พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

ตอนที่68 เฉลิมฉลองวันครบรอบ2

ตอนที่68 เฉลิมฉลองวันครบรอบ2

“ห่ะ?” ความยุ่งวุ่นวายของเฉียวอวี่ถงไม่มีที่สิ้นสุด

ถังจิงเคยเจอเธอแล้ว ครั้งล่าสุดก็คือมาส่งเสื้อผ้าให้ตัวเธอเอง และตามที่พูดไปคือเฉียวเข่อซินเป็นคนออกทุน เพราะเหตุผลนี้จึงทำให้เฉียวเข่อซินโวยวายอยู่นานพอสมควร

แต่ถังสิงก็ไม่ได้อยู่ในเรื่องนี้ด้วยไม่ใช่เหรอ?

ปัญหาพวกนี้ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่ฉินลี่เยี่ยใช้โกหกเฉียวอวี่ถง

แต่เขาไม่กล้ายอมรับมันออกไป

“พี่ลี่เยี่ย ทำไมพี่ไม่บอกพี่สะใภ้ไปล่ะคะ? กับเรื่องนี้ฉันเสียสละไปมากเหมือนกันนะ” เถียนซินมองฉินลี่เยี่ยอย่างไม่พอใจ และขอร้องให้เขาพูดออกมา

แต่จะว่าไปเฉียวอวี่ก็คงโง่จริงๆ

แค่จะบอกว่าฉินลี่เยี่ยปิดบังเรื่องของเธอไว้มากเกินไปแล้ว...

เฉียวอวี่ถงอดทนที่จะไม่เปิดปากถามอะไรฉินลี่เยี่ย เพื่อเป็นการไว้หน้าเขา

ถังสิงหันเหความสนใจไปหาฉินลี่เยี่ยทันที

“เถียนซิน ไม่ใช่ว่าผมอธิบายกับคุณไปแล้วเหรอ เฉียวเข่อซินเธอต้องการใช้ประโยชน์จากผม ฉะนั้นพวกเราต้องใช้แผนซ้อนแผน ตอนนั้นพวกเขาให้ปาปารัสซี่มาถ่ายรูปเธอกับผมเอาไว้ แล้วตีแผ่ออกไป”

เฉียวอวี่ถงเกือบจะเข้าใจแล้ว

“ตอนที่ถังจิงเอาเสื้อผ้ามาส่งให้ฉัน จริงๆ แล้วพวกคุณเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้วใช่ไหม”

“อืม เฉียวเข่อซินคนนั้นอยากจะสั่งสอนเธอสักหน่อย” ถังสิงพยักหน้าอย่างแรง ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเฉียวอวี่ถงและเธอไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกันทางสายเลือด คำพูดที่ดูเป็นกังกลก่อนหน้านี้จึงน้อยลง

เถียนซินพยักหน้า “ก็ถูกของคุณ ตอนนั้นเฉียวเข่อซินไม่ได้ไปเรียน แต่หรือว่าเธอจะไปสาย?” หลักสูตรของทางมหาวิทยาลัยไม่ได้เรียนเต็มทุกวัน แต่ทุกคลาสที่เข้าเรียนต้องมีการเช็คชื่อ ถ้าใครไม่เข้าเรียนแม้ไม่ได้ใส่ใจอะไรก็รู้ได้อยู่แล้ว “พี่สะใภ้คะ โชคดีที่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่น้องสาวของคุณ เพราะไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ร่วมกันกับคุณได้ยังไง”

แม้ว่าจะอยู่ห่างจะเรื่องทางโลก แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอไม่รู้อะไรเลย แค่เพียงเพราะมีจิตใจดีก็เท่านั้น

แต่เฉียวอวี่ถงก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบทสนทนานี้เลย

ตอนนี้เฉียวเข่อซินไปอยู่ที่ไหนเธอก็ไม่รู้ และก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงแค่ได้ยินจากที่คุณพ่อพูดตอนอยู่โรงพยาบาล แต่ภายในใจก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย

“พูดถึงโจโฉโจโฉก็มา”

“หือ?” ทุกคนพากันมองตามทางไปที่นิ้วมือของเถียนซินชี้ไป

เฉียวเข่อซิน และมีผู้ชายอีกคนที่เฉียวอวี่ถงไม่รู้จัก

“นั้นไม่ใช่พี่หลั๋วผิงของตระกูลหลั๋วใช่ไหม?” เถียนซินจ้องมองชายหนุ่มที่มาด้วยกันกับเฉียวเข่อซินด้วยแววตาคมกริบ “ทำไมพวกเขาถึงมาด้วยกันได้ล่ะ?”

วันนี้ฉินลี่เยี่ยรู้สึกสังหรณ์ใจว่า พวกเขาจะเจอกับเรื่องที่ตัวเขาเองไม่ได้คาดการณ์ไว้

ตอนนี้ทำได้เพียงแค่เดินตามเกมไปก่อน

“ฉันจะเข้าไปหาพวกเขา” เถียนซินวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จนถังสิงก็ห้ามไว้ไม่ทัน

“พี่หลั๋วผิง” เถียนซินตะโกนขึ้นเสียงดัง พร้อมกับทำเสียงเล็กๆ ราวกับเด็กผู้หญิง

เฉียวเข่อซินและชายหนุ่มที่มาด้วยต่างพากันหันกลับไปมอง “เถียนซิน บังเอิญจังเลยนะ”

“ใช่ บังเอิญมากเลยล่ะ เข่อซินไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ” เฉียวเข่อซินกับหลั๋วผงพากันหันมองไปรอบๆ

ด้วยเงินทองที่เอามาจากบ้านตระกูลเฉียว ชีวิตของเฉียวเข่อซินและฉินซู่ซู่ทั้งสองแม่ลูกดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง

ฉินซู่ซู่ใช้ทักษะการประชาสัมพันธ์พูดคุยของตัวเอง ช่วยแนะนำลูกสาวให้กับคนรวยๆ รู้จัก และหลั๋วผิงก็คือหนึ่งในนั้น เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเหยื่อที่เชื่อตัวเองอย่างสนิทใจอย่างนี้จะรู้จักกับเถียนซิน

ตอนที่ยังไม่รู้เรื่องระหว่างเถียนซินกับถังสิง เถียนซินก็เหมือนกับลูกแกะตัวหนึ่ง

ต่อมาหลังจากที่ได้รู้ความจริง เพิ่งจะเข้าใจว่าเธอเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิด

แน่นอนว่าทุกคนรู้แล้วว่าเถียนซินเป็นว่าที่ภรรยาของถังสิง แต่กลับไม่รู้ว่าเถียนซินเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูล

“ฮ่าฮ่า”

“พวกคุณรู้จักกันสินะ งั้นผมคงไม่ต้องแนะนำแล้วล่ะ” หลั๋วผิงไม่ได้มีความรู้สึกที่อยากจะแยกผู้หญิงสองคนนี้ออกจากกัน

“พี่หลั๋วผิง พี่กับเข่อซินเป็นอะไรกันเหรอคะ”

“อ่อ เป็นเพื่อนน่ะ พวกเราเป็นเพื่อนกัน”

เฉียวเข่อซินรู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล ไม่ใช่แฟนหรอกเหรอ?

“ใช่ใช่ใช่ เข่อซินเหมาะสมที่จะเป็นเพื่อนมากเลยค่ะ”

เฉียวเข่อซินไม่มองมาที่เถียนซินเลยสักนิด เถียนซินก็ไม่ได้สนใจเธอเช่นกัน และเอ่ยต่อว่า “พี่หลั๋วผิงคะ วันนี้ฉันกับถังสิงมากินข้าวด้วยกัน อยู่ทางด้านโน้น พวกคุณจะไม่ไปเจอกันหน่อยเหรอคะ”

“ก็ดีนะ” ตระกูลถังก็เป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่ง ถ้าคบค้าสมาคมด้วยก็คงไม่เสียหายอะไร โอกาสหายากแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยนัก

ถังสิง ฉินลี่เยี่ยที่กำลังแกล้งทำเป็นคุยกันอยู่นั้น ไม่ทันได้สังเกตว่าหลั๋วผิงกำลังเดินเข้าไปหาพวกเขา

“เฮ้ นี่ไม่ใช่หลั๋วผิงหนิ ทำไมคุณถึงเปลี่ยนแฟนซะแล้วล่ะ” ถังสิงกับเฉียวเข่อซินเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นก็ไม่มีมารยาทกับเธอสักเท่าไหร่

“ฮ่าฮ่าฮ่า เพื่อนน่ะ เป็นเพื่อนกัน”

“ผมก็พูดไปงั้นแหละ ทำไมคุณป้าถังอนุญาตให้คุณมากับผู้หญิงสองต่อสองแบบนี้ล่ะ” มีความหมายอื่นแฝงอยู่ในคำพูดของถังสิง คำพูดจาเย้ยยันถากถางขนาดนี้ เฉียวเข่อซินแม้คุณจะโง่แค่ไหนคุณก็ต้องฟังออกบ้างล่ะ

โดยเฉพาะตอนที่เฉียวเข่อซินจ้องมองฉินลี่เยี่ยกับเฉียวอวี่ถง หลั๋วผิงไม่เข้าใจ เขามองเธอด้วยแววตาที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่าง

“ฮ่าฮ่าฮ่า แล้วคนนี้คือ?” หลั๋วผิงมองไปที่ฉินลี่เยี่ย

มีเพียงไม่กี่คนที่ถังสิงจะคบค้าสมาคมด้วย พวกเขาอยู่ด้วยกันและคอยพึ่งพาอาศัยกันมาโดยตลอด และเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองจิ่นเฉิงด้วยเหมือนกัน

แต่สำหรับคนที่ไม่รู้จัก คนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็ออกจะแปลกๆ เล็กน้อย เพราะดูจากลักษณะท่าทางภายนอกแล้ว เขาดูไม่เหมือนคนรวยเลยสักนิด

“ฮ่าฮ่า คุณไม่รู้จักหรอก และผมคิดว่าพวกเขาคงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับคุณผู้หญิงท่านนี้ ที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณหรอกใช่ไหม?” ถังสิงจงใจพูดใส่หน้าของเฉียวเข่อซิน

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเฉียวเข่อซิน ก็จะไม่ตกหลุมพรางตื้นๆ แบบนี้หรอก ฉะนั้นเธอจะไม่หวาดหวั่นกับพวกของเฉียวอวี่ถงเด็ดขาด

โดยเฉพาะตัวตนของเธอ ที่จะทำให้เธอไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายตามที่หวังเอาไว้

Bình Luận ()

0/255