ตอนที่131 ยอมแพ้เถอะ1

“เมิ่งไป๋ ฉันก็แค่เต้นรำกับคุณเท่านั้นเอง คุณไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ก็ได้มั้งคะ?” สงจื่อหยูนพูดด้วยน้ำเสียงไม่เล็กไม่ใหญ่ คนนอกได้ยินก็จะไม่คิดว่าเธอที่เป็นตัวเอกของงานทำตัวได้ใจจนเกินไปนัก

ฉินลี่เยี่ยส่งซิกไปทางเฉียวอวี้ถง “ผมบอกแล้ว ว่าเธอไม่ได้โง่”

“ฮึ!ไม่ตอบรับแปลว่าไม่ได้โง่ งั้นถ้าตอบรับก็ไม่จบเห่ไปเลยล่ะสิ!” เฉียวอวี้ถงรีบเดินเข้าไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว

“วางใจเถอะ หากว่าตอบรับไปก็คงไม่ต้องโดนคนเยอะขนาดนี้เห็นแล้วล่ะ”

เมิ่งไป๋ส่ายหัว “ จื่อหยูน ผมชอบคุณจากใจจริง ๆนะ ชอบมาตั้งแต่มัธยมแล้ว”

ในใจสงจื่อหยูนได้ไปทักทายบรรพบุรุษทั้ง 18 โคตรของเมิ่งไป๋แล้ว เที่ยวพูดไปเรื่อย ตอนที่เขาปฏิเสธเธอไปในตอนนั้นก็ตัดขาดแบบไม่เหลือเยื่อใยเลยแม้แต่นิดเดียว ดูไม่ออกถึงความชอบที่เขามีต่อเธอเลย

“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันไม่ได้ชอบคุณ” สงจื่อหยูนแบมือออกอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันไม่คิดว่าการที่ฉันมาเต้นรำกับคุณจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดไปได้ขนาดนี้ เห้อ ถ้ารู้แต่แรกฉังคง......”

นอกจากเมิ่งไป๋แล้วก็ยังมีคนอื่นอีกมากมายที่จ้องมองตำแหน่งลูกเขยบ้านตระกูลสงตาเป็นมัน

เพราะงั้นพวกเขาจึงได้ออกตัวช่วยสงจื่อหยูนเป็นธรรมดา

“นั่นน่ะสิ เต้นรำไปครั้งเดียวก็จะให้คนอื่นเขามาเป็นแฟน นี่มันตรรกะอะไรกัน?”

“ฮ่า ๆ ๆ จะว่าไปก็ไร้เดียงสาเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ“

“ว่าแต่นี่เป็นคุณชายตระกูลไหนหรอ ? ทำไมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย?”

ฐานะของเมิ่งไป๋โดนเปิดโปงออกมาอย่างรวดเร็วท่ามกลางการถกเถียงพูดคุย

คำพูดคนเป็นสิ่งน่ากลัว เมิ่งไป๋ยกตัวขึ้น

เขาพึ่งได้มีปฏิกริยาตอบกลับมาในเวลานี้เอง ว่าสิ่งที่สงจื่อหยูนเพิ่งได้พูดและทำออกไปนั้น เพียงแค่ต้องการหยอกล้อตัวเองเท่านั้น......

“สงจื่อหยูน!คุณล้อผมเล่น?”

“เอ่อ......เมิ่งไป๋คะ คุณพูดแบบนี้ฉันเสียเปรียบนะคะ ฉันจะไปล้อคุณเล่นได้ยังไงกัน เป็นคุณที่คิดไปเองทั้งนั้น โอเคไหมคะ ?” สงจื่อหยูนพูดอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างมาก “ถ้าคุณอยากคิดไปแบบนั้นฉันเองก็จนปัญญา ตรงนี้มีคนตั้งเยอะแยะ ฉันเชื่อว่าทุกคนคงมองอย่างเป็นธรรม”

ทันใดนั้นเมิ่งไป๋ก็กลายเป็นที่รังเกียจของผู้คนไปในทันที

สงจื่อหยูนบรรลุเป้าหมายของตัวเองแล้ว

ท้ายที่สุดแล้วนั้นก็เพราะความโลภของมนุษย์ ไม่อย่างนั้นถ้าไม่เป็นเพราะเงินเขาก็คงไม่คิดจะคบกับสงจื่อหยูนหรอก

ถูกทุกคนให้คำชี้แนะจับผิดต่าง ๆ ในที่สุดเพราะเขาก็โดนบอดี้การด์เชิญออกไปเพราะก่อความวุ่นวาย

ในขณะนี้เองเฉียวอวี้ถงก็ไม่รู้แล้วเหมือนกันว่า ที่เมิ่งไป๋ได้บอกว่าชอบเธอไปในตอนแรกนั้นจริงหรือหลอกกันแน่? ถึงที่สุดแล้วระหว่างพวกเขาก็มีคบหากันไม่มากนัก พูดกันยิ่งน้อยซะยิ่งกว่าน้อย

คำตอบสำหรับเรื่องนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเพราะฉะนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าไปพัวพันให้วุ่นวาย

ดูแล้วความขัดแย้งระหว่างเฉียวอวี้ถงและสงจื่อหยูนจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ว่าตั้งแต่ต้นจนจบทั้งสองก็ไม่ได้คุยกันดี ๆเลย

ฉินลี่เยี่ยมอบเวลาของเฉียวอวี้ถงให้กับสงจื่อหยูนอย่างใจกว้าง

“จื่อหยูน ผมยังมีธุระต้องไปจัดการอีกนิดหน่อย คุณช่วยผมดูแลถงถงทีนะ” ถือว่าสร้างโอกาสให้ทั้งสองคนได้พูดคุยกันก็แล้วกัน

“ได้ ภารกิจต้องบรรลุแน่นอน!”

“ถงถง ขอบคุณของขวัญที่เธอส่งมาให้ฉันนะ!”

“เธอชอบก็ดีแล้วล่ะ !”เฉียวอวี้ถงเค้นสมองคิดออกมาอย่างหนักกว่าจะเลือกได้ คนรับของขวัญถูกใจก็เท่ากับว่าไม่ผิดต่อความตั้งใจเธอ “หลายปีมานี้เธอไปทำอะไรมาบ้าง?”พวกเธอมีหลายสิ่งให้ได้พูดคุยกัน

“ฉันเป็นหมอแล้วล่ะ!”

“จริงหรอ?”แพทย์กับสงจื่อหยูนไม่มีอะไรบ่งบอกหรือเชื่อมต่อกันได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“แน่นอนสิ ฉันกับหลูฉิงเป็นเพื่อนร่วมคลาสกัน แต่ฝีมือฉันเทียบกับหลูฉิงไม่ได้หรอกนะ” หลูฉิงเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติไปแล้ว เธอยังเป็นแค่แพทย์ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น แต่แบบนี้ก็มีความสุขดี เพราะว่าการแสวงหาเป้าหมายของแต่ละคนนั้นไม่หมือนกัน “แล้วฉันยังแอบเขียนหนังสืออยู่ด้วยล่ะ”

เพราะงั้นตอนที่เธอเห็นของขวัญของเฉียวอวี้ถงเธอจึงรู้สึกอบอุ่นใจ

เหมือนกับหลายปีก่อน ทั้งสองคนหาที่สงบพูดคุยกันถึงความฝันในชีวิตของแต่ละคน เวลาผ่านไปเร็วอย่างน่าใจหาย

กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไป แต่พวกเธอยังคงเหมือนเดิม

พูดมาถึงเรื่องความรัก

คนแรกที่สงจื่อหยูนนึกถึงคือตู้โป๋เหวิน “ถงถง ฉันคิดว่าเธอกับโป๋เหวินจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์กันเสียอีก และแน่นอน ที่เธอกับพี่ลี่เยี่ยได้อยู่ด้วยฉันก็ยินดีกับเธอด้วยเหมือนกัน เพราะเขาก็ดีกับเธอมากจรง ๆ”

“ต่างก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตา ฉันเชื่อว่าโป๋เหวินเองก็จะต้องหาผู้หญิงสักคนที่เหมาะสมมากกว่าฉันมาเป็นแฟน เป็นภรรยาเจอแน่” วันนี้เธอกับตู้โป๋เหวินเพียงแค่ถ่ายรูปด้วยเท่านั้น แต่กลับไม่ได้พูดกันเลยแม้แต่ประโยคเดียว......

“จะต้องเจอแน่ มันจะต้องเจอแน่นอน” ตอนนี้ก็มีแล้วล่ะ อยู่ที่ว่าเขาจะรับหรือไม่รับเท่านั้นเอง

……

สงจื่อหยูนยังไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์สักเท่าไหร่นัก แต่ก็พอมองออกถึงปมปัญหาระหว่างเฉียวอวี้ถงและตู้โป๋เหวิน

“โป้เหวิน พวกเราไม่ได้เจอกันมาตั้งนานละ นายมาอยู่เป็นเพื่อนพวกเราสักเดี๋ยวสิ!”สงจื่อหยูนพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาด้วยท่าทีไม่ยี่หระราวกับว่าไม่มีอะไรเหมาะสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว

“จื่อหยูน ถงถง “ ตู้โป๋เหวินยังคงเดินเข้ามาหา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเจอเฉียวอวี้ถง เพียงแต่แค่ไม่อยากฟังเฉียวอวี้ถงอธิบายเหตุผล ไม่หวังจะให้เฉียวอวี้ถงมาพูดโน้มน้าวเขาให้ไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น

“โป๋เหวิน ตอนนี้ถงถงแต่งงานแล้วนะ ฉันกับนายคงต้องพยายามสักหน่อยแล้วล่ะ ไม่งั้นพอลูกบ้านถงถงโตขึ้นก็คงล้มลูกพวกเราทั้งสองครอบครัวได้แล้ว”

เฉียวอวี้ถงพูดโพล่งออกมา!”ตอนนี้ลูกบ้านก็ฉันโตไปแล้วย่ะ!”

“เอ่อ......อะไรนะ?”สงจื่อหยูนที่ไม่รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของสิ่งที่พึ่งได้ยินไปเมื่อกี้ก็รู้สึกคาดไม่ถึง “เมื่อกี้เธอเพิ่งพูดถึงลูกงั้นหรอ? เธอต้องพูดเรื่องนี้ออกมาตามความจริงนะ!”

ตู้โป๋เหวินเม้มริมฝีปากเบา ๆ “ฉินลี่เยี่ยมีลูกชายอยู่แล้วหนึ่งคน”

เฉียวอวี้ถงพูดเสริม “เป็นลูกบุญธรรมน่ะ”

สงจื่อหยูนพยักหน้าเล็กน้อย “งั้นพวกเรายิ่งต้องพยายามให้มากกว่าเดิมแล้วล่ะ”

“อืม”ตู้โป๋เหวินเปร่งเสียงตอบรับอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจนัก

“โป๋เหวิน นายคิดว่าฉันเป็นไงบ้าง?” แน่นอนว่าสงจื่อหยูนแค่ล้อเล่นเท่านั้น

“เอ่อ พวกเราไม่เหมาะสมกันหรอก”

“ฮ่า ๆ ๆ “สงจื่อหยูนรู้ว่าตู้โป๋เหวินมีความรู้สึกไวในด้านนี้

“หยุดกวนได้แล้ว โป๋เหวินตกใจหมดแล้วเนี่ย”

Bình Luận ()

0/255