พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

บทที่257 การพบเจอที่กระอักกระอ่วน

บทที่257 การพบเจอที่กระอักกระอ่วน

เฉาซวนดูเศร้าโศก

บวกกับใบหน้าที่ซีดเซียวของเธอใครเห็นก็คงเป็นห่วงกันทั้งนั้น

แต่ตอนนี้ฉินลี่เยี่ยไม่อยากจะแสดงความเมตตา

“ตอนนี้คุณไปได้แล้วล่ะ”

“เฉียวอวี่ถง เป็นเพราะเธอ! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันกับลี่เยี่ยก็คงยังรักกันอยู่”

บาปนี้เฉียวอวี่ถงจะไม่ยอมเป็นแพะแน่ๆ เพราะตอนที่เธอกับฉินลี่เยี่ยรู้จักกัน เฉาซวนกับฉินลี่เยี่ยเลิกกันไปตั้ง5ปีแล้ว นี่มันตรรกะบ้าบออะไร เลิกกันไปแล้วยังจะหวงไม่ให้อีกฝ่ายไปเจอคนใหม่ ไม่ให้อีกฝ่ายแต่งงานใหม่เนี่ย

เฉาซวนไม่ยอมถอย “คุณหนูเฉา คุณช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม? ฉันสามารถฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้นะคะ!” เฉียวอวี่ถงก็ไม่ยอมแพ้

“ลี่เยี่ย คุณดูเธอสิคะ หลังจากนี้คุณจะใช้ชีวิตร่วมกับผู้หญิงประเภทนี้หรอ?”

“เหอะๆๆ แล้วคุณคิดว่ามีปัญหายังไงหรอ หรือว่าคุณมีความสามารถด้านไหนที่ดีกว่าเธอ?”

เฉาซวนโดนไล่ไปแล้ว

บรรยากาศโดยรอบก็ดีขึ้นมาถนัดตา

“ทุกคนมากินขนมกันเถอะ”

“พวกเราคงโดนถงถงขุนจนอ้วนแน่” ถึงจะกำลังพูดแต่มือก็ไม่วางขนมลง จะมีผู้หญิงสักกี่คนกันที่ใจแข็งไม่สนใจขนมหวาน

เฉียวอวี่ถงอารมร์ดี “ไม่เป็นไร กินด้วยกันอ้วนด้วยกัน แล้วก็ห้ามว่ากันเองด้วย!”

กินของหวานเสร็จแล้ว ฉินลี่เยี่ยกับเฉียวอวี่ถงเลยเลิกงานก่อนเวลา

“พวกเราซื้อเค้กกลับบ้านกันเถอะ”

“อย่ากินหวานมากไปซิ”

“อันนี้ฉันไม่ได้กินเอง ซื้อไปให้พวกเสี่ยวจิ่น พวกเขาก็ควรจะได้กิน” เฉียวอวี่ถงหาข้ออ้าง

ปัญหาคือตอนที่พวกเด็กๆกินเฉียวอวี่ถงก็ไม่เคยห้ามใจได้นี่สิ

“เฉาซวนเธอเป็นอะไร ทำไมถึงได้กัดคุณไม่ปล่อย หรือว่าคุณคือรักแท้ของเธอ เป็นคนที่ชะตาฟ้าลิขิตมาแล้ว?”

“คงเพราะผมมีเงินน่ะ” การอธิบายแบบนี้เป็นไปตามความจริง ไม่มีปัญหาตามมาด้วย “มิฉะนั้นคงไม่เป็นแบบนี้ ว่ากันว่าช่วงนี้ชีวิตของเธอค่อนข้างจะลำบาก”

เฉียวอวี่ถงปรายตา “คุณนี่มันหลงตัวเองจริงๆ เมื่อก่อนสามีของเธอก็มีเงินเยอะมากไม่ใช่หรอ? ถ้าเป็นเพราะเงิน ทำไมจะต้องมองข้ามคนใกล้ตัวแล้วมาขอความช่วยเหลือจากคนไกลตัวด้วยล่ะ?” เฉียวอวี่ถงเชื่อว่าเฉาซวนลึกๆคงยังรู้สึกชอบฉินลี่เยี่ยอยู่แน่ๆ ชอบจริงๆจากใจ

“นั่นเพราะว่าสามีเก่ามีเงินไม่มากพอไง”

“……”

“เฉียวอวี่ถงคงไม่มีวันเข้าใจความคิดของคนที่มองว่าเงินสำคัญที่สุด เพราะตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่เคยใส่ใจเรื่องพวกนี้เลย

เธอคิดว่าไม่ว่าจะเป็นยังไงก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้

ไม่สามารถเอาเงินมานำทางชีวิตได้

“ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่คิดแบบเธอ เด็กโง่”

“หึ! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันโง่ จะชอบคุณลงได้ยังไง!”

ฉินลี่เยี่ยยิ้มน้อยๆ “ใช่ผมน่ะ โชคดีที่สุดแล้ว”

“รู้ไว้ก็ดีค่ะ”

……

“ถงถง ตอนเย็นกินข้าวด้วยกันไหม?”

“เอาซิ มีเรื่องอะไรรึเปล่า?” น้ำเสียงของสงจื่อหยูนดูร่าเริง ใครฟังไม่ออกก็แย่แล้ว “ลองบอกให้ฉันฟังด้วยคนสิ”

วันนี้ตอนพวกเราเจอกันพวกเธอก็ช่วยเสนอไอเดียหน่อย”

“โอเค” เฉียวอวี่ถงสนับสนุนการตัดสินใจของสงจื่อหยูน

ถึงแม้จะไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะชนะใจปี่เต๋อพานได้หรือเปล่า

แต่สงจื่อหยูนเก่งในเรื่องจัดการอารมณ์ของตัวเอง ต่อให้ไม่สำเร็จ เธอก็จะไม่เสียใจ

เป็นเรื่องของผู้หญิง” สงจื่อหยูนไม่อยากเห็นตอนสองคนนี้พลอดรักหวานฉ่ำใส่กัน

“ได้อยู่แล้ว แต่ว่าผู้ชายมักจะเข้าใจความคิดของผู้ชายด้วยกันมากกว่าไม่ใช่หรอ?”

“ไม่รู้แหละ ตกลงตามนี้”

“สงจื่อหยูนนัดฉันกินข้าว และพาคุณไปด้วยกันไม่ได้”

“ทำไมล่ะ?”

แบบนี้ก็ยิ่งน่าสงสัย!

หลังจากที่เฉียวอวี่ถงอธิบาย เขาก็เข้าใจว่าสาวๆก็มีเหตุผลของพวกเธอ เลยได้แต่ยอม

“ถ้าเรียบร้อยก็โทรหาผมด้วยนะ ผมจะไปรับคุณเอง”

เรื่องที่ฉินลี่เยี่ยหนักใจมากที่สุด ก็ไม่พ้นที่คนอื่นพยายามแย่งเฉียวอวี่ถงไปจากเขานี่แหละ

ก็เป็นเพื่อนรัก มารความรักโผล่มาไม่เว้นวันเลย ให้ตายสิ!

ตอนแรกก็นึกว่าสงจื่อหยูนชวนเพื่อนมาหลายคน ที่ไหนได้มีแค่พวกเธอสองคน

“เธอไม่ได้ชวนคนอื่นหรอ?”

สงจื่อหยูนตอบอย่างอารมณ์ดี “อีกแป๊บนึงก็มาถึงแล้ว”

“ใครหรอ?”

“มาแล้ว”

“ไม่ใช่เธอบอกว่าห้ามพาผู้ชายมาด้วยหรอ?” เฉียวอวี่ถงตกใจจนมองค้างที่เจิ้งอี้ “ตอนนี้หมายความว่ายังไง?”

ครั้งนี้สงจื่อหยูนแอบเห็นแก่ตัวนิดหน่อย

เธอไม่ควรจะทำให้ทั้งเขาและเธอมาเจอกันอีก โดยเฉพาะตอนที่ฉินลี่เยี่ยไม่ได้อยู่ด้วยอย่างนี้

แต่ว่าเธอก็อยากรู้เรื่องของปี่เต๋อพานให้มากขึ้น ถ้าไม่อ้างถึงเฉียวอวี่ถงเจิ้งอี้ก็คงไม่ยอมมา

ก็เลยจำเป็นต้องโกหก

ขอโทษจริงๆนะ ฉันแค่คิดว่าเจิ้งอี้กับปี่เต๋อพานสนิทกัน ก็เลยอยากขอความเห็นจากดขา”

“ถงถง ไม่เห็นหน้าเห็นตาเลย”

“อืม ช่วงนี้ฉันค่อนข้างยุ่งน่ะ” เฉียวอวี่ถงพยายามหลีกเลี่ยงปัญหา

อย่าพูดอย่างนี้สิ เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า” สงจื่อหยูนเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนา

“เขาไม่เคยจัดปาร์ตี้วันเกิดหรอก” ในความทรงจำของเจิ้งอี้น่ะไม่เคยมีเลย

‘ฉันเป็นเด็กกำพร้า เลยไม่รู้ว่าตัวเองเกิดวันไหน

“อ๋อ……”

“งั้นปี่เต๋อชอบอะไรหรอ?”

สิ่งที่เธอสืบรู้มากับสิ่งที่คนรอบตัวเขารู้มันจะต้องมีคลาดเคลื่อนบ้างแหละ

เจิ้งอี้พยายามคิด “ เหมือนว่าเขาจะชอบสะสมแสตมป์”

“ดูเหมือนว่าเขาจะชอบผลงานของมาติสด้วย”

“มาติส คือ?”

การใช้สีต่างๆ

การตัดกระดาษ เสื้อผ้า จิตรกรรมฝาผนัง อะไรประมาณนี้…...” พอดีกับที่เฉียวอวี่ถงก็พอจะรู้จักมาติสอยู่บ้าง เธอเลยเล่าให้สงจื่อหยูนฟัง

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”

พอพูดถึงอ็องรี มาติสเลยอาจจะไม่ค่อยรู้จักกันเท่าไหร่”

สงจื่อหยูนตัดสินใจแล้ว ขอแค่เป็นสิ่งที่หาได้ เธอก็พร้อมจะไปตามหา

การคุยกับเจิ้งอี้ก็ไม่ต่างกับการสัมภาษณ์ คนนึงถาม คนนึงตอบ

เฉียวอวี่ถงดูไม่ค่อยจะมีประโยชน์สักเท่าไหร่

ก็ยังมีความแตกต่างอยู่พอสมควร” ในชีวิตประจำวันพวกเขาค่อนข้างที่จะเก่งเรื่องแสดง บางครั้งก็ติดเป็นนิสัยแบบไม่ได้ตั้งใจ บางครั้งพอสถานที่เปลี่ยนการวางตัว ก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย “ฉันก็พอจะตอบได้เท่านี้ล่ะ ขอให้เธอโชคดี”

“ขอบคุณ”

พนักงานจึงได้เริ่มเสิร์ฟอาหาร “ทำไมปี่เต๋อถึงไม่ชอบความสัมพันธ์ที่มั่นคงนะ?”

“คงเพราะเป็นเด็กกำพร้ามั้ง” เจิ้งอี้ตอบแบบผิวเผิน

มีหลายเรื่องที่คนนอก ก็ไม่สามารถอธิบายให้คนอื่นเข้าใจในไม่กี่ประโยคได้

“อ๋อ”

“ถงถง ช่วงนี้เธอสบายดีใช่ไหม?”

“ก็โอเคนะ”

“อืม” เจิ้งอี้ลังเลที่จะพูดต่อ

นายดีพร้อมทุกอย่างแล้ว ถ้าอยากหา

เจิ้งอี้ไม่ต้องการ เขาคงเป็นอยากที่ใครหลายคนว่า ยอมวนอยู่ทีเดิมไม่ไปไหน “ฉันยังไม่รีบ”

“ฮ่าๆๆ ยังไงนายก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ตลอดนะ เผื่อวันไหนเนื้อคู่นายมาปรากฎตัวต่อหน้าไง”

“หวังว่านะ”

“ฉันไปส่ง พวกเธอมั้ย?”

“ไม่เป็นไร ลี่เยี่ยน่าจะมารับฉันแล้ว”

พูดตามความจริง ตอนนี้ฉินลี่เยี่ยน่าจะมารออยู่หน้าประตูร้านอาหารแล้ว

“พี่รองก็อยู่ด้วย”

ฉันก็เลยขอให้เขามา เวลาไม่สบายเราก็ต้องรักษาให้ถูกวิธี พี่ก็อยากให้ฉันรีบๆหาเจ้าบ่าวของตัวเองให้เจอ แล้วรีบแต่งงานใช่ไหมล่ะ?”

พวกเราก็นับว่าเป็นญาติกัน” ฉินลี่เยี่ยใช้ศักดิ์เรียก

แค่แผนการเล็กๆเท่านั้น

Bình Luận ()

0/255