บทที่277 คว้าโอกาสไว้

“คุณทำอะไรอยู่” เฉียวอวี่ถงถามด้วยความสงสัย

เพราะพอเมื่อRoyได้ยินเขาก็มองออกไปนอกหน้าต่าง

“ผมกำลังมองดูว่าวันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศไหนน่ะ” Royพูดติดตลกด้วยท่าทางจริงจัง “ก่อนหน้านี้คุณไม่ใช่รึที่เอาแต่ต่อต้านข้อเสนอนี้จากผม ทำไมอยู่ๆถึงได้เห็นด้วยได้”

“จะเอาเรื่องเมื่อก่อนมาพูดอีกทำไม” เฉียวอวี่ถงถูกตีแสกหน้า แน่นอนว่ารู้สึกอายอยู่ไม่น้อย “ตอนนี้คุยกันเรื่องปณิธานอันยิ่งใหญ่ของคุณมาได้แล้ว”

“ผมจะไปเขียนแผนให้ แล้วค่อยมาคุยรายละเอียดกับคุณ” Royเป็นคนมีความสามารถที่หาตัวจับได้ยาก การที่เฉียวอวี่ถงได้พบกับพนักงานดังกล่าวได้ นั่นช่วยเหลือเธอได้มาก

“ถ้างั้นก็ลำบากคุณแล้ว”

“ยินดีรับใช้ประชาชน”

เรื่องบางอย่างพอทำขึ้นมาแล้วก็ต้องใช้เวลานานมาก

“เราไปเมืองจิ่นเฉิงเพื่อที่จะก่อตั้งร้านพิเศษ อาจจะต้องไปอาศัยอยู่ที่เมืองจิ่นเฉิงสักพัก” แน่นอนว่าRoyก็เป็นหนึ่งในนั้น “คุณคิดว่าเหมาะที่จะให้ใครไป”

“ฉันไปเอง คนอื่นคุณก็คอยประสานงาน”

“คุณจะไปด้วยรึ” เรื่องที่Royตกตะลึงไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น

เขารู้ว่าเฉียวอวี่ถงเป็นคนเมืองจิ่นเฉิง แต่เขาก็รู้ความจริงที่ว่าแต่ไหนมาเมืองจิ่นเฉิงก็ไม่เคยกลับไปที่นั่น

“อื้อ เพื่อนฉันจะแต่งงาน เร็วๆนี้พอดี”

“อ๋อ…”

Royพยักหน้า

เรื่องที่เฉียวอวี่ถงจะกลับไปคนอื่นๆยังไม่มีใครรู้

และก็ไม่รู้ว่าเมื่อกลับไปบอกทุกคนแล้ว ทุกคนจะเห็นด้วยหรือไม่

“ผมคิดว่าไม่จำเป็น” เจิ้งอี้ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง “มีตั้งหลายที่ที่คุณสามารถขยายแบรนด์ไปได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเมืองจิ่นเฉิง”

ส่วนการแต่งงานของสงจื่อหยูน กลับไปไม่กี่วันก็พอแล้ว ทำไมต้องไปใช้เวลามากมายเพื่อที่จะเตรียมขยายตลาดที่นี่ด้วย

สงจื่อหยูนเขย่าปี่เต๋อพาน ครั้งนี้เธอไม่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของเจิ้งอี้

“ผมเห็นด้วย!” ยียีวางแผนเอาไว้แต่ไหนแต่ไรแล้ว และนี่ก็เป็นโอกาสอันดี เขาดีใจมากที่จะได้กลับไปเมืองจิ่นเฉิง เพราะว่าเช่นนี้เท่านั้นเขาถึงจะบรรลุแผนการของตนเองได้ ทุกคนยังคิดว่าเขาเป็นเด็กน้อยอยู่อีกรึ ที่จริงแล้วเขามีความลับเล็กๆน้อยๆอีกมากที่ทุกคนยังไม่รู้

“ยียีไหนลองว่าความคิดเห็นเธอมาซิ” ลูกชายนอกจากมีความคิดอยากที่จะสนับสนุนเธอแล้วย่อมต้องมีความคิดอื่นอีกแน่

“เพราะว่าบ้านเกิดหม่ามี๊คือเมืองจิ่นเฉิง ดังนั้นการออกแบบของหม่ามี๊ต้องได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมที่นั่นมาแน่ เช่นนี้แล้วย่อมมีเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ย่อมเข้าถึงคนเมืองจิ่นเฉิงได้ง่ายแน่

สินค้าสามารถไปจัดโชว์ที่ไหนก็ได้ แต่มันก็จะไม่เป็นที่ยอมรับได้ง่ายเท่ากับที่เมืองจิ่นเฉิง”

ยียีพูดจบลง

สงจื่อหยูนก็ปรบมือเป็นกำลังใจให้ด้วยความตื่นเต้น “ฉันว่าที่ยียีพูดมาก็มีเหตุผล ฉันก็สนับสนุนให้ถงถงไปเปิดตลาดทีเมืองจิ่นเฉิง!”

จิ่งห้านหมิงก็เห็นด้วย สุดท้ายเจิ้งอี้ก็ต้องยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

“พรุ่งนี้ฉันกับปี่เต๋อก็จะกลับเมืองจิ่นเฉิงแล้ว ไปรอพวกคุณที่เมืองจิ่นเฉิงนะ”

ตกดึก เด็กๆพากันเข้านอนแล้ว

“ถงถง กลับเมืองจิ่นเฉิงจะพาเด็กๆไปด้วยรึเปล่า”

“ฉันไปครั้งนี้น่าจะราวครึ่งปีได้ ถ้าพวกเขาไม่ได้อยู่ด้วย ฉันไม่วางใจ”

หนูรู้ว่ากลับไปแล้วมันคงไม่ได้ง่ายอย่างนั้น แต่ก็ไม่มีทางเลือก

อยากทำงั้นก็ไปทำเถอะ” จิ่งห้านหมิงเตือน “พ่อก็ยังยืนยันคำเดิม

“พ่อสบายใจ หนูไม่ได้มีปัญหาอะไร พ่อรีบไปเตรียมเรื่องงานแต่งของปี่เต๋อกับจื่อหยูนเถอะ เรื่องของพวกเขานั่นสิเร่งด่วนกว่า”

“พวกเขาจะแต่งงานกันแล้ว มีเรื่องอะไรให้ห่วงอีก แต่ว่าแกสิ ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้แต่งออกไปซะที”

เฉียวอวี่ถงชินแล้ว ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญกับความเจ้ากี้เจ้าการของจิ่งห้านหมิง เธอจึงไม่ได้เอามาใส่ใจ

….

สงจื่อหยูนทางนั้นเพิ่งจะเหยียบลงพื้นแผ่นดินเธอก็ได้รับโทรศัพท์จากสงจื่อจิน

“พี่ชาย พี่สะใภ้ รบกวนพวกคุณแล้วที่มารับ”

สมดั่งปรารถนาแล้ว

อย่ามาพูดแบบนั้นนะ

ปี่เต๋อพานตบบ่าเธอ “อย่าโมโหเลย แต่งกับผมไม่ใช่หรอ ผมไม่หนีไปไหนหรอกน่า”

“...” สงจื่อหยูน

สงจื่อจินกับซือหยู่แต่งงานกันตั้งแต่สามปีก่อน ตอนนี้ซือหยู่ท้องได้สามเดือนแล้ว

“พี่สะใภ้ หลานชายตัวน้อยของฉันเป็นอย่างไรบ้าง”

“ก็ดี ตอนนี้เตะเป็นแล้ว” ซือหยู่ลูบท้องตัวเอง เปี่ยมล้นไปด้วยออร่าของความเป็นแม่

เราไปหาถงถง ตอนนี้ยียีก็จะห้าขวบแล้ว โตขึ้นต้องหล่อมากแน่ ถ้าพี่ได้ลูกสาวต้องจับแต่งกับเขาแน่ ได้ผู้ชายก็ไม่เป็นไร

ยียี ซวงซวง ล้วนแต่เป็นสงจื่อหยูนที่พูด ซือหยู่พวกเขาไม่เคยได้เจอมาก่อน

“ฉันยังไม่เคยเจอพวกเขาเลย ถงถงก็ไม่ได้กลับมาเลย…”

“วางใจเถอะ อีกไม่กี่วันก็ได้เจอ พวกเขาจะกลับมาสักพักหนึ่ง” นับว่าสงจื่อหยูนนำข่าวดีมาให้พวกเขา

“จริงหรอ งั้นก็ดีจริงๆ!”

“จริงแท้แน่นอน”

คำพูดนั้นสงจื่อจินก็ได้ยินชัดทั้งสองหู

ตลอดหลายปีมานี้ฉินลี่เยี่ยเว้นระยะห่างกับหญิงสาวมาโดยตลอด ใครก็รู้ ว่าหัวใจเขามีเจ้าของ

ถึงคนจะเหนื่อยหน่ายกับเขา แต่ว่าก็จะยอมแพ้กับเขาเช่นนี้ไม่ได้ ยังไงก็ต้องมีคนรักคอยดูแล จะให้เหงาไปจนแก่อย่างนั้นหรือ

“ตอนนี้ถงถงมีแฟนรึเปล่า”

แต่มีคนคอยตามจีบเยอะมาก” ซวงซวงนับอยู่รอบหนึ่ง เธอประทับใจมาก ขนาดทานข้าวอยู่ยังบังเอิญเจอคนที่มาจีบได้ “แต่หล่อนก็ไม่เห็นพิจารณาใคร ไม่สนตลอด

สงจื่อจินทานมื้อเย็นเสร็จแล้ว

เขาต้องการบอกข่าวดีนี้กับฉินลี่เยี่ย

….

“แค่พวกเราสองคนรึ”

“ใช่” สงจื่อจินแค่อยากจะคุยกับฉินลี่เยี่ยสักครา พูดทุกเรื่องให้ชัดเจน “ผมมีเรื่องสำคัญอยากคุยกับคุณหน่อยน่ะ”

“เรื่องสำคัญอะไร”

“อีกสองสามวันถงถงจะกลับมา”

“อ๋อ”

“เธอยังโสด”

“อ๋อ”

“อีกอย่างเธอจะพาลูกกลับมาด้วย”

“อ๋อ”

“ฉินลี่เยี่ย”

“อ๋อ”

“พูดอะไรสักคำได้ไหม”

“ทำไมผมถึงได้มีพี่น้องน่าผิดหวังอย่างนี้นะ!” สงจื่อจินโกรธจนหัวเสีย “คุณก็โสดมานานแล้ว ไม่รู้สึกหนาวใจบ้างหรือยังไง”

ฉินลี่เยี่ยทำอะไรไม่ถูก “แล้วคุณคิดจะให้ผมทำอะไรล่ะ”

ตอนนี้คนก็กลับมาแล้ว แถมยังโสดอีกด้วยคุณจะไม่ทำอะไรสักหน่อยหรือยังไง

“ค่อยว่ากันเถอะ”

“ช่างไร้เหตุผลเสียจริง!”

เช็คบิลที่คุณ”

ก่อนไปก็ยังไม่วางใจ “คุณลองคิดดูเอาเองก็แล้วกัน อย่าปล่อยให้พวกเราร้อนลนกันแทนคุณเลย”

ฉินลี่เยี่ยเดินออกจากร้านอาหาร

ตอนนี้ต้นฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นสบายเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น

เดินตากลมไป ทำสมองให้ว่างเปล่า แค่อยากจะเมา จะได้ลืมเรื่องราวในชีวิตทั้งหมด

ฉินลี่เยี่ยไม่ได้กลับมาเลย เสี่ยวจิ่นโทรไปเขาก็ไม่รับ เสี่ยวจิ่นก็เลยโทรหาสงจื่อจิน

“ไม่ต้องเป็นห่วง เสี่ยวจิ่นหนูรีบเข้านอนเถอะ”

Bình Luận ()

0/255