บทที่255 ต้องมีสไตล์

แต่Kevinยังคมจมอยู่ในเรื่องราวโกหกที่ตัวเองสร้างขึ้น เขาคิดว่าทุกคนโง่จริงๆเหรอ ตาบอดหรอ คิดว่าทุกคนจะเชื่อเขาหรอ

“ทางนี้! ”สงจื่อหยูนเห็นพวกเขาแล้วรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ได้เวลาแก้แค้นแล้วสิ

“คุณพี่คะ! ”

“เราไปกันเถอะ ” ที่ซือหยู่พูดเพราะKevinหยุดเดินไปสักพัก Kevinเห็นปี่เต๋อพาน เขาเริ่มรู้สึกกังวล

“เป็นอะไรรึป่าว” ซือหยู่ถามด้วยความสงสัย เธอยังไม่ทันสังเกตุผู้ชายที่นั่งตรงข้ามสงจื่อหยูน

“พี่หยู่ ผมว่าไม่เป็นไรครับ ” Kevinเริ่มกลัว และตื่นจากจินตนาการของตัวเอง

“คิดเสียว่าเรื่องนี้มันไม่เคยเกิดขึ้นละกันนะครับ !”

“ไม่ได้สิ โดนต่อยขนาดนี้ ต้องเอาคืน” ซือหยู่ตั้งใจพูดแบบนั้น เธอไม่ได้โง่ เธอดูออกว่าKevinกำลังกลัว

“ไหนๆก็มาแล้ว คุณKevinจะไปไหนคะ” สงจื่อหยูนเดินมาหาพวกเธอ

Kevinไม่อยากร่วมโต๊ะจริงๆ แต่ตอนนี้เขาทำไรไม่ได้แล้ว

“โห บังเอิญจัง เจอกันอีกแล้วนะ” ปี่เต๋อพานกำหมัดขึ้นมา Kevinเริ่มรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เพิ่งโดนซ้อมไปเมื่อสองสามวันที่แล้ว ต้องเจออีกแล้วหรอเนี่ย

“อ้อ ใช่ๆ...” Kevin พูดไม่ค่อยออก

“ที่...เรียกผมมาวันนี้..มี...มีอะไรรึป่าวครับ?”

“นั่นสิ ได้ข่าวว่านายรู้จักฉันดีหนิ มองคนได้แม่นมาก อยากให้คุณดูให้หน่อยว่าฉันเป็นคนแบบไหน!” สงจื่อหยูนกัดฟันพูด ถ้าไม่ได้อยู่ในที่สาธารณะล่ะก็ นายเจอดีแน่

“ไหนลองพูดสี้ คุณKevin”

ซือหยู่ดื่มกาแฟอยู่ห่างๆ ไม่พูดไม่จาสักคำ Kevinพยายามส่งซิคให้เธอหลายรอบ แต่ซือหยู่ก็ยังนิ่งอยู่

ปี่เต๋อพานพูด “คำที่พูดไป ทำไมลืมไวจัง ให้ฉันช่วยทวนความจำหน่อยไหม?”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไร” Kevinกลัวเจ็บ

“ขอโทษครับ”

“อย่าสิ เรายังไม่ทันได้เม้ามอยกันเลย รีบขอโทษทำไม คนอื่นมาเห็นเข้าจะคิดว่าเรารังแกนายเอานะ”

Kevinไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

“ได้ข่าวมานายหมั่นไส้ฉันหรอ ไหนลองว่ามา อากาศดีๆแบบนี้ กว่าทุกคนก็จะได้ออกมาพบปะกัน อย่าเสียเวลาเลย ”สงจื่อหยูนตั้งใจจะทำให้ Kevin ขายหน้าให้ถึงที่สุด

“เอ้ะ? พี่คะ เงินเดือนของคุณKevinสูงมากเลยใช่ไหมคะ? เขาถึงกลัวผู้หญิงมาใช้เงินเขาหน่ะ ! ”

ซือหยู่ขำเบาๆ “สูงหรอ? มาตรฐานของคำว่าสูงคืออะไรหรอ? ฉันจำได้ว่า เงินเดือนแกยังไม่ถึงหลักหมื่นเลยหนิ? ”

อย่างงี้นี่เอง ถือเงินเดือนแค่ไม่กี่พันหยวนก็ต้องรักษาให้ดีเป็นธรรมดา ไม่งั้นเงินก็จะไม่พอกินข้าวเอานะ

“อ้อๆๆ ก็สูงอยู่นะ แต่จะกินข้าวที่นี่ได้สักกี่มื้อเชียว ” สงจื่อหยูนถือเมนูขึ้นมา

“ว้าย เงินเดือนที่มีทานอาหารร้านนี้ได้ตั้งสามหน้าหน่ะ”

Kevinรู้สึกเสียหน้ามาก “แกหมายความว่ายังไง! ”

“ฉันจะหมายความยังไงได้หล่ะ ก็แค่ทำความรู้จักคุณKevinสักหน่อย น่าผิดหวังจัง สังคมสมัยนี้ เงินเดือนแค่ไม่กี่พันหยวนก็คิดว่าสูงเสียแล้ว”

วันนี้เกิดเรื่องแบบนี้ เขาอยากจะทำงานต่อก็คงไม่มีโอกาสแล้ว งั้นเอาให้สุดดีกว่า

ไอผู้หญิงหากินด้วยหน้าตา จะมีดีไปถึงไหนกัน”

พอได้ยินคำว่า หากินด้วยหน้าตา สงจื่อหยูนขำแทบพุ่ง

เธอหากินด้วยหน้าตาได้ตั้งแต่เมือไหร่กัน งี้แสดงว่าตัวเองก็สวยอยู่นะ

ฉันก็เห็นด้วยนะ แต่ถึงฉันจะสวยฉันก็จะใช้ความสามารถของฉัน

เธอเองก็รู้สึกเสียใจที่แนะนำเขาสองคนให้รู้จักกัน เพราะเธอไม่เคยทำหน้าที่แบบนี้

ว่าจื่อหยูเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์อิสระ มีเงินเข้าบัญชีเป็นแสนทุกๆเดือน ตอนนี้กำลังจะเตรียมออกหนังสือ ตอนแรกกลัวว่านายจะเกร็งก็เลยไม่ได้บอกนาย แต่เรื่องดันกลายเป็นแบบนี้ไปซะงั้น”

คำพูดของซือหยู่นั้นทำให้Kevinรู้สึกอยากตาย

พวกนนี้มันไม่สำคัญแล้วครับ ผมได้เงินเดือนละไม่กี่พัน อย่างน้อยก็ได้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง” Kevinยังคงรักอีโก้ของตัวเอง ยังมีสไตล์ของตัวเอง

“ผมว่าเราคงไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้วหล่ะ ผมขอตัวก่อน”

! ยังเคลียร์กันไม่เสร็จเลยหนิ!” สงจื่อหยูนพูด

“สิ่งที่นายพูดมาทั้งหมด เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ถ้าไม่พอใจก็ให้ทนายมารอได้เลย”

Kevin อึ้ง

“……”

“มีปัญหาอะไรค่อยคุยกันที่ศาลเนอะ” สงจื่อหยูนทำมือบอกเขาว่าไปได้แล้ว

แต่Kevinไม่ไป

“พี่หยู่”

“หื้ม?”

แน่นอนว่าฉันเป็นคนมีเหตุผล ก่อนหน้านี้นายบอกนายถูกใส่ร้าย

” Kevinชี้ไปที่คนพวกนั้น

“ฉันจะไปฟ้องท่านผู้บริหาร ”

” ปัญญาอ่อนรึป่าว อีกอย่าง

“ไปเถอะ ขอให้สำเร็จนะ”

“น่าขำจริงๆ ”สงจื่อหยูนขำจนน้ำตาไหลออกมา

“พอแล้ว เลิกขำๆ แล้วไม่แนะนำผู้ชายคนนี้ให้ฉันรู้จักหน่อยหรอ”

“ปี่เต๋อพาน”

“อ๋อ คุณปี่เต๋อกับจื่อหยูนดูสนิทกันมากเลยนะคะ?” ซือหยู่เริ่มถามไปหมดทุกอย่าง

เราเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ” เอาแต่ถามเขาอยู่ได้ เดี๋ยวเขาก็รำคาญหรอก นิสัยของปี่เต๋อพานก็รู้ๆกันอยู่

“ช่างมันเถอะ ฉันว่าคุณปี่เต๋อดูดีมากเลยนะคะ มีแฟนรึยังคะ?”

ปี่เต๋อตอบเพื่อเลี่ยงความยุ่งเหยิงที่จะตามมา แค่คำว่า มี

“ก็จริง ผู้ชายดีๆแบบนี้ จะไม่มีแฟนได้ไง?”

ทำไมตัวเองไม่รู้ แค่ไม่เจอกันกี่วันเอง

เพราะKevinกลับไปโวยวายที่บริษัท ซื่อหยู่อยู่ได้พักเดียวก็โดนเรียกตัวกลับ

“พวกแกคุยกันไปก่อน เดี๋ยวฉันกลับไปจัดการไอ้เวรนั่นก่อน”

สงจื่อหยูนมีสิ่งนึงที่อยากพูด แต่ก็พูดไม่ออก

“ผมก็จะกลับไปที่ห้องทำงานแล้วเหมือนกัน คุณหล่ะ?”

“ฉันหรอ? แฟนนายเป็นใคร?”

”เรื่องแฟนแค่พูดไปงั้นๆ จนปี่เต๋อพานลืมเรื่องนี้ไปเลย

“ผมไม่มีแฟน”

“แล้วนาย..”

คุณไม่รู้สึกหรอ พอผมพูดว่ามีแฟน

แสดงว่ายังพอมีโอกาส

“ฉันจะไปกับคุณ”

“ทำไมอ่ะ?”

“ฉันตัดสินใจแล้ว ว่าจะจีบคุณ ฉันจะเป็นแฟนคุณ!”

ปี่เต๋อพานที่พักได้ไม่กี่วัน ต้องเจออีกแล้ว

“……”

___________

วันทำงานก็กลับบ้านด้วยกัน วันหยุดก็ไปเดินเล่นบ้าง แต่ว่าเสี่ยวจิ่นอยู่กับคุณพ่อฉินคุณแม่ฉินมานานแล้ว

“เราไปรับเสี่ยวจิ่นกลับมาเถอะ” เฉียวอวี่ถงคิดทบทวนแล้วพูดออกมา

เลี้ยงลูกสองคนมาจนโต แล้วยังต้องมาเลี้ยงหลานชายอีก

เธอได้รับในสิ่งที่ควรได้แล้ว จึงไม่ได้ไปขอสิทธิ์การเลี้ยงดูมา

Bình Luận ()

0/255