บทที่273 พอโตแล้ว

นั่นยิ่งทำให้เฉียวอวี่ถงรู้สึกเกรงใจ นำอาหารมามากมายขนาดนี้ เธอกลับทานไม่ลง

“ไม่เป็นไร ทานโจ๊กไหม” kiateเทโจ๊กอุ่นๆลงใส่ชาม “ตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ลำบากมาก คุณเก่งมาก”

เฉียวอวี่ถงพยายามฝืนทานโจ๊กจนหมดชาม

“Kiateแม่ทุกคนก็เหมือนกันใช่ไหม นี่แค่เริ่มต้น ฉันจะพยายามต่อไป”

“สู้ๆ!”

ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน

Kiateไม่ได้มีท่าทีว่าจะไปไหน

“เธอและเจิ้งอี้รู้จักกันนานรึยัง” kiateเริ่มคุยหัวข้อใหม่ เพราะว่าทั้งสองรู้จักเจิ้งอี้เหมือนกัน ดังนั้นจึงเริ่มต้นคุยจากเรื่องเขา “เขาเป็นห่วงคุณมาก”

“เรารู้จักกันไม่ได้ถือว่านานมาก” ถ้านับแล้วก็ยังไม่ครบปีเต็ม “เจิ้งอี้เป็นคนดีมาก”

“ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน” สองมือkiateจับไปที่แก้ม “เจิ้งอี้หล่อมาก ไหนจะยังมุ่งมั่น เป็นผู้ชายที่ดีมาก”

เฉียวอวี่ถงพยักหน้าไม่ได้ว่าอย่างไร

ฟังจากน้ำเสียงkiate เฉียวอวี่ถงพอจะฟังออกว่าเธอมีใจอยู่บ้าง

รอบตัวเจิ้งอี้รายล้อมไปด้วยคนงาม หลงเขาจะต้องเสียใจแค่ไหน

“ฉันรู้จักเจิ้งอี้จากปี่เต๋อ เมื่อห้าปีก่อน ตอนนั้นเขาเศร้าโศกมาก เห็นเขาครั้งแรกฉันก็รู้ว่าเขามีเรื่องราวอะไรมา ตอนนั้นฉันไม่ได้อยากจะไปเข้าใจเรื่องของเขา หรือเดินเข้าไปในชีวิตของเขา…” kiateหวนกลับไปนึกถึงเรื่องในอดีต สายตาอันโค้งมนดูสวยงาม เฉียวอวี่ถงเข้าใจว่านี่คือสายตาที่สามารถยิ้มได้

“เฮ้อ…” kiateถอนหายใจเฮือกใหญ่ “แต่ว่าเขาไม่ให้โอกาสฉัน ถ้าหากว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพราะคุณล่ะก็เขาคงไม่คิดที่จะติดต่อฉันก่อนหรอก”

เฉียวอวี๋ถง “...” อึดอัดจัง

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันเป็นคนใจกว้าง ไม่เป็นไร ใครหน้าไหนก็มีความรักด้วยกันทั้งนั้น ฉันดีขนาดนี้ สวยขนาดนี้ คนชอบฉันออกจะเยอะแยะ”

“ใช่ ใช่ คุณสวยออกขนาดนี้ ตัวเลือกเพียบแน่นอน”

“แน่นอนล่ะ” kiateเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงสดใสมาก

เฉียวอวี่ถงคุยกับเธอไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรเลย

….

ความสัมพันธ์ระหว่างสงจื่อหยูนและเฉียวอวี่ถงยังไม่จบ

“ถงถง ถงถง ฉันมีข่าวดีจะบอกเธอ”

เฉียวอวี่ถงไม่ได้รอให้สงจื่อหยูนพูดออกมา เธอก็ชิงบอกออกมาก่อน “เธอคบกับปี่เต๋อ ใช่มั๊ย” ก่อนไปเธอเริ่มเห็นลางๆ ตอนนี้พูดออกมาจะต้องเป็นเช่นนั้นแน่

“เธอรู้ได้อย่างไร”

“เพราะว่ายิ่งนานวันพวกเธอยิ่งเหมือนสามีภรรยากันมากขึ้นเรื่อยๆน่ะสิ”

“เธอพูดจาล้อเล่นได้แปลว่าอยู่ที่มิลานสุขสบายดีใช่มั๊ย เป็นแบบนี้ฉันค่อยสบายใจหน่อย” สงจื่อหยูนวิเคราะห์อย่างใจเย็น “หลานชายคนโตของฉันสบายดีไหม ท้องไส้ปั่นป่วนรึเปล่า”

เฉียวอวี่ถงไม่ตอบ

หลานชายคนโตยังเป็นแค่ตัวอ่อนอยู่ไม่ใช่หรอ เขาจะไปรับรู้อะไรได้ยังไง

“ทำไมเธอไม่ถามว่าฉันไม่สบายตรงไหนไหม”

“....อีกหน่อยเด็กต้องลำบากแน่ มีหม่ามี๊ขี้อิจฉาแบบนี้”

เฉียวอวี่ถงอายจนหน้าแดง

งานของสงจื่อหยูนนั้นอิสระ ทำเมื่อไหร่ก็ได้ “เธอดูแลตัวเองให้ดี ดูแลลูกให้ดีด้วย

“จื่อหยูน เธอเจอkiateแล้วรึยัง” อยู่ๆปี่เต๋อพานก็ดึงโทรศัพท์ไป

“เจอแล้ว หล่อนดีมาก ดูแลฉันเป็นอย่างดี”

“งั้นก็ดี kiateเป็นสถาปนิกที่เก่งและถ่อมตัวมาก เธอลองคุยกับหล่อนดู จะดีต่อหน้าที่การงานเธอมาก”

เฉียวอวี่ถงมองข้ามเรื่องหน้าที่การงานของkiateไป เธอไม่ได้ถาม ดังนั้นจึงไม่ได้รู้เลยว่ามีสถาปนิกระดับอาจารย์อยู่ข้างกาย

“Kiateออกแบบเสื้อผ้าสำหรับเด็ก เป็นสาขาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว”

“อ้ออ้ออ้อ” เฉียวอวี่ถงพยักหน้า แสดงว่าเข้าใจ อีกหน่อยเธอก็จะมีเรื่องคุยกับkiateมากขึ้นแล้ว

“เอ๊ะ ฉันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ kiateชอบเจิ้งอี้ใช่ไหม” เฉียวอวี่ถงไม่สามารถหยุดเม้าท์ได้

“ใช่ เธอก็รู้เสน่ห์ของเจิ้งอี้ ดังนั้นผมถึงได้บอกคุณต้องรักษาโอกาสของตัวเองไว้ให้ดี

ขนาดตอนนี้ก็ยังหาจังหวะทำคะแนนให้พี่น้องตัวเองตลอด หยอดแทนเขาซะอย่างนั้น

เฉียวอวี่ถงไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเจิ้งอี้ เธอยังหวังว่าเจิ้งอี้จะได้คบคนที่ดีกว่านี้ พบอีกครึ่งหนึ่งของเขาที่คู่ควรกัน

“โอ้ย ฉันไม่รบกวนโลกส่วนตัวของพวกเธอทั้งสองคนแล้ว ฉันไปนอนก่อนล่ะ บายบาย!”

….

ชีวิตของฉินลี่เยี่ยนอกจากงานแล้วก็มีแต่งาน ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่น

“ลี่เยี่ย ทำไมช่วงนี้ไม่กลับบ้านมาดูบ้างเลย เสี่ยวจิ่นพูดอยู่บ่อยๆว่าคิดถึงเธอ…”

ผมทราบแล้ว” พอยุ่งขึ้นมา

พอวางสาย ฉินลี่เยี่ยก็เลื่อนงานเลี้ยงตอนเย็นออกไป ก่อนจะกลับไปจมกองเอกสารต่อ

ช่วงนี้งานของพนักงานท่านประธานสบายมาก เพราะว่าหลายๆเรื่องฉินลี่เยี่ยต้องการเข้าไปดูด้วยตนเอง…

พอว่าง เรื่องซุบซิบนินทาก็มากขึ้น

“ช่วงนี้ประธานฉินเป็นอะไรไป”

“ฉันได้ยินว่าประธานฉินหย่ากับถงถงแล้ว”

“ว่าไงนะ!”

ข่าวนี้ต้องขยาย ในมุมมองของพวกเขา ทั้งคู่น่าจะถือไม้เท้ายอดทองกันได้ทั้งชีวิต เห็นพวกเขารักกันหวานชื่น

“จริงๆ ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งเป็นทนายความ “ถงถงเป็นคนให้ทนายความในสำนักทนายความของเขาร่างสัญญา”

“ถงถงต้องการหย่ารึ ทำไมล่ะ”

“...เฮ่อ เรื่องของคนรวย เราจะไปรู้ได้ยังไง”

บางทีถงถงอาจจะรับไม่ได้ ที่สุดก็เลยฟ้องหย่า

ทุกคนต่างพากันคิดเห็นต่อเฉียวอวี่ถงในด้านดี ดังนั้นพอพูดถึงการหย่าร้างระหว่างพวกเขาจึงไม่มีเรื่องใดที่ทำให้เฉียวอวี่ถงต้องเสื่อมเสีย

พอทุกคนพูดถึงเฉาซวนก่อนหน้านี้ขึ้นมาก จึงต่างพาเข้าอกเข้าใจความประสงค์ของเฉี่ยวอวี่ถงไปโดยปริยาย

“ใช่แล้ว ใช่แล้ว”

อภิปรายกันอย่างออกรส

ไม่มีใครทันสังเกตว่าประตูห้องท่านประธานนั้นถูกเปิดออก

ไม่มีเสียงอันใด

ฝูงชนสั่นสะท้าน พวกเขากลัวคำพูดของฉินลี่เยี่ย จะกระทบกับแผนชีวิตของตนเอง

แต่ที่น่าดีใจก็คือ ฉินลี่เยี่ยไม่ได้สนใจ เขาเดินออกไปซะเฉยๆ…

ผ่านไปยังไม่ถึงเดือนเลย คุณผอมไปเลยนะ” คุณแม่ฉินเห็นลูกชาย

“แม่ ผมรู้น่า”

“ป่าปี๊ ผมเพิ่งไปโรงเรียนมา” คุณพ่อฉินคุณแม่ฉินจัดการให้ เสี่ยวจิ่นฉลาดแต่ว่าก็ต้องได้เข้ารับการศึกษาในระบบ

“ดี”

“แกอยู่เล่นกับลูกก่อน ทานข้าวสักหน่อยก็ยังดี”

ผู้ใหญ่หนึ่งเด็กหนึ่งเดินตามกันขึ้นชั้นบนไป

“ป่าปี๊ คิดถึงหม่ามี๊มั๊ย”

“ไม่”

“หม่ามี๊มีชีวิตของตัวเองแล้ว ลูกก็มีชีวิตของตัวเองได้แล้ว” ฉินลี่เยี่ยเล่นกับเสี่ยวจิ่น เสี่ยวจิ่นขัดจังหวะฉินลี่เยี่ยขึ้นมา

“เป็นเด็กอย่าคิดมากเกินไป”

“ผมไม่ได้เป็นเด็ก ผมโตแล้ว” เธอต้องการกำจัดป้ายที่เขียนว่าเด็กออกไป เสี่ยวจิ่นรู้สึกร้อนใจ

ที่ตัวเองพูดก็มีแต่เรื่องที่ผู้ใหญ่เข้าใจเท่านั้น ตอนนี้ถูกฉินลี่เยี่ยหงุดหงิดกลับมา เพียงเพราะว่าเห็นว่าเขาเป็นเด็ก

“โตแล้วก็เพราะว่าตัวเองเป็นคนบอกออก ไม่เห็นต้องให้ใครบอก เข้าใจไหม”

“เฮ้!”

Bình Luận ()

0/255