บทที่182 เรื่องสำคัญ

“ก็ได้ ฉันจะพยายามที่สุด อย่างไรเสียก็เป็นข่าวดี ฉันอาจจะอดพูดออกไปไม่ได้”

“ฮ่าฮ่าฮ่า”ถังจิงไม่ค่อยอยากจะเชื่อ ดูท่าอีกไม่นานตัวเองคงต้องถูกเปิดโปงแล้ว

“คุณป้าครับ อย่างนั้นต้องรบกวนคุณป้าดูแลถงถงด้วย ผมกับถังจิงขอตัวก่อนนะครับ”

“เรื่องที่เธอท้องคิดว่าจะบอกที่บ้านเมื่อไร?”

“เธออยากแต่งงานกับฉันไหม?”ไม่ได้รับคำตอบ แต่กลับถูกถามกลับ “ถ้าพวกเขารู้ว่าฉันท้อง ต้องรีบให้พวกเราแต่งงานกันแน่ๆ ฉันไม่ติดอะไรแต่คุณล่ะ?” คุณอยากแต่งงานไหม?

คำถามจริงจังวางอยู่ตรงหน้า ตู้โป๋เหวินไม่มีหนทางที่ตอบออกมาอย่างรวดเร็ว

“ดังนั้นพวกเราสามารถปิดได้นานแค่ไหนก็แค่นั้นเถอะ”เข้าใจสถานการณ์ ดังนั้นตอนนี้เธอไม่ความขออะไรที่มากไปได้ “ใช่แล้ว ขอบคุณคุณนะที่วันนี้ช่วยรักษาหน้าฉัน อันที่จริงคุณไม่ต้องใส่ใจฉันนักก็ได้ คุณกับพี่สะใภ้รู้จักกันมาหลายปี เธอป่วยแล้วคุณเป็นห่วงเป็นเรื่องปกติมาก”

ตู้โป๋เหวินยังคงเงียบ

“กินข้าวเสร็จแล้วค่อยกับเถอะ”

“ก็ได้”

ผลสุดท้ายพวกเขาเพิ่งจะถึงร้านอาหาร คุณนายถังก็โทรมา

ถังจิงมีลางสังหรณ์ไม่ดี “เธอท้องแล้ว! เรื่องใหญ่อย่างนี้ทำไมไม่บอกฉัน!”

คุณแม่ฉินที่แท้เป็นคนพูดจริงทำจริง

“เธอกับตู้โป๋เหวินอยู่ไหน? รับกลับมาบ้าน!”

“แม่คะ พวกเรากำลังกินข้าว”

“กลับมากินสิ ฉันเตรียมของอร่อยไว้ให้”

ถังจิง “……”

เฉียวอวี่ถงฟื้นแล้ว

สถานที่ต่างจากก่อนหมดสติไปอย่างสิ้นเชิง

“ถงถง ฟื้นแล้วเหรอ”

ฉินลี่เยี่ยพูดพร้อมยิ้ม “คุณแม่คะ คุณแม่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”ฉินลี่เยี่ยไม่อยู่? อยู่กับเฉาซวนเหรอ?

“ฉันกลัวว่าลี่เยี่ยจะดูแลเธอได้ไม่ดี และยังทำให้เธอโกรธเลยให้เขาไปคิดทบทวนน่ะ!”ดูแล้วคุณแม่ฉินคงเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานของพวกเขาอย่างชัดเจนแล้ว “ถงถง เธอคิดอย่างไรก็บอกแม่ แม่จะช่วยเอาคืนแน่ๆ ผู้ชายน่ะต้องสั่งสอน!”

คุณแม่ฉินถูกคุณพ่อฉินเอาใจมาทั้งชีวิต

“คุณแม่คะ หนูไม่อยากแต่งงาน”

“พวกเธอแต่งงานกันแล้ว”คุณแม่ฉินหัวเราะ “ที่พวกเธอจะจัดกันในอีกสองวันคือพิธีแต่งงาน”

“อย่างนั้นก็ไม่ต้องจัดพิธีแต่งงานแล้วค่ะ หนูจะหย่ากับฉินลี่เยี่ย”

“หา?”เธอก็มีหลักการของเธอเพียงแค่ไม่ต้องหย่าร้างเฉียวอวี่ถงสามารถเสนอคำขออะไรก็ได้ “ถงถง เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น พูดส่งๆไม่ได้ ฉันรู้ว่าครั้งนี้ลี่เยี่ยทำผิด เธอจะตีจะลงโทษอะไรก็ได้ หย่าไม่ได้เด็ดขาด”

คุณแม่ฉินกุมมือเฉียวอวี่ถง สุดท้ายเพิ่มแรงให้หนักขึ้นราวกับต้องการให้พลังกับเธอ

“คุณแม่คะ คนที่ลี่เยี่ยชอบกลับมาแล้ว พวกเขาอยู่ด้วยกันก็เหมาะสมมาก”

“เด็กโง่ พูดแบบนี้ได้อย่างไร? เฉาซวนเป็นแค่อดีต ลี่เยี่ยก็ไม่สามารถคบกับเธอได้ เธอไม่ต้องคิดอะไรมาก ฟังแม่นะ ไม่ต้องหย่า ฉันจะให้ลี่เยี่ยขอโทษเธอ ไม่ให้เขาพบกับเฉาซวนอีกจะว่าไปแล้วความรักเป็นเรื่องเรียบง่ายมาก แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่การขอโทษจะสามารถแก้ไขได้ เฉาซวนเป็นเหมือนหนามที่อยู่ในใจของฉินลี่เยี่ย ขยับแค่นิดหน่อยฉินลี่เยี่ยก็ร้อนรนแทบไม่ไหว

เฉียวอวี่ถงไม่ตอบ เธอพูดกับฉินลี่เยี่ยต่อหน้าได้

“ภรรยา”

ฉินลี่เยี่ยถูกคุณพ่อฉินสั่งสอนทั้งช่วงเช้า นี่เพิ่งจะถูกปล่อยกลับมา

เฉียวอวี่ถงมองเขาด้วยแววตาเย็นชา

“พวกเธอคุยกันดีๆ ลี่เยี่ย ปลอบภรรยาเธอให้ดี!”

“ครับคุณแม่ คุณแม่กลับดีๆนะครับ!”

ฉินลี่เยี่ยนั่งลงข้างเตียงของเฉียวอวี่ถงด้วยความประหม่าที่สุด “ภรรยา ขอโทษนะ เรื่องเมื่อวานผมคิดไม่รอบคอบ ผมผิดไปแล้ว หวังว่าคุณจะให้อภัยผมนะ”

“ได้”เฉียวอวี่ถงตอบอย่างรวดเร็ว “พวกเราหย่ากันเถอะ”

“ถงถง!”

“หย่ากัน ฉันจะให้อภัยคุณได้”

“ไม่ได้ ผมไม่ตกลง!”ฉินลี่เยี่ยทำตามใจตัวเอง! “พวกเราพูดกันดีๆเถอะ! อย่าเอะอะอะไรก็จะหย่าโอเคไหม?”

เฉียวอวี่ถงส่ายหัว “ที่ฉันพูดจริงจังนะ ฉันหวังว่าคุณจะตกลง ฉันสมหวังคุณเองก็สมหวัง!”ตอนนี้อุณหภูมิร่างกายของเธอยังสูงอยู่นิดหน่อย พูดไม่เท่าไรก็มึนหัวมาก

“ถงถง! คุณนอนก่อนสักครู่ ผมจะไปเตรียมสั่งอาหาร”

“เรื่องที่ฉันพูดคุณพิจารณาให้ดีด้วยนะ”

ฉินลี่เยี่ยไม่พิจารณา

การหย่าร้างเป็นไปไม่ได้

ที่ช่วยเฉาซวนเมื่อวานเป็นเพราะแค่ความเป็นเพื่อน ไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งอะไรเลย เขายอมรับว่าตัวเองคิดไม่รอบคอบ ทำร้ายเฉียวอวี่ถง ดังนั้นตอนนี้เลยละอายใจเป็นอย่างมาก

ตอนที่ฉินลี่เยี่ยออกไปโทรศัพท์เขาร่วงอยู่ที่ห้องผู้ป่วย

เขาเพิ่งจะไปโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เฉียวอวี่ถงไม่อยากใส่ใจ แต่เพราะดังไม่หยุดก็เลยไม่มีทางเลือก

สายที่โทรมามีชื่อขึ้นอย่างชัดเจน

เฉาซวน

เฉียวอวี่ถงมองแวบหนึ่ง แล้วปล่อยให้โทรศัพท์ดังต่อไป

เสียงเรียกเข้าของฉินลี่เยี่ยคือเพลงที่เพราะมากเพลงหนึ่ง ตอนนี้เฉียวอวี่ถงกลับเกลียดเพลงนี้มาก เกลียดเป็นที่สุด

ในที่สุดฉินลี่เยี่ยก็กลับมา บนมือถือน่าจะมีสายที่ไม่ได้รับประมาณสิบกว่าสาย

“มีคนโทรมาหาคุณน่ะ”

“อ่อ”

เฉียวอวี่ถงสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของฉินลี่เยี่ย

เฉาซวนไม่สามารถทำให้ฉินลี่เยี่ยไม่มีปฏิกิริยาอะไรได้

“กินข้าวเถอะ”ฉินลี่เยี่ยเตรียมอาหารอ่อนและผัดผักไม่กี่อย่างไว้ “ผมป้อนคุณนะ”

มือขวาของเฉียวอวี่ถงเจาะน้ำเกลือไว้ หยิบตะเกียบไม่ถนัด

“ไม่ต้อง”เฉียวอวี่ถงลุกขึ้นนั่ง “คุณไปทำธุระเถอะ ฉันกินเองได้”

ฉินลี่เยี่ยไม่สามารถไปได้อย่างแน่นอน การแต่งงานของเขาอาจจะจบลงเพราะการไปของตัวเอง

“ถงถง ผมไม่มีธุระอะไร”

เฉียวอวี่ถงไม่พูดจา ใช้ช้อนตักอาหารกินอย่างเก้งก้าง ท่าทีนิ่งสงบมาก ไม่มีความโกรธหรือความดีใจใดใด

ฉินลี่เยี่ยดังขึ้นอีกครั้ง ยังคงเป็นเฉาซวน

ชื่อที่กะพริบอยู่ทำให้ฉินลี่เยี่ยตัดสายไป

“เธออาจจะมีเรื่องสำคัญ คุณโทรกลับไปถามหน่อยสิ”เฉียวอวี่ถงได้ยินเสียงเรียกเข้าก็รำคาญ

ฉินลี่เยี่ยลังเล ตอนที่พูดอาจจะไม่พอใจ ขัดแย้งมาก แต่ถ้าทำไปจริงๆ ก็อาจจะลำบากได้

เขาโทรไปแล้ว

ปลายสายคือเสียงกระซิกของเฉาซวน

“ลี่เยี่ย คุณช่วยฉันด้วย!”

“คุณอยู่ที่ไหน?”ฉินลี่เยี่ยร้อนรน

วางสาย ท่าทางการกินของเฉียวอวี่ถงไม่ต่างจากก่อนโทรไป

“ถงถง ผมออกไปก่อนนะ ผมขอไปดูหน่อยแล้วจะกลับมาทันที”

“ไปเถอะ”

เฉียวอวี่ถงคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะทำถึงขั้นนี้

“เห้อ……”

“ไหนไหนก็ต้องหย่าแล้ว ปกติมาก ปกติมาก”เฉียวอวี่ถงได้แค่ปลอบใจตัวเองแบบนี้

วางช้อนลง ไม่มีอารมณ์จะกินอะไรแล้ว

สงจื่อหยูนได้ข่าวว่าเฉียวอวี่ถงเข้าโรงพยาบาล พอมีเวลาก็รีบมา “เธอโอเคใช่ไหม พี่ลี่เยี่ยล่ะ?”

ตอนนี้เธอเป็นคนที่มีสามี มีคนถามเธอด้วยคำถามแบบนี้เป็นเรื่องปกติ

“เขามีธุระ”

“กินอิ่มแล้วเหรอ?”สงจื่อหยูนเห็นอาหารไม่พร่องเลย “ไม่อย่างนั้นฉันไปดูว่ามีอย่างอื่นที่อร่อยไหม ช่วยเอามาให้เธอ”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไม่หิว”

“ไม่ข่าวว่าเธอได้เข้ารอบชิงชนะเลิศแล้ว! ยินดีด้วยนะ!”

เฉียวอวี่ถงหัวเราะพลางพูด “ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณนะ”

หาเรื่องคุยจนค่ำแล้วฉินลี่เยี่ยก็ยังไม่กลับมา

สงจื่อหยูนโมโหแล้ว “พี่ลี่เยี่ยเกินไปแล้ว มีธุระอะไรกัน! ต้องจัดการถึงตอนนี้ ภรรยายังอยู่โรงพยาบาลแท้ๆ! ไม่สนใจเลย!”

เฉียวอวี่ถงตัดสินใจพูดเรื่องราวให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้สงจื่อหยูนเข้าใจผิด “จื่อหยูน ฉันกับฉินลี่เยี่ยจะหย่ากันแล้ว ดังนั้นเธอไม่ต้องไปขอให้เขาทำอะไรมากเกินไป”

“หย่า?”สงจื่อหยูนไม่กล้าจะเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน “ถงถง หย่าไม่ได้นะ!”

“จื่อหยูน ฉันคิดดีแล้ว การหย่าดีกับเราทั้งคู่”

ครั้งก่อนที่สงจื่อหยูนกินข้าวกับเฉียวอวี่ถงก็บังเอิญเจอฉินลี่เยี่ยกับเฉาซวน เรื่องราวครั้งนี้ก็ค่อนข้างเข้าใจได้

“ถงถง บอกแล้วว่าเป็นแฟนเก่า เป็นอดีตไปแล้ว เธออย่าใส่ใจมากเลย”

“จื่อหยูน เราคุยเรื่องอื่นกันเถอะ การเดตของเธอช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

“เห้อ จะยังไงได้ล่ะ? ก็คุยๆไปแล้วก็ไม่มีต่อแล้ว หาคนที่ใช่ไม่เจอเลย รำคาญใจจริงๆ!”งานของสงจื่อหยูนหลังจากกลับประเทศก็คือตั้งใจออกเดต ออกเดต ออกเดต ออกเดตตลอด

เฉียวอวี่ถงหัวเราะพลางพูด

“ฮ่าฮ่าฮ่า ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ไม่รีบ จะว่าไปเธอกลับมาไม่คิดจะทำงานเหรอ?”

เธอและฉินฉิงเป็นเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เธอก็เรียนการแพทย์

“ทำงาน? ฉันก็กำลังร่อนใบสมัครอยู่ แต่ฝีมือกับการรักษาของฉันก็ทั่วๆไป เทียบฉินฉิงฉันก็เป็นแค่คนอ่อนหัดคนหนึ่ง ไม่มีสิทธ์มีเสียงอะไรหรอก โรงพยาบาลก็คงมองข้ามฉันแบบนี้เหมือนกัน……”

“เธอต้องมั่นใจหน่อยสิ!”

สงจื่อหยูนพยักหน้า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันกำลังเขียนนิยายอยู่ การตอบรับก็ไม่เลวเลย ฉันอยากเขียนต่อไปเรื่อยๆ บางทีวันหนึ่งนี่อาจจะเป็นอาชีพของฉันก็ได้”

“แบบนี้ก็ดี ต่อไปพวกเราก็จะได้ชื่นชมกับผลงานอันยิ่งใหญ่ของเธอแล้ว”

สงจื่อหยูนหัวเราะเขินๆ “ถึงเวลาที่นิยายฉันปรับปรุงเป็นเนื้อเรื่อง ฉันจะเหลือตัวละครไว้ให้เธอสักตัวหนึ่งนะ”

“โอเค! ฉันอยากจะเป็นตัวร้ายที่โหดเหี้ยม!”

“ยกให้ ยกให้เธอเลย วางใจได้ เธออยากจะเล่นบทอะไรก็ได้!”

“ฉันหิวแล้ว ฉันให้แม่บ้านที่บ้านฉันทำอาหารมาส่ง ทำไมถึงยังไม่มาอีก”ถ้าสงจื่อหยูนไปซื้ออาหารเฉียวอวี่ถงก็ต้องอยู่คนเดียว ดังนั้นเธอเลยเลือกวิธีที่ทั้งสะดวกและดีต่อสุขภาพแบบนี้

สงจื่อจินโทรหาสงจื่อหยูน บอกเธอว่าอย่าเป็นตัวถ่วงเรื่องของฉินลี่เยี่ยและเฉียวอวี่ถง

สงจื่อหยูนขี้เกียจจะเถียงกับเขา ได้แต่พูดอย่างเงียบๆ

“กินข้าวได้แล้ว!”

ซุปซี่โครงหมู ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน ซี่โครงหมูชุบแป้งทอด

“เป็นอย่างไรบ้าง? ฉันรู้ใจเธอใช่ไหมล่ะ?”

เฉียวอวี่ถงชอบแทะกระดูก กินซี่โครง ดังนั้นเมนูซี่โครงที่สงจื่อหยูนเตรียมมาเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง

“ความจำของเธอนี่ดีจริงๆ”

“แน่นอนสิ เรื่องของเธอฉันจะลืมได้อย่างไร พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ!”

กินข้าวเสร็จแล้ว ฉินลี่เยี่ยก็ยังไม่โผล่มาก

“ฉันจะไปถามว่าสามารถเสริมเตียงให้ฉันที่นี่ได้ไหม วันนี้ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอสักคืน”

“ฉันอยู่เองได้ไม่เป็นไรหรอก เธอนอนที่นี่ก็นอนไม่สบาย”

สงจื่อหยูนยังคงยืนยันความคิดตัวเอง

“ตอนพวกเราอยู่มัธยมก็นอนด้วยกันออกบ่อย”ตอนนั้นพวกเขาอยู่หอเดียวกัน มีโอกาสอยู่ห้องเดียวกันทุกวัน

Bình Luận ()

0/255