ตอนที่33 หลอกเอาเงิน1

“เรื่องที่ให้ลูกติดต่อถังจิงเป็นอย่างไรบ้าง ?”ตอนนี้ในทุกๆก้าวเดิน ต้องมีความรอบคอบ ตั้งแต่เฉียวเข่อซินเกิดจนถึงตอนนี้ เธอคุ้นชินกับการวางแผนการใช้ชีวิต“ ออกไปกินข้าวสักครั้งกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนคงไม่ยากใช่ไหม?”

เฉียวเข่อซินพยักหน้า“เดี๋ยวลูกจะไปพูดกับเธอ” ใบหน้ามีความอดทนอดกลั้น เธอไม่ชอบคบหากับคนที่พื้นฐานครอบครัวเหนือกว่าเธอ เธอพึงพอใจกับความรู้สึกที่เหนือกว่า

“อย่าได้ชะล่าใจไปนะ ตอนนี้ลำบากสักหน่อย ดีกว่าหลังจากนี้ต้องทรมานไปตลอดชีวิต”

เฉียวเข่อซินคิดอย่างรอบคอบ เธอก็ไม่ถึงกับจะเดาไม่ออก

“ค่ะ ลูกเข้าใจแล้ว!”

ฉินซู่ซู่ไม่พอใจท่าทีของเฉียวเข่อซินมากๆ

แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกในไส้ของเธอ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่รู้สึกเจ็บปวดใจ

“จำคำที่แม่พูดไว้ให้ดีละกัน” เธอกำชับในตอนสุดท้ายอีกหนึ่งประโยค

พวกเขาวางแผนเล่นละคร ถ้าสามารถเล่นละครหลอกๆได้แนบเนียน แม้จะไม่มีความคิดเห็นจากคนดูแต่ก็สามารถช่วยพวกเขาให้รอดพ้นจากวิกฤติในปัจจุบัน

ถังจิง เปรียบเสมือนไข่ในหินของตระกูลถัง ถึงแม้เฉียวเข่อซินจะมีช่องทางการติดต่อ แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขามากที่สุดก็เพียงทักทาย

เป็นที่รู้กันดีว่าเพื่อนสนิทที่สุดของถังจิงคือเถียนซิน

แต่เถียนซินไม่ได้เป็นคนที่มาจากตระกูลที่ร่ำรวย เธอใช้ชีวิตที่เรียบง่าย เวลาเข้าเรียนเอาไปทำงานพิเศษ

หลังจากถังจิงตกลงรับคำชวนของเฉียวเข่อซิน ก็โทรหาถังสิงโดยตรง

“พี่ใหญ่ เจ้าสาวของพี่ลี่เยี่ยนามสกุลอะไรนะ?”

“เฉียวอวี่ถง” ถึงจะตอบคำถามแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จะจบ “เธอถามคำถามนี้ทำไม พี่จะบอกให้นะ อย่าไปรบกวนพวกเขา ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ฉินลี่เยี่ยไม่ปล่อยเธอไว้แน่”

ฉินลี่เยี่ยกับเฉียวอวี่ถงกำลังเล่นเกม คนนอกไม่สามารถทำลายกฎของเกม

“ฉันรู้อยู่แล้วน่า พี่ลี่เยี่ยดีกับฉันที่สุด ฉันไม่ทำให้เสียเรื่องหรอก” ถังจิงพูดอย่างจริงจัง “งั้นพี่สะใภ้คนนั้นใช่คนตระกูลเฉียวไหม?”

“ใช่ เหมือนว่าจะมีปัญหากับที่บ้านค่อนข้างเยอะ แถมได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้เธอหมั้นกับเฉินเฉิง……”

ถังสิงอธิบายคราวๆ ให้ถังจิงพอเข้าใจ

“โอเค พี่ใหญ่ ฉันไม่มีเรื่องจะคุยด้วยละ ฉันไปทำธุระก่อนนะ!” ถังจิงรีบตัดสาย ไม่ให้โอกาสถังสิงถามถึงเถียนซิน

“ถังจิง ทางนี้!”

ณ ลานกว้างของห้างสรรพสินค้า เฉียวเข่อซินกับเพื่อนอีกคนมาถึงก่อนหน้านี้

เฉียวเข่อซินพูดเตือนเพื่อน “อย่าลืมที่ฉันเพิ่งจะพูด เดี๋ยวอีกสักพักเธอต้องแกล้งขอกลับก่อน”

ถังจิงยิ้มอย่างไม่มีพิษภัยให้แก่พวกเธอที่กำลังเดินเข้ามา

“เข่อซิน จ้าวลี่ ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าพวกเธอจะนัดฉันออกมา เลยใช้เวลาเลือกเสื้อผ้านานไปหน่อย ทำให้พวกเธอต้องรอนาน ขอโทษด้วย”

ถังจิงเลือกเสื้อผ้าซะที่ไหน ทั้งตัวสวมแต่ยี่ห้อดังๆ แต่ดูไม่เป็นทางการ

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แค่เธอตกลงออกมาพวกเราก็มีความสุขมากแล้ว”

“เข่อซิน เธอเรียกฉันออกมาทำอะไรหรอ? มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ถังจิงทำหน้าสงสัย

เฉียวเข่อซินพูดเป็นพิธีรีตองอยู่นาน ในที่สุดก็ปะติดปะต่อคำพูดโกหกของตนเองสำเร็จ

เด็กสาวสามคน ออกมาเดินซื้อของ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า คือสิ่งที่พวกเธอชอบที่สุด แต่ตอนนี้เฉียวเข่อซินมีเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่ในใจ เธอจึงไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมสักเท่าไหร่

“พวกเธอกระเป๋าใบนี้เหมาะกับฉันไหม?”

“เดี๋ยวฉันไปลองกระโปรงตัวนี้ก่อนนะ”

“พวกเธอดูสิ สีไหนสวย?”

ถังจิงออกมาซื้อของจริงๆ

“อ้าว จ้าวลี่ล่ะ? หายไปไหนแล้ว?” ถังจิงเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมา ก็ไม่เห็นจ้าวลี่……

“แฟนของเธอโทรมาบอกให้ไปหาด่วน เลยไม่ทันได้บอกเธอ ไม่เป็นไรนะ พวกเราสองคนก็สามารถเดินซื้อของได้” เฉียวเข่อซินโกหก……

“เธอไม่เลือกเสื้อผ้าหรอ? ทั้งหมดนี้เพิ่งจะออกใหม่ ฉันคิดว่าเธอใส่คงสวยน่าดู”

“ไม่ล่ะ ไม่ใช่แบบที่ฉันชอบ”

เธอชอบแต่เธอไม่มีเงิน เธอทำได้แค่มาซื้อเสื้อผ้าที่นี้เป็นครั้งคราว แถมยังต้องขอร้องฉินซู่ซู่อยู่นาน

จะใช้เงินอยากสบายใจอย่างถังจิงคงไม่มีทาง

“โอเค งั้นฉันไปจ่ายเงิน”

ณ เคาน์เตอร์ชําระเงิน

“คุณผู้หญิง ทั้งหมดเจ็ดหมื่นแปดพันสามร้อยหกสิบห้าหยวน”

“จ่ายด้วยบัตร ”ถังจิงทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่ใครต่างก็คิดไม่ถึงว่าเธอจะพูดคำนี้ออกมา “ไอ๊หย่า! ฉันลืมเอากระเป๋าเงินมา!”

เฉียวเข่อซินใจหล่นไปอยู่ตรงตาตุ่มทันที

เพื่อสิ่งที่เธอหวัง เธอยังคงยิ้มเหมือนเดิม “ไม่เป็นไร ใช้บัตรของฉันก่อนได้”

“เธอใจดีจังเลย ฉันสามารถโทรให้คนเอาเงินมาให้ฉันได้นะ” ถังจิงรู้สึกผิดเต็มๆ

เฉียวเข่อซินถึงเวลาแสดงละครสักที

สุดท้ายบัตรที่ใช้รูดคือบัตรของเธอ

“เข่อซิน งั้นฉันจะรีบเอาเงินมาคืนเธอ” ในระหว่างที่ถังจิงพูด เธอก็หยิบปากกากระดาษออกมาจากกระเป๋า “ฉันจะเขียนใบแจ้งหนี้ให้เธอ เงินจำนวนนี้ฉันจะคืนให้เธอแน่นอน”

เฉียวเข่อซินแกล้งทำเป็นไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน “เอาเถอะ เอาเถอะ พวกเราคือเพื่อนสนิทกัน อย่าไปพูดเรื่องเงินเลย พวกเราไปดูร้านอื่นต่อเถอะ ไม่งั้นคนจะหัวเราะฉันได้” เฉียวเข่อซินลากถังจิงออกมาข้างนอก

จนเธอไม่ทันสังเกตว่าใบหน้าของถังจิงปรากฏรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

หลังจากนั้นถังจิงก็ไม่ได้เลือกเสื้อผ้าต่อ เฉียวเข่อซินยิ่งไม่กล้าเลือก เธอใช้เงินที่เธอสะสมมานานไปเกินครึ่ง จะไม่เสียดายได้หรอ?เพียงแค่หวังว่าถังจิงจะไม่คิดว่าเธอพูดจริงจัง แล้วเอาเงินมาคืนเธอ

“เข่อซิน ฉันเหนื่อยแล้ว พวกเราหาที่กินข้าวเย็นดีไหม ฉันไม่ได้พกกระเป๋าเงินมา ข้าวมื้อนี้เธอคงต้องเลี้ยงฉัน……”ถังจิงทำปากแบน รู้สึกเกรงใจ “ขอบคุณเธอมาก”

เธอลากแขนของเฉียวเข่อซิน เธอรู้จักร้านอาหารดีๆอยู่ร้านหนึ่ง “ร้านอาหารญี่ปุ่นด้านหน้านี้ดีมากๆ พวกเรารีบเดินสักหน่อย ถ้าไปช้า จะไม่มีโต๊ะ”

Bình Luận ()

0/255