บทที่169 ฉันหย่าแล้ว1

ตั้งแต่แรกจนจบสีหน้าของเจิ้งอี้ไม่เปลี่ยนแปลงเลย ราวกับว่าคนที่พูดถึงไม่ใช่เขา ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเขา ทำใจกว้างได้อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เฉียวอวี่ถงมองสงจื่อหยูน ยังพูดไม่จบ “ต้องขอบคุณคุณที่ชื่นชม”

“ฮ่าฮ่าฮ่า……” เจิ้งอี้หัวเราะ “เป็นปัญหาของฉันเอง ฉันไม่ได้คิดให้รอบคอบ……”

“ไม่เป็นไร สรุปคือต่อไปอย่าทำอะไรที่จะทำให้คนเข้าใจผิดได้”เฉียวอวี่ถงพูดอย่างชัดเจน

เจิ้งอี้ไม่ตอบโต้ อย่างนั้นเป็นการยอมรับว่าเขาคิดอะไรกับเฉียวอวี่ถงใช่หรือไม่?

สงจื่อหยูนไม่อาจทนให้เหตุการณ์เยือกเย็นต่อไปได้ “มามามา! ทุกคนกินข้าว กินข้าว……”

เคยมีบทเรียนมาแล้ว จะให้คนอื่นมามีผลกระทบต่อความรู้สึกของเธอและเฉียวอวี่ถงไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นตัวเองก็แค่มีความรู้สึกดีๆต่อเจิ้งอี้เท่านั้น……

“ถงถง ครั้งที่แล้วเธอไปฟังเจิ้งถิงร้องเพลงมาเหรอ?”

“อื้ม”เฉียวอวี่ถงนึกถึงเรื่องครั้งก่อนแล้วก็รู้สึกอาย ยังดีที่พวกเพื่อนร่วมงานรู้ว่าตัวเองแต่งงานแล้ว “ไม่เลวเลยนะ เธอลองไปดูก็ได้”

“ฉันก็อยากนะ ช่วงนี้ไม่มีเวลาเลย!”เธอยุ่งอยู่กับการนัดบอด……

ตระกูลสงกระตือรือร้นกับการแต่งงานของเธอเป็นที่สุด ทำไมสงจื่อจินถึงโสดจนถึงตอนนี้ได้ ในใจรู้สึกไม่เท่าเทียมเป็นอย่างมาก ตัวเองเด็กกว่าพี่ชายตั้งสี่ปี! ตัวเองยังเยาว์วัย ยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย

“เดี๋ยวคงมีโอกาส”

ภายหลังเฉียวอวี่ถงพูดน้อยมาก จุดประสงค์ของการเจอกันคือแค่มาพูดกับเจิ้งอี้ให้ชัดเจนเท่านั้น สิ่งที่ควรพูดก็พูดไปหมดแล้ว

“นั่นไม่ใช่พี่ลี่เยี่ยเหรอ?”ด้านหลังเพียงแวบเดียวก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาสงจื่อหยูนไปได้

เฉียวอวี่ถงมองตามไปทางที่เธอชี้

มองคนที่มาด้วยคนนั้นอยู่นานสองนาน “เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”เฉียวอวี่ถงสงสัย

“นั่นใครน่ะ?”ยังมีผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่กับฉินลี่เยี่ย สงจื่อหยูนมีความไม่ชอบหน้าผู้หญิงคนนั้นแน่นอน

ผู้หญิงคนนั้นลักษณะสุภาพเรียบร้อย สวยงามโดดเด่นเหมาะสมเป็นที่สุด

ผมยาวปานกลาง คิ้วโก่ง ผิวขาวเนียน ดวงตาโตเปล่งประกาย เบ้าตาแดงระเรื่อ ท่าทางเหมือนผูหญิงประเภทที่ไม่มีชายใดต่อต้านได้

คำถามของสงจื่อหยูนนั้นเฉียวอวี่ถงตอบไม่ได้

เธอไม่เคยพบมาก่อน แต่ในใจมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างรุนแรง

“ถงถง พวกเราไปทักทายสักหน่อยไหม?”

“ช่างเถอะ กินอะไรกันก่อน”พวกเขาไม่รบกวนกันและกัน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครก็ไม่แน่ชัด “พวกเขาเพิ่งมา อย่าเพิ่งไปรบกวนพวกเขา”

เจิ้งอี้ไม่แสดงออกอะไร ทำหน้าที่เป็นเพื่อนทั่วไปคนหนึ่งอย่างดี

สงจื่อหยูนกังกลเรื่องผู้หญิงข้างๆฉินลี่เยี่ยมากกว่าเฉียวอวี่ถงเสียอีก

จิตใจไม่อยู่ที่อาหาร ควบคุมตาไม่ให้มองทางฉินลี่เยี่ยไม่ได้

ได้ยินสิ่งที่พวกเขาพูดกันไม่ชัด ได้แต่อาศัยสังเกตอารมณ์บนใบหน้าของพวกเขา

เดิมทีฉินลี่เยี่ยไม่ได้อยากจะเจอเฉาซวน

แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกับที่เขาคิดไว้

“คุณต้องการจะพูดอะไร? ตอนนี้จะพูดได้หรือยัง?”ตรงไปตรงมา ไม่ต้องเสียเวลา “ผมว่าตอนนี้พวกเราไม่ถึงขั้นที่จะจำเป็นต้องเจอกันนะ”

เฉาซวนมองฉินลี่เยี่ยอย่างโศกเศร้า

ริมฝีปากขยับแต่กลับพูดไม่ออกสักประโยค

“ไม่มีอะไร?”ฉินลี่เยี่ยจะลุกขึ้น “ฉันไปล่ะ!”

เฉาซวนรีบคว้าแขนของฉินลี่เยี่ยไว้ “ลี่เยี่ย ระหว่างพวกเราต้องเป็นแบบนี้เหรอ?”

“เธอคิดว่าอย่างไรล่ะ?” ฉินลี่เยี่ยนั่งลงที่ที่นั่งอีกครั้ง “พวกเราไม่เกี่ยวข้องกันตั้งนานแล้ว นี่คือสิ่งที่เธอพูดตอนเลิกกัน ถ้าความทรงจำเธอไม่ดีฉันทบทวนให้อีกทีก็ได้”

แน่นอนว่าเฉาซวนไม่สามารถลืมได้

วันนั้นแม้แต่อากาศก็อาจจะรู้ถึงความโศกเศร้าของพวกเขา

ค่ำคืนที่ฝนพรำ

เธอบอกเลิก

เขาถามว่าทำไม

เธอบอกว่าเขาไม่มีเงิน แต่เธออยากใช้ชีวิตที่มีเงิน เธออยากโดดเด่นเหนือคนอื่น

เขาพูดว่าถ้าเขาเป็นคนมีเงิน พวกเขาจะเลิกกันไหม?

เธอบอกไม่มีถ้า

พวกเขาต่างคนต่างไป

น้ำตาไหลจนตาแดงด้วยความเสียใจ

“ลี่เยี่ย ฉันก็ไม่ได้หวังให้เรื่องราวกลายเป็นแบบนี้ ฉันรักคุณนะ”ตอนนี้เธอรู้ว่าฉินลี่เยี่ยเป็นใคร รู้สึกเสียดาย “แต่ว่า……”

“แต่ว่าความรักของเราไร้ค่าในสายตาของคุณ คุณเลยเลือกเงิน”เรื่องผ่านมานานแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึง เขาไม่ได้มีนิสัยนอกลู่นอกทาง ที่ไม่พูดให้ชัดเจนเพราะเขาอายเฉียวอวี่ถง “เฉาซวนผมหวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราเจอกัน ผมแต่งงานแล้ว พวกเราใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข”

คำพูดของฉินลี่เยี่ยเป็นราวกับฟ้าผ่าตอนกลางวัน

“ลี่เยี่ย คุณกำลังเอาคืนฉันใช่ไหม? ฉันรู้ว่าคุณเกลียดฉัน เพรารักเลยยิ่งเกลียด!”

เฉาซวนคิดว่าเขาโสด คิดว่าตัวเองยังมีโอกาส คิดไม่ถึงว่าผลจะออกมาเป็นอย่างที่ได้ยิน

“ถงถง ถงถง เธอดู พี่ลี่เยี่ยจะไปแล้ว!”สงจื่อหยูนเร่งให้เฉียวอวี่ถงหันไปทางฉินลี่เยี่ย “เธอจะกลับไปกับเขาไหม ฉันดูแล้วเขากับผู้หญิงคนนั้นไม่น่ากลับด้วยกัน”

แต่พูดไม่เท่าไรเท่านั้น

เฉาซวนก็กอดเอวฉินลี่เยี่ยไว้จากด้านหลัง……

“艹! เรื่องอะไรกัน!”สงจื่อหยูนกระฟัดกระเฟียด พ่นคำหยาบออกมาหมดแล้ว “ฉันจะไปดูหน่อย!”เฉียวอวี่ถงหยุดไว้ไม่อยู่

“ฉินลี่เยี่ย!”เป็นครั้งแรกในชีวิตที่สงจื่อหยูนเรียกชื่อฉินลี่เยี่ย

“จื่อหยูน?”

“ตกใจมากเหรอ?”สงจื่อหยูนชี้ไปที่เฉียวอวี่ถงทางด้านหลัง แล้วมองไปที่เฉาซวนที่เพิ่งจะปล่อยมือ “คุณผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรอ?”

Bình Luận ()

0/255