บทที่276 ใจเย็นๆ

“ยากที่ครอบครัวเราจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า เรามาคุยกันเรื่องอื่นดีกว่า” จิ่งห้านหมิงได้พูดชัดเจนเรื่องปี่เต๋อพานและสงจื่อหยูนแล้ว อารมณ์ก็ดีขึ้น “ฉันยังคิดอยู่ว่า หรือพวกเธออยากจะโสดกันต่อไปเรื่อยๆ”

เปลี่ยนแต่ภายนอกแต่ภายในก็ยังเหมือนเดิม มันเปลี่ยนเรื่องคุยตรงไหน เห็นได้ชัดว่าแค่เปลี่ยนคน

“เอ่อ…” เฉียวอวี่ถงสังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องรอให้เธออธิบาย “ทำไมวันนี้รู้สึกว่าเนื้อวัวมันเหนียวไปหน่อยนะว่ามั๊ย”

เพื่อที่จะจัดการกับความไม่พอใจเรื่องการแต่งงาน ตนเองไม่รู้จะหาทางออกจากเรื่องนี้ได้อย่างไร

หรือว่าจะยอมไปเหมือนสงจื่อหยูน แบบนั้นก็ดูน่าเบื่อไป

“จริงหรอ ทำไมผมถึงไม่รู้สึกนะ” เจิ้งอี้ตอบรับ ก่อนจะเอานิ้วคีบเนื้อวัวชิ้นหนึ่งเข้าปากไป

“เป็นไง”

“เหนียวนิดหน่อย สงสัยพ่อครัวจะทำอะไรพลาด พอให้อภัยได้”

“พวกเธอดื่มกันไปคุยกันไปเถอะ! เรื่องที่ฉันพูดก็ไม่ต้องสนแล้วใช่ไหม”

“...” ถูกจับได้แล้ว

“พ่อบุญธรรม แน่นอนว่าสนที่คุณลุงพูด ใครจะกล้าไม่สน!” เจิ้งอี้แสดงความเคารพอย่างสูงต่อจิ่งห้านหมิง “คุณลุงว่า ยังไงนะครับ”

เฉียวอวี่ถงพูดไปหัวเราะไป “พ่อคะ ทำไมทำตัวเหมือนเด็กอย่างนี้ ไม่เป็นผู้ใหญ่เลย”

“เฮ้!” จิ่งห้านหมิงแพ้อย่างราบคาบ

เฉียวอวี่ถงส่งสายตาผู้ชนะให้กับเจิ้งอี้

“พวกแกหลอกฉันได้ แต่จะหลอกตัวเองได้อย่างไร!”

“ห๊ะ?”

มีเรื่องอีกแล้ว หลอกอะไรตอนไหนกัน

“พวกแกลองคิดดู ดึกๆในยามค่ำคืน รู้สึกเหงาบ้างไหม

ตอนที่แสงไฟสลัว พวกแกไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้หรอ ตอนที่พวกแกเหงาอยู่ตัวคนเดียวน่ะ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า เฉียวอวี่ถงยิ้มอย่างไร้ความปรานี “พ่อ พ่ออย่ามาปั่นเลย จะไปเป็นแบบที่พ่อว่าที่ไหนกัน จากที่พ่อพูดมาใครก็รู้ว่าเราต่างไม่มีใครอยู่ตัวคนเดียว อย่างน้อยที่สุดอีกฝ่ายหนึ่งก็อยู่ตัวคนเดียวเหมือนกัน อีกอย่างหนูก็มีลูกอีกสองคน จะไปเหงาได้อย่างไร”

จิ่งห้านหมิงถูกหัวเราะเยาะ สีหน้าไม่สู้ดีนัก

ยียียิ้มไปพูดไป “คุณปู่ หม่ามี๊ยังมีผมและซวงซวงนะครับ! อีกหน่อยพวกเราต้องช่วยหาผู้ชายที่ทั้งหล่อทั้งมีเงินให้หม่ามี๊แน่”

“ทำไมต้องรออีกหน่อยด้วย ตอนนี้แหละดีแล้ว คิดอะไรแล้วก็ทำเลย! ชีวิตจะได้มีเรื่องน่าเสียดายให้น้อยลงหน่อย”

“ก็ดี พวกเธอดูนั่นสิ” พูดยังไม่ทันขาดคำ ยียีชี้ไปยังตำแหน่งทางเข้าร้านอาหาร นั่นคือJackaที่มาไม่ทันเวลา

“ผมว่าลุงJackaดีมาก”

เจิ้งอี้ชินแล้วกับการเมินของยียี

ดีที่เขายังได้รับการสนับสนุนจากซวงซวง ทุกครั้งจึงไม่ได้แพ้อย่างน่าเกลียด

“เดี๋ยวฉันไปเรียกเขา”

เฉียวอวี่ถงกุมขมับตัวเอง การที่ลูกชายโตเร็วเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก นั่นอาจจะทำให้แม่ขายหน้าได้

บังเอิญจัง ไม่คิดว่าจะเจอพวกคุณที่นี่” Jackaเป็นลูกครึ่ง หน้าตาดี อารมณ์ดี หุ่นอย่างกับนายแบบ เขาเจอกับเฉียวอวี่ถงระหว่างทำการแสดง

แน่นอนว่าโมเดลลิ่งรู้จักหน้าที่การงานของเขา เขาเป็นเจ้าของบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง สถานภาพฐานะนั้นไม่ต้องพูดถึง

หลังจากที่Jackaกล่าวทักทายทุกคนแล้ว เขาก็กล่าวทักทายยียีคำหนึ่ง

Jackaคนนี้จิ่งห้านหมิงเคยเจอมาก่อนหลายครั้ง เขาดีกับเฉียวอวี่ถงไม่น้อย แต่เฉียวอวี่ถงก็ไม่ค่อยอะไรกับเขาเท่าไหร่

“คุณJackaมาคนเดียวหรอครับ ถูกเรียกตัวมาแบบนี้จะไม่เป็นปัญหาใช่ไหม”

“ไม่มีปัญหา ยังไงก็เคยเจอกับทุกคนอยู่แล้ว ทางนั้นผมไม่ไปก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร” พูดจบเขาก็เดินไปด้านข้างหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรไปเพื่ออธิบายสถานการณ์

เจิ้งอี้และJackaเป็นคู่แข่งกัน

แต่ว่าJackaก็ไม่ได้ทำตัวไม่สุภาพกับเจิ้งอี้ อย่างไรเสียเขาก็มีสถานะเป็นคุณลุงคนที่สอง

ความคาดหวังของจิ่งห้านหมิงไม่อาจบรรลุผล เพราะเมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เจิ้งอี้และJackaก็เป็นฝ่ายตรงข้ามกัน

ถึงแม้จิ่งห้านหมิงจะเคยพบกับJackaหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ของเขาดีนัก ดังนั้นจึงได้แต่ถามเพิ่มเติม

“คุณJacka คุณรู้จักกับถงถงของพวกเราได้อย่างไรกัน”

ส่งจื่อหยูนถามขึ้นหลายคำ

Jackaค่อยๆตอบคำถามทีละคน ไม่มีอะไรปิดบังซ่อนเร้น

ทำให้รู้สึกเหมือนว่าJackaมาพบปะพ่อแม่แฟน

อยู่ๆเจิ้งอี้ก็รู้สึกอึดอัดใจ

ล้วนเป็นคนของตนเองทั้งนั้น ทำไมถึงทิ้งเขาได้

“คุณJacka ผมได้ข่าวว่าคุณเจ้าชู้มากนะ

ตีให้ถูกหม้อซะ

Jackaใจเย็นมาก “เพราะว่าสถานะของผม ดังนั้นดารานางแบบทั้งหลายก็อยากจะอาศัยผมเป็นสะพานด้วยกันทั้งนั้น ข่าวเลยออกไปว่าผมเจ้าชู้อย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับผม

“ฮ่าฮ่าฮ่า ในประเทศเรามีคำพูดที่ว่าหมาขี้ย่อมมีมูล ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีเหตุ”

“ผมเป็นคนอย่างไร ถงถงรู้ดี จะว่าอย่างไรก็ได้ ส่วนตัวผมคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องอธิบายอะไรมาก”

“อ๋อ เป็นเช่นนั้น…”

ไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ควรพูดก็ได้พูดไปแล้ว อย่างไรก็ต้องให้ความประทับใจแรกแก่เขา

เฉียวอวี่ถงไม่เข้าใจคนอื่นๆ เธอค่อนข้างชินกับเรื่องพวกนี้

กับบรรดาผู้หญิงพวกนั้นก็แค่ติดต่อกับธรรมดาเท่านั้น สื่อก็เอาไปเขียนซะเกินจริง

Jackaคิดว่าตัวเองมีโอกาสใหญ่มาถึงแล้ว เขาจึงแอบตัดสินใจ ว่าตัวเองจะต้องพยายามยิ่งขึ้น

พวกเขาสนิทสนมกันผ่านการแสดงโชว์ การพบปะกันก็ต้องมีสาเหตุให้เจอ

ดังนั้นJackaจึงคิดที่จะไม่ปล่อยเฉียวอวี่ถงไป

ถึงแม้ว่าเธอจะมีลูกแล้วก็ตาม

เจิ้งอี้ไม่รู้ว่ากังวลไปถึงไหนแล้ว ถ้าหากว่าเฉียวอวี่ถงมีใจจะเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่จริง เธอคงไม่รอกระทั่งถึงตอนนี้

เขาไม่ได้ Jackaก็ต้องไม่ได้

….

ตอนเย็นฉินลี่เยี่ยถูกเรียกตัวกลับบ้าน

“เจียงเมิ่งช่างเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อม วันนี้แกมัวทำอะไรอยู่”

ฉินลี่เยี่ยเรียกแผนกบุคคลมาเพื่อให้คัดชื่อเจียงเมิ่งออกไปรายชื่อ เพราะเหตุนี้เขาถึงได้รู้ว่าคุณแม่ฉินได้ชิงรับคนเข้าทำงานไปก่อนแล้วล่วงหน้า

คุณแม่ฉินดูหมิ่น “เจียงเมิ่งออกจะดีงาม แม่ถามกับฝ่ายบุคคลแล้ว

“...” ฉินลี่เยี่ยหมดคำที่จะพูด

“คุณย่า คุณย่าบอกว่าอาอี๊ที่นัดบอดกับป่าปี๊จะไปทำงานที่บริษัทป่าปี๊อย่างนั้นหรอ”

“ใช่แล้ว พวกเธอเตรียมใจไว้ล่วงหน้าเลยนะ ลองดูว่าชอบอาอี๊คนนี้มั๊ย”

ฉินลี่เยี่ยเงียบขรึม คุณแม่ฉินไม่มีท่าทีว่าจะยอมหยุด พูดจาทึกทักเอาเองสุ่มสี่สุ่มห้า…

“โอเค” เสี่ยวจิ่นสนใจเรื่องนี้มาก “ที่จริงความเห็นผมก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอก ถ้าป่าปี๊ของผมชอบผมก็ok”

แต่ฉินลี่เยี่ยไม่เคยคิดที่จะชอบใครเลย!

ฉินลี่เยี่ยยิ้มและพูดอย่างพอใจ “ที่แท้ลูกชายก็เข้าใจผม รู้ว่าผมไม่ชอบผู้หญิงพวกนั้น”

“...”

ใจเย็นๆ

นึกถึงเมื่อก่อนที่ได้พบกับเฉียวอวี่ถง พวกเขาก็รอกันมานานเหมือนกันไม่ใช่หรือไง

“ใจเย็นหรอ ใจเย็นแล้วไง อายุก็สามสิบกว่าเข้าไปแล้ว ชีวิตนี้จะอายุสามสิบได้ตลอดไปหรือยังไง”

ถึงจะไม่ได้อายุสามสิบไปตลอด มันยอดเยี่ยมมาก แต่ว่าหลังจากสามสิบหรือว่าก่อนหน้านั้นผมก็รู้สึกมีความสุขเหมือนๆกัน

เสี่ยวจิ่นพยักหน้า “คุณปู่พูดถูก ที่จริงก็ไม่ต้องรีบร้อน บางทีพรหมลิขิตอาจจะยังมาไม่ถึง”

“พวกคุณสองคนคิดจะขัดคอฉันหรืออย่างไร”

Bình Luận ()

0/255