บทที่274 ไม่ค่อยสนิท

ห้าปีผ่านไป

“ป่าปี๊ เอกสารพวกนี้ผมอ่านหมดแล้ว ดูหมดแล้ว” เสี่ยวจิ่นเหมือนกับรองแม่ทัพ ชุดสูทสีดำใส่พอดีตัว ผมได้รับการจัดแต่งด้วยสเปรย์จัดทรงอย่างพิถีพิถัน และไม่พลาดที่จะประดับด้วยนาฬิกาข้อมืออย่างละเอียดอ่อน เขาจงใจพาดกรอบแว่นไว้ที่สันจมูก เข้าให้กับสันเว้า

เครื่องแต่งกายนี้เขาจัดแจงเองทั้งหมด ส่วนหนึ่งนั้นก็เกี่ยวข้องกับฉินลี่หยาง

ฉินลี่หยางชอบแต่งองค์ทรงเครื่อง ชอบลองจับโน่นใส่นี่

โชคดีที่เสี่ยวจิ่นเพิ่งจะเรียนรู้เรื่องพวกนี้แค่นิดหน่อย ไม่อย่างนั้นฉินลี่เยี่ยคงจะปวดหัวแน่

หลายปีมานี้นอกจากไปโรงเรียนแล้ว ฉินลี่เยี่ยก็พาเขามาที่บริษัท เป็นหูเป็นตา ตอนนี้สามารถช่วยทำงานง่ายๆแทนได้แล้ว

อาจจะมีปัจจัยเรื่องอัจฉริยภาพที่ไม่ได้กล่าวถึงด้วย แต่การปลูกฝังเช่นนี้เป็นเรื่องที่มีผลไม่น้อย

ดำเนินเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก รายงาน สัญญา เป็นเรื่องที่เด็กโตมาจะเข้าใจเรื่องพวกนี้

“ลูกดูแล้วก็ดี พ่อจะได้ไม่ต้องดูอีก ส่งไปได้เลย” ฉินลี่เยี่ยมั่นใจในตัวลูกชายมาก

“ตกลง” งานของเสี่ยวจิ่นได้รับการยอมรับตัวเขาเองย่อมมีความสุข “ผมส่งไปแล้ว”

เวลาผ่านไปเร็วมาก พริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกปี

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดอายุสิบขวบของเสี่ยวจิ่น

ฉินลี่เยี่ยไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ใบหน้ายังคงหล่อเหลา สงบสุขุมกว่าเมื่อห้าปีก่อนมาก ดูสมวัย

“คุณย่านัดบอดให้พ่อ พ่อจะลองไปดูหน่อยไหมครับ” เสี่ยวจิ่นได้รับคำสั่งมา เพื่อให้ส่งข่าวเรื่องนี้กับฉินลี่เยี่ย “ได้ยินว่าอีกฝ่ายเพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าๆ เป็นเด็กนักเรียนนอก สวย เรียบร้อย มีการศึกษา”

ฉินลี่เยี่ยเงยหน้า “อายุยี่สิบกว่ารึ”

“ได้ยินว่ายี่สิบหกปี”

“อายุยี่สิบหก ห่างกับลูกไม่เท่าไหร่เอง ดูเหมือนลูกจะชอบใจนะ งั้นลูกไปดูเองก็แล้วกัน” ฉินลี่เยี่ยเถียงลูกชายไป “ถ้าหากว่าแกเห็นว่าเหมาะกับพ่อ พ่อก็ต้องสนับสนุนแน่ ขอแค่เป็นรักแท้ อายุก็ไม่ใช่ปัญหา”

เสี่ยวจิ่นทำหน้าซื่อบื้อ

“ผมยังเป็นเด็กอยู่”

“ไว้หน้ากันหน่อย พ่อคิดว่าตัวเองหน้าหนาเกินไป ถึงมีลูกแบบแกได้” ฉินลี่เยี่ยไม่เหลือทางให้เสี่ยวจิ่น “ไว้แกโตแล้วถึงตอนที่ต้องเผชิญเรื่องนี้ก็ต้องเผชิญล่ะ”

นี่มันอะไรกัน ทำไมเขาจะต้องเผชิญหน้าอะไรด้วย…

“ผมนึกขึ้นได้ว่าวันนี้โรงเรียนมีกิจกรรมนอกหลักสูตร ผมไปก่อนนะ ดูเหมือนวันนี้คุณย่าจะไม่ได้บอกอะไรผม” พอสู้ไม่ได้ ก็ได้แต่แสร้งโง่ ยังไงพ่อก็เป็นผู้ใหญ่กว่า จะไปทำอะไรได้

ฉินลี่เยี่ยเห็นเสี่ยวจิ่นวิ่งหนีไป เขาก็หัวเราะออกมา

หลายปีมานี่เสี่ยวจิ่นเติบโตไวมาก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลายมาเป็นเสมือนเพื่อน เหมือนกันพี่น้อง

เพราะว่าเรื่องต่อต้านการนัดบอด

โทรศัพท์ทางนี้ดังขึ้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

คุณแม่ฉินโทรมาด้วยตัวเอง “...แม่ มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ เสี่ยวจิ่นเพิ่งจะออกไป เขาไปร่วมกิจกรรมของโรงเรียน”

“แม่รู้ แม่จะพูดกับแก…”

หลายปีมานี้คุณแม่ฉินไม่ลดละที่จะคอยหาคู่ให้ฉินลี่เยี่ย ฉินลี่เยี่ยเองก็ได้พัฒนาความสามารถในการบ่ายเบี่ยง

“ผมทราบแล้ว อวยพรให้เขามานาน

“แก!”

ช่วงนี้ผมยุ่งมาก

“ฉินลี่เยี่ย แกจงใจนี่!” ฉินลี่เยี่ยทำให้คุณแม่ฉินแทบคลั่ง

“ว่าไงนะ!” ฉินลี่เยี่ยแสร้งทำเป็นว่าไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น “ช่วงนี้ผมยุ่งมากจริงๆ…”

วันนี้ไม่ว่าอย่างไรแกก็ต้องไป ฉันอยู่ข้างล่างบริษัทนี่แล้ว เดี๋ยวจะขึ้นไป วันนี้เลิกงานแล้วแกไปกับแม่!”

โทรศัพท์ถูกตัดสายไป

ฉินลี่เยี่ยกุมใบหน้าตัวเองอย่างอับจนหนทาง “มาขนาดนี้แล้ว จะหนีไปไหนก็คงไม่ได้แล้ว”

ไม่ถึงสิบนาทีคุณแม่ฉินก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าฉินลี่เยี่ย

“ทุกวันก็เอาแต่ทำงานงานงาน! ของพวกนี้กินเข้าไปได้หรือยังไง”

ฉินลี่เยี่ยนิ่งไป “พวกนี้ก็ทำเพื่อปากท้องของพวกเรานี่นา! ไม่หาเงินแล้วจะเอาข้าวที่ไหนกินล่ะครับ!”

“เฮ้! พวกเราตระกูลฉินไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ก็ไม่อดตายหรอกนะ” คุณแม่ฉินกล่าวอย่างภาคภูมิ

ฉินลี่เยี่ยหัวเราะเบาๆ

ซื้อของมาเยอะแยะ แค่นี้ก็เหนื่อยมากแล้ว”

พูดแล้วคุณแม่ฉินก็หงุดหงิด “ตอนนี้คนอื่นเขามีลูกเขยลูกสะใภ้กันหมดแล้ว มีแค่ฉัน ที่ลูกชายแม้กระทั่งแฟนก็ยังไม่มีเลย!

จะว่าไป ก็ยังมีลี่หยางนะ เขาก็ยี่สิบเอ็ดแล้ว! แม่จะช่วยหาแฟนที่เหมาะกับเขาให้ด้วยรึเปล่า

แกล่ะ

“...ได้สิ”

“แม่นัดไว้ให้แกตอนเที่ยง ตอนบ่ายแกออกไปข้างนอกกับสาวเสียหน่อย ทำความรู้จักกัน เผื่อว่าชะตาฟ้าลิขิต”

“...” ปฏิเสธไม่ได้ ก็ได้แต่ก้มหน้ารับไป

บนใบหน้าคุณแม่ฉินเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

ทุกครั้งที่ฉินลี่เยี่ยออกมานัดบอด เธอก็แสดงออกแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยน

“แม่ ผมไม่ได้จะแต่งงานสักหน่อย ทำไมต้องร่าเริงขนาดนั้นด้วย”

คำตอบนั้นแน่ชัดมาก

ก็ไม่แน่

หลังจากที่นัดบอดผ่านไป ข้อเรียกร้องของคุณแม่ฉินก็น้อยลงน้อยลงเรื่อยๆ

“เฮ้! ถ้าหากว่าพยายามหน่อย จะต้องรอถึงตอนนี้มั๊ย!”

ฉินลี่เยี่ย “...”

ไม่รอจนคนมาถึง “แม่ ผมว่าเราถูกเบี้ยวแล้วล่ะ คนเขาไม่อยากมาสักหน่อย

“ยังไม่ถึงเวลาเลย แกรีบร้อนอะไร”

“ผู้หญิงไม่ให้เกียรติกันเลย

“...แกรอก่อนเถอะ! เรานัดกันสิบเอ็ดโมงครึ่ง ยังไม่ถึงเวลาสักหน่อย!”

“เฮ่อ แม่คิดว่าลูกชายแม่ว่างนักหรือยังไง ถึงได้ให้ออกมารอคนอื่นก่อนตั้งครึ่งชั่วโมง”

“แกใจร้อนเกินไป ต้องให้มาฝึกซะหน่อย”

ฉินลี่เยี่ยหมดปัญญาเถียง

“พวกเขามาแล้ว”

“คุณนายฉิน มาได้สักพักแล้วใช่ไหมคะ” ในแก้วไม่มีน้ำเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย น่าจะดื่มไปหมดช่วงระยะเวลาที่รอ

คุณนายจ้าว นี่ใช่หลานสาวที่คุณนายพูดถึงใช่ไหมคะ

ยิ่งเธออดทนมาก ข้อกำหนดก็ยิ่งน้อยลง ขอแค่ให้เป็นหญิงสาวเธอก็พอใจแล้ว

เธอตีแขนฉินลี่เยี่ยไปทีหนึ่ง

“คุณเจียง สวัสดีครับ ผมฉินลี่เยี่ย”

“สวัสดีค่ะ ฉันเจียงเมิ่ง”

ริมฝีปากแดงเพลิง ผิวเนียนขาว มีความงามเฉกเช่นหญิงสาววัยทำงาน

“สวยมากเลยค่ะ ชื่อก็เพราะ คุณนายจ้าวคุณช่างมีบุญวาสนา”

มีไหวพริบ มีความสามารถ ดูดี

มีชื่อเสียงอาจจะเพราะช่วงหลายปีมานี้

ฉินลี่เยี่ยปรากฏขึ้นในการค้นหาบ่อยๆ

หนุ่มแน่น ใจกล้า

Bình Luận ()

0/255