

……

"วันนี้โทรศัพท์ของฉันไม่มีสัญญาณ แล้วทำไมของคุณถึงใช้งานได้?"

เฉียวอวี่ถงปิดโทรศัพท์มือถือเอาไว้เพราะไม่มีสัญญาณ แต่ก็ดีเพราะจะได้ไม่ถูกติดตามตัวได้

ตระกูลเฉียวน่าจะกังวลกันจนจะเป็นจะตายแล้วล่ะ!

"ให้ผมดูหน่อยสิ"

"เอ้า"

ฉินลี่เยี่ยกดเล่นไปมาอยู่สองสามครั้ง แต่ไม่รู้ว่าเขาทำยังไงมันถึงได้มีสัญญาณขึ้นมา

"ไม่เลวนี่นา"

"ฉันจะใช้โทรศัพท์"

ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว และเธอควรบอกตู้โป๋เหวิน

"ถงถง เธออยู่ไหน?"

"โป๋เหวิน ฉันสบายดี นายไม่ต้องเป็นห่วงนะ"

ตู้โป๋เหวินไม่มีกะจิตกะใจทำงานอยู่ตั้งหลายวัน จะไม่ให้เขาห่วงได้ยังไง.....

"ผมไปหาคุณที่ตระกูลเฉียวมา" คนราศีมังกรมักจะระแวดระวังอยู่เสมอ เขาจึงไม่ได้เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้เฉียวอวี่ถงฟัง

หลายครั้งต่อหลายครั้งที่เขาก็ยอมรับว่าตนเองขี้ขลาด

หากเขามีความกล้ามากกว่านี้ เฉียวอวี่ถงจะอยู่กับเขามั้ย?

แน่นอนว่า เขาไม่สามารถพูดออกไปได้ บางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นแม้แต่เพื่อนด้วยซ้ำ

"ขอบคุณนะโป๋เหวิน ตอนนี้ฉันอยู่กับลี่เยี่ย ที่บ้านเกิดของเขา"

เมื่อตู้โป๋เหวินนึกถึงสภาพของฉินลี่เยี่ยแล้ว บ้านเกิดของเขาก็คงจะไม่ใช่ที่ที่ดีเท่าไหร่นัก

"ถงถง ถ้าเธอไม่ชินเธอสามารถกลับมาฉันได้นะ ฉันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อช่วยเธอ และฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องแต่งงานกับคนที่เธอไม่ชอบ!" แม้ว่าเฉียวอวี่ถงจะไม่รักเขา เขาก็จะเคารพการตัดสินใจของเธอ

เฉียวอวี่ถงยิ้ม “โป๋เหวิน ที่นี่ดีมากเลยนะ มีภูเขาและแม่น้ำสวยงาม มีวิถีชาวบ้านที่เรียบง่าย พวกเราจะกลับไปแน่แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้”

"ถงถง เธอไม่จำเป็นต้องได้รับความทุกข์ทรมานจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมเช่นนั้น"

"ที่ไหนกัน? นายคิดมากเกินไปแล้ว ที่นี่พวกเขาปฏิบัติกับฉันเป็นอย่างดี"

ตู้โป๋เหวินไม่รู้จะพูดอะไรอีก เขาโมโหและหงุดหงิดกับพฤติกรรมของเฉียวอวี่ถง เขายังคงนิ่งเงียบอยู่นาน

“เขาไม่สามารถให้ชีวิตที่ดีกับเธอได้ ถงถงคิดให้ดีๆก่อนที่จะตัดสินใจเถอะนะ!”

"จะดีหรือไม่ดี แค่ชอบมันก็ดีทั้งนั้นแหละ" เธอก็ทำเป็นพูดจาเท่ๆไปอย่างงั้นเอง อันที่จริงเธอก็ไม่รู้หรอกว่าอะไรดีหรือไม่ดี........

"โป๋เหวิน ฉันก็หวังว่านายจะพบผู้หญิงที่นายชอบ ..."

Bình Luận ()

0/255