พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

บทที่253 นัดบอร์ดแสนวุ่นวาย

บทที่253 นัดบอร์ดแสนวุ่นวาย

พอกู้เจ๋ออวี่แยกกันกับคุณพ่อ ก็รีบโทรหาฉินลี่เยี่ยในทันที

“นี่นายทำไรของนาย?”

“ปัญหาก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว นี่ฉันกำลังช่วยแกนะ” ฉินลี่เยี่ยพูดอย่างชิวๆ แต่กู้เจ๋ออวี่นั้นเครียดมาก

“ต่อไปแกก็สบายแล้ว เพราะลูกชายแกรับทั้งหมดนี้แทนแกแล้ว”

“นี่นาย!” กู้เจ๋ออวี่เข้าใจทันทีว่าฉินลี่เยี่ยกำลังบีบบังคับให้เขายอม ไม่ต่างอะไรจากพ่อเขาเลย

“นี่แกกำลังจะทำร้ายลูกฉัน”

“ก็นายไม่ยอมทำ คุณอากู้ก็คงไม่ให้คนนอกเข้ามาทำหรอก เรารู้กันอยู่แล้ว ”

ธุรกิจตระกูลกู้ส่งต่อได้แค่ภายในตระกูลเท่านั้น

ก่อนที่คุณพ่อกู้ จะแต่งงานใหม่ เขาก็พูดไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะมีลูกอีกกี่คน จะเป็นหญิงหรือชาย

ธุรกิจครอบครัวก็ต้องให้สายกู้เจ๋ออวี่รับช่วงต่อ คนที่เป็นพยานในตอนนั้นก็มีเยอะมากและที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง

ทายาทต่างๆในตระกูลใหญ่ต่างก็รู้ตัวดี แต่ในบรรดาลูกหลานเหล่านั้น กู้เจ๋ออวี่เป็นคนที่ไม่เข้าใจในเรื่องนี้มากที่สุด

คนส่วนใหญ่อิจฉาชีวิตคนรวย แต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นคนรวยก็ไม่ได้มีความสุขเสียเท่าไหร่

สิ่งที่กู้เจ๋ออวี่ไม่เคยรู้คือ ตอนที่หยวนโป๋ยังเด็ก เพื่อนๆไม่กล้าเข้าใกล้เขา บอกว่าเขาน่ากลัวถึงแม้เขาจะดูบอบบาง จนกระทั่งตอนนี้หยวนโป๋ก็ยังไม่มีแฟน เพราะปัญหาของครอบครัวค่อนข้างเยอะ เขาไม่อยากให้ใครมาเกี่ยวพันไปมากกว่านี้

ถางสิงหล่ะ? เขาชอบการบริหารจริงๆหรอ? เหมือนกับว่าเขาจะชอบวาดรูปนะ แต่พอเขาโตขึ้น เขาก็ไม่เคยพูดเรื่องเป็นอยากเป็นนักวาด นักแกะสลักอีกเลย

สงจื่อจิน เขาโตในครอบครัวทหาร ฉะนั้นนับตั้งแต่ที่เขาเกิดมา เขาก็ต้องเดินทางสายนี้ เขาไม่มีทางเลือก และไม่สามารถเลือกได้

ฉินลี่เยี่ยก็เคยอยากใช้ชีวิตธรรมดาบ้าง แม้จะได้เป็นแค่คนทำความสะอาดก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็จะไม่มีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น เขากับเฉียวอวี่ถงก็คงไม่คบๆเลิกๆ

กู้เจ๋ออวี่นิ่งไปครู่ใหญ่

“นายไปคิดดีๆ ” ฉินลี่เยี่ยวางโทรศัพท์ลง และไม่พูดอะไร

เขาก็เคยลังเลว่าทำแบบนี้มันถูกรึป่าว แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจแล้ว เรื่องบางเรื่องก็ต้องมีใครสักคนที่ยอม แต่เรื่องนี้ก็ได้เวลาที่กู้เจ๋ออวี่ต้องชดใช้บ้าง บางธรรมเนียมก็ควรรักษาไว้

กู้เจ๋ออวี่นั่งตรงที่คนขับคิดไปพักใหญ่

จะทำยังไงดี?

เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนทำอะไรผิดไปหลายอย่าง แท้จริงแล้วการขัดแย้งต่างๆที่ตนแสดงออกมานั้น ก็มาจากความไม่รู้จักโตของตนเอง เพราะว่าเขานั้นเห็นแก่ตัวมากเกินไป

ประโยคนึงที่ฉินลี่เยี่ยพูดในวันนี้ เขาจำได้ดีเลย

“เซ็นสัญญาซะ นายไม่เสียเปรียบหรอก”

ก็จริงที่เขาโตแล้ว และเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น

_______________

ซือหยู่เอาเรื่องที่แนะนำแฟนให้สงจื่อหยูนไว้เป็นอันดับแรก

เขาแอบไปสืบมา ผู้ชายพวกนี้ตรงตามเกณฑ์ทุกคน เขาเลยเลือกคนที่คิดว่าดีที่สุดมาคุยกันก่อนทีละคน ต้องมีสักคนแหละที่เข้ากับเธอได้

“นอกจากเพื่อนร่วมงานและลูกค้าแล้ว โอกาสเลือกยังมีอีกเยอะนะ”

ซือหยู่ก็เตรียมให้เป็นอย่างดี

“ก็ได้ เจอกันวันเสาร์นะ”

นัดบอร์ดไปตั้งหลายรอบ แกก็ยังไม่ได้แต่งสักที แกนี่มันน่าสงสารจริงๆ”

“สวัสดีครับคุณสงคุณเรียกผมKevinได้เลยนะครับ”

“สวัสดีค่ะ สงจื่อหยูนค่ะ”

ความรู้สึกแรกที่สัมผัสคือรู้สึกอบอุ่น

เป็นนักถ่ายภาพของสำนักพิมพ์นิตยสารของเรา เขาหล่อ ถ่ายรูปสวย ”ซือหยู่เพิ่งเคยแนะนำคนให้คนอื่นเป็นครั้งแรก เธอยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่

พวกคุณคุยกันไปก่อนเลย ฉันนัดคนไว้แล้ว ต้องขอตัวก่อนนะคะ”

“บายๆ”

“คุณสงตอนนี้ทำงานอะไรอยู่ครับ”

“เป็นฟรีแลนซ์ค่ะ”

“ผมได้ข่าวว่าคุณจบคณะแพทยศาสตร์มา ทำไมไม่เป็นหมอหล่ะครับ”

หรือว่าเธอควรหาป้ายมาแขวนซะเลยว่า ไม่ชอบเป็นหมอ ก็เลยไม่ได้เป็นหมอ ถึงแม้เธอจะรำคาญ แต่ก็ยังอธิบายความคิดเห็นของตนเองให้อีกฝ่ายฟัง

” Kevinดื่มกาแฟไปคำนึง

“คุณสงมีอยู่เรื่องนึงที่ผมไม่รู้ว่าควรพูดดีไหม”

ความรู้สึกแรกหลังจากที่เธอได้ยินประโยคนี้คือ ถ้าไม่รู้ว่าควรพูดไหม

ความรู้สึกสองครั้งนี้มากพอที่จะทำให้เธอตัดสินใจตัดเขาออกจากตัวเลือก

Kevinอยากจะพูดแต่แรกแล้ว

ไม่มีงาน แถมทำงานบ้านก็ไม่เป็น

“ยากที่จะอะไร?”

ก็บอกไปแล้วว่าเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานบ้านไม่เป็น?

“ผมหมายความว่า ยากที่จะหาคนที่เหมาะสมเจอครับ”

“เหอะๆๆ”

ไอKevinนี่ชินกับการถูกยกย่อง

รู้หน้าไม่รู้ใจ เพิ่งจะแป๊บเดียวก็มีปัญหาซะละ มิน่าหล่ะถึงยังไม่มีแฟน

คุณคงไม่ถือสานะครับ?” EQ ของKevinนี่มันต่ำจริงๆ พูดอะไรที่มันไม่น่าฟัง สิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ แต่มาบังคับให้เขายอมรับ

เธอไม่ยอม ความอดทนที่มีทั้งหมดของเธอหายไปหมดแล้ว “คุณKevinคะ

Kevin น่าจะคาดไม่ถึงว่าสงจื่อหยูนจะพูดออกมาได้ตรงขนาดนี้ เขาเจ็บใจมาก

“กาแฟวันนี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงเองค่ะ”

สงจื่อหยูนควักเงินออกมาสองร้อยแล้ววางบนโต๊ะ

จะลำบากเปล่าๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่กาแฟแก้วเดียวเอง” สงจื่อหยูนเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

หรือคุณKevinคิดว่าเธอจะเกาะเขากินรึป่าว คิดว่าต่อไปถ้าได้คบกันเธอก็จะใช้เงินเขา?

เธอรู้สึกว่าตัวเองโง่เกินไปแล้ว เขาพูดมาชัดขนาดนี้ ยังไม่รู้ตัวอีก

เฉียวอวี่ถงยิ้มพร้อมพูด “ตอนเดินออกมาต้องสง่าหน่อย แต่ระวังถ้าไม่มองทางจะหัวคะมำเอา”

“โอ้ย!”ปี่เต๋อพานชนเข้ากับสงจื่อหยูน

สงจื่อหยูนไม่อยากให้เข้าใจผิดจึงพูดต่อว่า “ขอโทษค่ะ” ถึงขอโทษแต่เสียงแข็ง

“ คุณสงครับ”

“มีอะไร!” ฉันอยากจะบ้าตายจริงๆ

“ยังไงวันนี้ก็ให้ผมจ่ายเถอะครับ ไม่งั้นกลับไปผมไม่รู้จะพูดยังไงกับพี่หยู่“

Bình Luận ()

0/255