พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

บทที่259 พนันกันไหมล่ะ

บทที่259 พนันกันไหมล่ะ

“พวกเธอใจเย็นๆกันก่อน วันนี้เป็นวันดี ใครก็ไม่อยากให้ทะเลาะจนเละเทะแบบนี้หรอก” ยังไงเสียก็ต้องมีสักคนที่พูด ถ้าเป็นเจิ้งอี้พูดน่าจะเหมาะสมที่สุด

“ปี่เต๋อพาน ฉันอยากถามนายคำถามเดียว ฉันไม่เหมาะกับนายตรงไหนหรอ?” สงจื่อหยูนไม่ละทิ้งความกล้าแกร่งของตัวเอง ทะเลาะกันแล้ว โวยวายใส่กันแล้ว แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด แกร่งจนไม่มีน้ำตาออกมาสักหยด

ปี่เต๋อพานเงยหน้า

วิปครีมบนหน้าโดนเช็ดออกเกือบหมดแล้ว เสื้อนอกก็ถอดทิ้งไปแล้ว แต่บนผมเขายังคงเต็มไปด้วยวิปครีม ดูแล้วน่าขำ “สงจื่อหยูน ไม่ใช่ว่าคุณไม่เหมาะกับผม แต่เป็นผมที่ยังไม่คิดจะมีความรัก ไม่อยากแต่งงาน คุณเข้าใจหรือเปล่า? ความต้องการของเราทั้งคู่มันต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นเราเลยไปด้วยกันไม่ได้ !” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพูดความคิดของตัวเอง แต่ไม่ว่าจะครั้งไหน สงจื่อหยูนก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน

“เราจึงไม่เหมาะสมกัน ตอนนี้คุณเข้าใจหรือยัง?”

การโจมตีของสงจื่อหยูนมันรุนแรงไป เธอแสดงความต้องการชัดเจนว่าต้องการอยู่กับปี่เต๋อพานไปตลอดชีวิต และนั่นคงทำให้เขาตกใจ

ยังเพราะการดูแลจากตระกูลสง เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกกลัว

ยังไงเสียเขาก็คิดว่าตัวเองไม่เหมาะจะไปอยู่ในที่แบบนั้น

ในอุดมคติของพวกเขา ต้องการให้ผู้ชายกล้าหาญ มีความรับผิดชอบ รักครอบครัว มันชัดเจนว่าเขาไม่ใช่ แถมยังตรงข้ามแบบสุดขั้ว

“ยังไม่มีใครพูดเลยว่าจะอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต” อารมณ์ของสงจื่อหยูนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อกี้ยังเถียงกันเหมือนแค้นมาตั้งแต่ชาติก่อน จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงอ่อนโยนไปเสียอย่างนั้น นี่ยังใช่เธออยู่หรือเปล่าเนี่ย? “ก็แค่ลองคบกันดู ไม่มีใครเสียเปรียบ ไม่เวิร์คก็แยก

จบ!”

สงจื่อหยูนเดินไปหยุดข้างตัวปี่เต๋อพาน “พวกเรามาลองคบกันเถอะ ใฉันขอเวลา2เดือน ถ้าพวกเราไปกันไม่ได้จริงๆ ฉันรับรองว่าหลังจากนั้นฉันจะ ไม่มายุ่งกับนายอีก แต่ว่า ภายในสองเดือนนี้ นายต้องเป็นแฟนฉัน เอาไง นายกล้าหรือเปล่า?”

ปี่เต๋อพานเงียบไปแป๊บนึง

ข้อเสนอของสงจื่อหยูนก็ฟังดูน่าสนใจ ตอนนี้เขากำลังตัดสินใจ

อีกอย่างตอนนี้คนก็อยู่กันเยอะ คราวหน้าคราวหลัง คนพวกนี้ก็สามารถเป็นพยานให้เขาได้ มาลองดูกันว่าอีกสองเดือนให้หลังสงจื่อหยูนจะหาเรื่องอะไรมาแกล้งเขาอีก

ครั้งนี้เค้าต้องใจกล้า

“พูดแล้วห้ามคืนคำนะ ถึงเวลาก็ห้ามกลับคำด้วย!” หน้าตาของปี่เต๋อพานดูมีชีวิตชีวาขึ้น “แล้วมารอดูสองเดือนหลังจากนี้!”

“ฉันสัญญา!”

“ตอนนี้เราต้องมาจัดงานวันเกิดกันก่อน!”

“ไม่”

“เมื่อกี้ที่พูดนายลืมหมดแล้วหรอ ตอนนี้ยังอยู่ในเวลา2เดือน และฉันก็เป็นแฟนของนาย เพราะงั้น นายต้องฟังฉัน!”

คิดไม่ถึง ว่ายังมีวิธีแบบนี้ด้วย

ปี่เต๋อพานโดนแกล้งจนหมดอารมณ์

ไม่อยากยอมรับเลยว่า ครั้งนี้สงจื่อหยูนเป็นคนชนะ

“เฮ้……”

“วันเกิด!”

อยู่ดีๆความโกรธเคืองก็หายไปในพริบตา

นอกจากขนมเค้กที่เละไปแล้ว อย่างอื่นก็ยังคงสภาพสวยงามเหมือนเดิม

นี่คือของขวัญวันเกิดจากฉัน” สงจื่อหยูนเป็นคนเริ่ม ไม่แม้แต่จะเขินอาย เธอเป็นคนอย่างนี้กล้าได้ กล้าเสีย “ลองเปิดดูว่าชอบไหม”

ปี่เต๋อพานขนลุกไปทั้งตัว “นี่ช่วยใช้สรรพนามอื่นได้ไหม!”

“นายอย่าดุนักสิ”

“แค่เรียกชื่อฉันก็พอ ไม่ต้องใช้คำเรียกแทน ฉันไม่ชินมากๆๆๆๆ!”

คู่รักคู่กัดอยู่ด้วยกัน ไม่มีอะไรเหมาะไปกว่านี้อีกแล้ว…….

กระดาษห่อของขวัญมีสองชั้น

“ขอบคุณ” ของข้างในคือนาฬิกาแบบพกพา

“ลองเปิดดูสิ มีเซอร์ไพรส์”

บนหน้าปัดนาฬิกาเป็นรูปหน้าสดของสงจื่อหยูน

“หมายความว่ายังไง?” ให้ของขวัญคนอื่นก็ให้ไปสิ จะใส่รูปตัวเองมาทำไม!

ตอนวันเกิดนาย ฉันก็ให้ตัวฉันเป็นของขวัญวันเกิด โรแมนติกจะตาย…”

ปี่เต๋อพานนิ่งเป็นหิน วันนี้เขาเรียนรู้อะไรใหม่ๆเยอะเกินไปแล้ว……

“ถังจิง เธอมีกำหนดคลอดตอนไหน?”

“ไม่ถึงหนึ่งร้อยวันแล้วล่ะ”

พริบตาเดียวก็จะมีอีกชีวิตน้อยๆลืมตาดูโลกแล้ว” ฉินลี่เยี่ยชอบเวลาเฉียวอวี่ถงกับถังจิงอยู่ด้วยกัน ถ้าเฉียวอวี่ถงเห็นเด็กบ่อยๆเข้า สักวันเธอก็ต้องอยากมีลูกบ้าง

ก็ใช่น่ะสิ เธอเร็วกว่าอีก ใครจะคิดว่าอยู่ๆก็นะได้เป็นหม่ามี้……”

จริงๆแล้ว ตู้โป๋เหวินไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้

“นายแซ็วฉันอีกแล้วนะ!”

ใครๆก็ต่างไม่รู้ ว่าวินาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

แค่อนาคตของตัวเองก็ยังไม่รู้เลย

“ถงถง เธอกับพี่ลี่เยี่ยไม่คิดเรื่องมีลูกหรอ?”

พูดถึงเด็ก ฉินลี่เยี่ยก็กลายเป็นคนพูดเยอะทันที

ถึงตอนนั้นลูกๆพวกเราจะได้มาวิ่งเล่นเป็นเพื่อนกันไง ดีจะตาย!”

เหมือนกับพวกเธอตอนเด็กๆ คุณพ่อก็เป็นเพื่อนรักกัน ความสัมพันธ์ก็ผูกต่อกันเป็นสมัยๆไป

ฉินลี่เยี่ยบดบังความเขินของเธอ

เมื่อเห็นถังจิง เฉียวอวี่ถงรู้สึกว่าการเป็นแม่ มันคือเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากๆ

อุ้มท้องเด็กคนนึงเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุด

สัญชาตญาณการเป็นแม่ช่างน่าประหลาด

ปี่เต๋อพานไม่ปฏิเสธ แต่ก็ให้สงจื่อหยูนลงจากรถตรงทางม้าลาย

“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว นายช่วยขับไปข้างหน้าอีกนิดไม่ได้หรอ”

“เธอเดินไปเองเถอะ ไม่ไกลแล้ว”

สงจื่อหยูนเริ่มเข้าใจสถานการณ์ “พวกเราเป็นแฟนกันแล้ว

“ฉันพูดกับเธอตรงๆนะ คนแบบฉันไม่ชอบการโดนผูกมัด เธอก็รู้ เพราะฉะนั้นการโดนบังคับจากครอบครัวมันทำให้ฉันอึดอัด และฉันรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่ไปบ้านเธอ”

มีอะไรก็พูดออกมา “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง

“……” ตอนแรกแค่หน้าบ้านก็ไม่อยากไป ตอนนี้ต้องเข้าไปในบ้านอีก

อย่าไปรบกวนเวลาพักผ่อนของคนอื่นเลย

ฉันก็ไม่ลงจากรถ” ยังไงก็ตกลงกันแล้วว่าสองเดือน สงจื่อหยูนจะใช้เวลาสองเดือนนี้ให้คุ้มค่า เอาให้ปี่เต๋อพานพูดไม่ออกเลย!

สุดท้ายก็จำใจลงจากรถ นี่เป็นครั้งที่สามแล้ว ที่เขามาเยือนบ้านตระกูลสง

Bình Luận ()

0/255