บทที่272 ตามรอย

“งั้นก็ดี งั้นก็ดี” เจิ้งอี้ลดเสียงลงกระซิบ “เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว katieกับผมรู้จักกันมาหลายปีแล้ว มีเรื่องอะไรคุณก็ขอให้หล่อนช่วยได้ หล่อนต้องช่วยเธอโดยไม่ลังเลแน่นอน พวกเราจะรีบตามไปโดยเร็วที่สุด”

“ฉันรู้แล้ว ทำไมถึงได้รู้สึกว่าคุณดูเป็นกังวลเหลือเกิน”

“เปล่า” ครั้งนี้เจิ้งอี้ต้องเห็นแก่ตัวบ้างแล้ว

ฉินลี่เยี่ยเข้าใจว่าเฉียวอวี่ถงประสบอุบัติเหตุทางเครื่องบิน เช่นนี้คู่แข่งอย่างฉินลี่เยี่ยก็จะไม่ต้องมาเป็นการคุกคามอีกต่อไปตลอดกาล

เรื่องที่เฉียวอวี่ถงคุยกับเขาในวันนี้ เขาได้ปิดบังเอาไว้ ตัดปัญหาในอนาคตเสีย

สไตล์ความเฉียบขาดของเจิ้งอี้ก็แบบนี้แหละ

พวกฉินลี่เยี่ยทั้งหมดก็พากันหมกมุ่นอยู่กับเรื่องการสูญเสียเฉียวอวี่ถงจากเครื่องบินตก

ส่วนเจิ้งอี้ทางนี้ก็เตรียมตัวที่จะออกเดินทางแล้ว

มีเพียงความสัมพันธ์ระหว่างสงจื่อหยูนและปี่เต๋อพานที่ต้องหารือกันเรื่องสถานที่

“คุณก็จะไปรึ” สงจื่อหยูนไม่สบายใจ

เพราะว่าหลายอย่าง เพราะว่าเฉียวอวี่ถง และเพราะว่าปี่เต๋อพาน

ปี่เต๋อพานพยักหน้า เขาคิดแล้ว มีอิสรภาพเหมาะกับเขามากกว่า เวลาสองเดือนก็น่าจะโอเค

ตั้งแต่นั้นมา คนที่ผ่านมาก็เป็นเพียงทางผ่าน ผลลัพธ์​ไม่เลว

"จื่อหยูน คุณเป็นผู้หญิงดีไม่ควรที่จะมาเสียเวลาอยู่กับผม เป็นกำลังใจให้นะ คุณจะต้องได้พบกับผู้ชายที่ดีกว่าผมแน่"

"แต่ว่า ยังไม่ทันถึงเวลาที่เราตกลงกันเลย…"

"ไม่เกินวันสองวันนี้หรอก" สีหน้าปี่เต๋อพานไม่ค่อยดี ทุกคนต่างพากันร้อนรนที่จะมารวมตัวกันกับ

เฉียวอวี่ถง เขาจะไปทันหรือไม่ก็ไม่สำคัญ แค่หาโอกาสก็พอ" จื่อหยูน เอาเถอะ ขอบคุณ​ที่ชอบผม ที่ผ่านมาทุกเรื่องที่คุณทำให้ผมมองเห็นมันนะ ลำบากคุณ​มามากแล้ว"

" ไม่ได้! คุณต้องรักษาสัญญา​" สงจื่อหยูนค่อนข้างจริงจัง

เพราะว่าเธอให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์​ครั้งนี้มาก ดังนั้นเธอจึงไม่ลังเลเสียใจแม้แต่น้อย

"สองเดือนที่คุยกันไว้ ตอนนี้ยังไม่ทันสองเดือนเลย คุณห้ามผิดสัญญาเด็ดขาด​"

" โอเค โอเค ผมจะอยู่ต่ออีกสองสามวัน"

ต่อให้ปี่เต๋อพานอยู่ต่อ สงจื่อหยูนก็ไม่ได้มีผลต่อจิตใจเธอมากนัก

เรื่องของเฉียวอวี่ถงกลายเป็นตัวเลขที่แน่ชัดในใจของพวกเขา ทั้งหมดพากันตั้งตาดูรายการค้นหาและกู้ภัยครั้งถัดไป

กระทั่งไม่มีข่าวอีก

ฉินลี่เยี่ยและเจิ้งอี้เป็นปรปักษ์​ด้านความรัก

แต่ว่ากับจิ่งห้านหมิง เจิ้งอี้ต้องบอกถึงสถานการณ์​ และบอกแผนการ​ของตนเองออกมา

จิ่งห้านหมิงลังเล

ฉินลี่เยี่ยนั้นรักลึกซึ้ง​ต่อเฉียวอวี่ถง

พวกเขาไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาเกลียดเด็กหนุ่มคนนี้

ทำไมต้องทำให้เขาทุกข์ใจ​ด้วย เจิ้งอี้ คุณทำเรื่องต่างๆมากมายระหว่างพวกเขามามากพอแล้ว…"

ถ้าหากไม่มีเจิ้งอี้ เฉียวอวี่ถงและฉินลี่เยี่ยก็คงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

เจิ้งอี้ก้มหัวหลับตาลง

ที่จิ่งห้านหมิงพูดก็มีเหตุมีผล​

เขาไม่ควรทำให้เฉียวอวี่ถงเกลียดด้วยการหลอกลวงเรื่องข่าวของเธอ

“พ่อบุญธรรม ผมทราบแล้ว”

มันเป็นเพียงคำพูด เพื่อให้คนสบายใจก็เท่านั้น

ข้อความนี้ช่วยบรรเทาความไม่สนิทใจกันระหว่างสงจื่อหยูนและปี่เต๋อพาน เพราะผู้มาก่อนย่อมต้องสามารถทุ่มเทได้อย่างเต็มที่

หลายวันหลังจากนั้น จิ่งห้านหมิงและเจิ้งอี้ก็จากไป

ปี่เต๋อพานอยู่ต่อ ไม่ใช่ปัญหาเรื่องเวลา แต่เป็นเพราะปัญหาด้านความรู้สึก

“ผมรู้ว่าคุณทนผมไม่ไหว”

ใช่ว่าจะแต่งงานกันแล้วเมื่อไหร่” เมื่อพูดถึงความรักอันดูดดื่ม

สิ่งต่างๆในโลกนี้ล้วนไม่เที่ยง ไม่มีอะไรที่สามารถควบคุมได้ แต่ว่าเราสามารถควบคุมตนเองให้ทำสิ่งที่ต้องการในระยะเวลาหนึ่งได้

“คุณเปลี่ยนใจหรืออย่างไร” เดิมทีสงจื่อหยูนคิดอยากเข้าสังคม แต่ว่าตอนนี้พอเริ่ม ก็หวังว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงตลอดไป

“...คบกันแล้ว เราเป็นแฟนกัน ย่อมรู้จุดยืนของตนเองดี”

สงจื่อหยูนรับรู้ได้อย่างชัดเจน

แฟน สุดท้ายก็กลายเป็นแฟนปี่เต๋อพาน

“ดังนั้นฉันเป็นแฟนคุณ ฉันสนับสนุนการตัดสินใจของคุณ ถ้าหากว่าคุณอยากไปต่างประเทศฉันก็จะไปกับคุณด้วย”

ผมยังไม่ได้เก็บเกี่ยวทั้งหมด บางทีเราอาจจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้”

ทั้งสองบรรลุมติร่วมกัน

ความรู้สึกนี้ของสงจื่อหยูนไม่ง่ายเลย สำหรับปี่เต๋อพานแล้วเขาต้องผ่านช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับอุดมการณ์อย่างเข้มข้น

….

ฉินลี่เยี่ยถูกพี่น้องหลายคนปิดล้อมเอาไว้

เพื่อที่จะไปมิลาน! “ตอนนี้ก็รู้แล้ว ทุกคนก็เชียร์ให้คุณรีบไปแสดงตัว ยังรออะไรอยู่อีก จะรอให้ลูกตัวเองเรียกคนอื่นว่าป่าปี๊หรืออย่างไร

“ลี่เยี่ย จื่อจินพูดถูก คุณต้องพยายามหน่อย เกิดถงถงเปลี่ยนใจไปจะทำอย่างไร”

เป็นคนไม่สมคน จะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร” หยวนโป๋อธิบาย

“วันหลังไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว เราเลิกกันแล้วก็คือเลิกกันแล้ว ผมจะไม่ไปรบกวนชีวิตของเธออีก”

“แค่ผม ได้รู้ว่าเธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดี แค่นี้ก็พอแล้ว”

“อะไรจะเสียสละปานนั้น!” กู้เจอ๋ออวี่ล้อเล่น “เป็นสุภาพบุรุษอย่างนั้นก็ดี”

ทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งใจดีและเพียบพร้อม และก็ไม่ได้ทำงานลำบากตรากตรำ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าอย่างนั้นวันหลังพวกคุณก็เรียนรู้จากผม เมื่อถึงเวลาที่ควรปล่อยก็ต้องปล่อย” ท่าทางฉินลี่เยี่ยยังดูปกติ

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็จ้องไปที่ฉินลี่เยี่ย

“อย่าพูดคำที่ทำให้ท้อใจเช่นนั้น คู่เราคิดจะที่จะร่วมหอลงโรงกันตลอดทั้งชีวิต! จะไปเหมือนคุณได้อย่างไร”

“จริงด้วย ผมกับเถียนซินของผมเรารักกันดีนะ”

ไม่ทันระวังทำอาหารสุนัขตกพื้นแล้ว

หยวนโป๋อาจจะต้องขอบคุณท่าทางของฉินลี่เยี่ย เพราะเหตุนี้เขาถึงมีคนทานอาหารสุนัขเป็นเพื่อน

….

พอเฉียวอวี่ถงถึงมิลานเธอก็พักอาศัยอยู่ที่โรงแรมที่kiateจัดหาเอาไว้ให้

อยากไปไหน หรือว่าต้องการความช่วยเหลืออะไรโทรหาฉันได้ตลอดเลยนะ หลายวันนี้งานฉันน้อยมาก” kiateเป็นผู้หญิงอบอุ่นและใจกว้างมาก “ใช่แล้ว

พอพูดถึงตรงนี้ ตาของkiateก็เป็นประกาย

เฉียวอวี่ถงเหนื่อยมากจนไม่ทันได้สังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆนี้

พวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่ฉันก็ยังไม่แน่ชัด ไว้พวกเขาโทรมา ไม่น่าจะนานหรอก” เรื่องที่คาดไว้ก็ทำแล้ว

“ถงถง ฉันสั่งอะไรไว้ให้คุณหน่อยดีกว่า”

พอคิดถึงอาหารขึ้นมาก็รู้สึกเวียนหัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทานจุบจิบเลย “ฉันไม่หิว

เฉียวอวี่ถงส่งkiateกลับไปแล้ว เธอก็ปีนขึ้นไปนอนบนเตียง

ช่วงนี้แพ้มาก นอนหลับได้ตลอด

ตอนนี้มาถึงมิลาน ก็อ่อนเพลียจากการเดินทางอีก

เธอหลับไปนานมาก

มิลานและเมืองจิ่นเฉิงเวลาห่างกันเจ็ดชั่วโมง

Bình Luận ()

0/255