บทที่260 มาหาถึงบ้าน

เจิ้งอี้ยังคงยุ่ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่งานราษฎร์ แต่เป็นงานหลวง ความตื่นเต้นน้อยๆ ก็ช่วยให้ความคิดเขาโลดแล่น

วันนี้เห็นฉากหวานระหว่างฉินลี่เยี่ยกับเฉียวอวี่ถง ในใจก็ได้แต่ก่นด่า

แต่ความลับไม่มีในโลก สักวันความจริงที่โดนปกปิดจะเปิดเผยออกมา

ฉินลี่เยี่ยก็ไม่ต่างกัน ต้องทำให้ทุกคนเห็นตัวตนจริงๆของเขา เรื่องราวในอดีตไหลย้อยเข้ามาในหัว เขากับฉินลี่เยี่ยก็เหมือนกับเสือสองตัว และเสือสองตัวก็อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้

“กำลังทำอะไรอยู่? นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ไม่เห็นต้องขยันขนาดนี้เลย แค่มีเงินให้ใช้ก็โอเคแล้ว!” ปี่เต๋อพานเพิ่งเข้าบ้านก็เริ่มบ่น

“ฉันนึกว่าวันนี้นายจะไม่กลับบ้าน” ตอนนี้มันเป็นเวลาของวันใหม่แล้ว “ดึกขนาดนี้เพิ่งจะกลับบ้าน ไม่ใช่นิสัยของนายเลยนี่ สาวๆสวยๆอยู่รอบตัวเต็มไปหมดนายยังไม่ยอมจีบ เมื่อไหร่นายจะมีสาวเอาไว้กก”

“เหอะ!” พอพูดถึง ปี่เต๋อพานก็นึกเรื่องปาร์ตี้วันเกิดของเขาเมื่อเย็น “ตกลงนายยังใช่เพื่อนรักฉันอยู่รึเปล่า? รู้ทั้งรู้ว่าฉันไม่ชอบสงจื่อหยูน นายก็ยังไม่บอกเรื่องแผนกับฉันสักคำ จะให้ไว้ใจได้ไง?” นี่มันคือการเอาเขาไปโยนเข้ากองไฟชัดๆ

“ฉันกลัวนายจะอยู่คนเดียวจนแก่”

“นายคิดเรื่องตัวเองก่อนเถอะ ฉันแข็งแกร่งกว่านายเยอะ” อย่างน้อยรอบตัวเขาก็มีสาวๆเยอะแยะ แล้วหมอนี่ล่ะ? แค่คิดก็ไม่มีทางเกิดขึ้นได้แล้ว อีกฝ่ายก็แต่งงานไปแล้ว ยังไม่ยอมอีก

“ฉันก็กำลังพยายามไง” และไม่เคยหยุดพยายาม “ฉันมีเป้าหมาย นายมีไหมล่ะ?”

ปี่เต๋อพานฟังแล้วดูแปลก “ตกลงช่วงนี้นายกำลังทำอะไรอยู่กันแน่? มีแผนอะไร? นายห้ามทำเรื่องโง่ๆเด็ดขาดเลยนะ!” เคยเตือนเขาไปหลายคนแล้ว เฉียวอวี่ถงไม่เหมือนคนอื่น ถ้ามัวแต่ดึงดันสักวันความสัมพันธ์ก็ต้องพังลง รีบตัดใจดีที่สุด “ฉันบอกนายไปกี่ครั้งแล้ว ว่าอย่าไปทำให้ฉินลี่เยี่ยลำบากใจอีก ตอนนี้ถงถงก็มีความสุขดี นายต้องดีใจไปกับเธอถึงจะถูก สักวันนึงนายก็ต้องเจอคนที่ตัวเองชอบ!”

“ปี่เต๋อ วางใจเถอะ ฉันรับปากพ่อบุญธรรมแล้วว่าจะไม่ทำให้ถงถงเจ็บตัว คนอื่นฉันไม่สน” เจิ้งอี้พูดราวกับคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว

“นายลองคิดดีๆนะ อย่าวู่วาม!”

เจิ้งอี้เงียบ

“เห้อ…..” ปี่เต๋อพานห้ามเขาไม่ไหว บางที ทุกคนอาจจะต้องการเวลาอยู่กับตัวเองสักพัก ยังไงทุกคนก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ทุกคนก็มีปัญหาที่ตัวเองจัดการไม่ได้ คงจะบอกผลลัพธ์เป๊ะๆไม่ได้

ความลำบากของเจิ้งอี้เขาเข้าใจ แต่เขาก็คาดเดาผลลัพธ์จากการกระทำพวกนั้นได้เช่นกัน

……

เฉียวอวี่ถงมาถึงบริษัทตรงเวลา แต่ก็ยังมีคนกำลังรอเธอ

เฉียวอวี่ถงเดินอ้อมไปอีกทาง แต่คนนั้นก็ยังเดินมาหาเธอ “คุณเฉียว”

“คุณหนูเฉา มาหาฉันมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”

“ค่ะ ฉันตั้งใจมาหาคุณค่ะ” ถึงตอนนี้จะดูผอมและซีดเซียว แต่ก็ไม่บดบังความหยิ่งยโสของเฉาซวน “ฉันขอเวลาคุณสักแป๊บหนึ่ง”

เฉียวอวี่ถงก็ไม่ได้ไปไหน “ฉันกำลังยุ่ง อีกแป๊บนึงก็เก้าโมงครึ่งแล้ว ฉันต้องไปแตะบัตรเข้างาน!” คนบางคนพูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ควรหลีกให้ห่าง ดีที่สุดคืออย่าไปยุ่งด้วย

“ฉันไปเป็นเพื่อน” เฉาซวนไม่ยอมลดละ

เฉียวอวี่ถงทำหน้าตาน่ากลัวใส่เฉาซวน

พูดเองเออเอง “เอ้อ คุณแต่งงานกับลี่เยี่ย

“ลี่เยี่ยคบกับผู้หญิงอย่างคุณ คงจะเหนื่อยน่าดู”

คำพูดนี้ให้คนเจ้าแผนการอย่างเฉาซวนพูดก็ไม่เหมาะ เธอมองบนใส่เฉาซวน หวังว่าหล่อนจะเข้าใจว่าไม่ควรพูดอะไรอีก

เฉียวอวี่ถงตัดไฟเสียแต่ต้นลม

ดวงตาวาบวับจับจ้องมาที่เธอ

“ฮ่ะๆๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องของฉันลี่เยี่ยฉันก็ไม่มาเจอคุณหรอกค่ะ” เฉาซวนพูดต่อ

เฉาซวนพยายามขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีต ไม่ว่ายังไงก็ตามเธอกับเฉียวอวี่ถง ก็ไม่มีทางเป็นเพื่อนกันได้อยู่แล้ว

พวกเธอคือศัตรูกัน เจอหน้ากันยังไงก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี

“……” เฉียวอวี่ถงทำท่าให้เธอพูดต่อไป

เรื่องแตะบัตรเข้าทำงานสามารถรอได้

“คุณเลิกกับลี่เยี่ยเสียเถอะ”

ฉันกับเขาเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย” ทำไมเฉาซวนยังไม่เลิกเพ้อเจ้อเสียที? ตัวเองยังดูแลไม่ได้ ยังจะออกมาก่อเรื่องให้คนอื่นอีก “เฉาซวนฉันขอเตือนคุณนะ ถ้าคุณไม่สบาย คุณก็ควรจะไปรักษา ตอนนี้อายุยังน้อยก็ควรจะรีบเข้ารับการรักษานะคะ ถ้ามีปัญหาเรื่องเงินดิฉันกับสามีอาจจะพิจารณาช่วยเหลือคุณได้ ยังไงซะครั้งนึงพวกคุณก็เคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ฉันไม่ห้ามสามีไม่ให้ช่วยชีวิตคนอื่นหรอก”

คำดูถูกของเฉียวอวี่ถงทำให้เฉาซวนหน้าเสีย

“เหอะ! แกมีความสุขได้ไม่นานหรอก!”

เธอเปลี่ยนท่าทีเป็นนักเลง

อย่างนั้นหล่อนก็ทำให้เธอเสียเวลา และเธอเป็นคนบ้างาน

ไม่เหมือนใครบางคน งานหนักที่สุดก็คงคิดแต่จะจับสามีของคนอื่น

คิดไปคิดมาก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ ถ้าโดนตบจะทำยังไงดี? เธอยังอยากรักษาภาพลักษณ์ที่ดีเอาไว้

เฉียวอวี่ถง เธอคิดจะกำจัดฉันแบบนี้เพราะกลัวใช่ไหมล่ะ!” ดูเหมือนจินตนาการของเฉาซวนจะไม่ใช่การจินตนาการแบบทั่วไปแล้ว. ”เธอแย่งฉินลี่เยี่ยไปได้! เพราะแต่งเรื่องขึ้นมา ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันกับลี่เยี่ยก็จะได้แต่งงานกัน แล้วลูกของเราสองคนก็จะได้ลืมตาดูโลก” เมื่อพูดถึงลูก ขอบตาของเฉาซวนก็เริ่มแดงก่ำ ส่วนคนที่มาทำงานก็เดินผ่านไปมาเยอะขึ้น

เธอปิดบังอะไรอยู่หรอ? ฉันก็สัญญากับเธอไปแล้วว่าจะไม่มายุ่งกับเธอกับลี่เยี่ยอีก ฉันจะดูแลลูกด้วยตัวเอง และเขาก็จะไม่ไปแย่งสมบัติบ้านตระกูลฉิน เธอยังไม่พอใจอะไรอีก!”

จู่ๆละครพลิกไปอีกแบบนึง เฉียวอวี่ถงตามไม่ทัน

นี่มันเรื่องอะไรถึงได้มาอยู่บนหัวเธอหมด

“ถงถงมีอะไรหรือเปล่า นี่กำลังทำอะไรกัน?”

“ผู้หญิงคนนี้ทำอะไร? หาเรื่องเธองั้นหรอ?”

”ไม่ต้องไปสนใจ พวกเราขึ้นไปกันเถอะ!”

เขาคิดถึงแต่ฉันอยู่หลายปี เธอเลยรู้สึกไม่พอใจ เแต่ยังไงเธอก็ไม่ควร… ไม่ควรเอาอารมณ์โกรธมาลงที่ลูกฉัน เขาไม่รู้เรื่องด้วย” เฉาซวนน้ำตานอง

เฉียวอวี่ถงหยุดเดิน

ช่วยเลิกพูดอะไรไร้สาระสักที สิ่งที่คุณพูดมา

ไม่ใช่เพราะเธอเองหรอ แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเด็กเป็นลูกของฉินลี่เยี่ยจริงหรือเปล่า ครั้งก่อนก็อธิบายไปรอบนึงแล้ว คนใช้สมาร์ทโฟนก็รู้ใช่ไหม?

“แน่นอนว่าฉันมีหลักฐาน!” เฉาซวนร้องไห้โวยวาย

ทุกคนที่กำลังดูอยู่จิตใจจดจ่อกับเรื่องๆนี้

คนดูน่ะชอบเรื่องฉาวที่สุด ยิ่งฉาวยิ่งดี

Bình Luận ()

0/255