พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

บทที่279 พ่อลูกขุดหลุมพราง

บทที่279 พ่อลูกขุดหลุมพราง

“ถูกจับได้แล้ว พีบี หัวใจที่ผมมีต่อคุณพระอาทิตย์พระจันทร์ล้วนเป็นสักขีพยานได้”

“เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึง คนอื่นไม่รู้คุณก็ยังไม่รู้อีกหรือ ฉันมีลูกสองคนที่ต้องเลี้ยงนะ คุณอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม ทางบ้านคุณคงไม่ต้องการให้คุณได้ผู้หญิงแบบฉันหรอก” เฉียวอวี่ถงพูดตามความเป็นจริง พยายามหาเหตุและผล

“ไม่เป็นอย่างนั้นแน่ คุณคิดว่าคนบ้านผมเป็นพวกหัวเก่าหัวโบราณกันหรืออย่างไร”

“ตอนที่พ่อผมแต่งงานกับหม่ามี๊ผม แม่ผมก็เคยแต่งงานมาแล้ว ผมยังมีพี่ชายต่างแม่อีกคนด้วย!”

เฉียวอวี่ถงอยากจะจับตีก้นเสียให้ตาย ทำไมถึงไม่มีอะไรสามารถทำให้Jackaยอมแพ้ได้

“Jacka ฉันคิดว่านะ การที่คุณดื้อดึงเกินไปนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดี” เฉียวอวี่ถงใช้ภาษาสละสลวย “คุณว่าเรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว ฉันโสดมาโดยตลอดใช่รึเปล่า ดังนั้นอีกหน่อยฉันก็จะเป็นต่อไปแบบนี้ คุณไม่ต้องรอคอยผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้หรอก”

Jackaพยักหน้า “รอก็รอแล้ว ไม่พยายามต่อไปให้สุดมันมันใช่สไตล์ของผม”

“....” หน้าเฉียวอวี่ถงเขียนไว้ตัวหนังสือหนึ่งคำ “ตามใจ”

“ขอบคุณที่คุณส่งฉันกลับมา”

“รีบพักผ่อนเถอะ เจอกันคราวหน้าที่เมืองจิ่นเฉิง”

“เดินทางปลอดภัยนะ”

เฉียวอวี่ถงเข้าประตูไป จิ่งห้านหมิงกับลูกๆยังไม่ได้เข้านอน

“หม่ามี๊ ทำไมปาร์ตี้เสร็จเร็วจัง” ยียีเพิ่งมองลงมาจากข้างบนเห็นเฉียวอวี่ถงออกมาจากรถJacka

เรื่องที่Jackaจะไปเมืองจิ่นเฉิงเป็นเรื่องที่เขาเปิดเผยเอง เขาJackaว่าเฉียวอวี่ถงจะไป ดังนั้นJackaก็เลยเตรียมงานเพื่อที่จะไปเมืองจิ่นเฉิง

ถึงเมืองจิ่นเฉิงแล้วจะได้สนุกหน่อย

ถึงแม้จะรู้สึกว่าหลอกใช้Jacka แต่ว่าผมออกมาอย่าไรใครจะไปคาดเดาได้ เขาอาจจะโชคดีได้ใจของเฉียวอวี่ถงไปก็ได้

คิดว่ายียีก็กระตือรือร้นขึ้นมา

อายุยังน้อย ครุ่นคิดอย่างหนัก

“อ้อ แม่ธุระเลยกลับมาก่อน วันนี้ลูกๆบอกเพื่อนแล้วรึยัง”

“บอกแล้ว ทุกคนบอกว่าจะต้องคิดถึงพวกเราแน่ และยังบอกด้วยว่าชอบของขวัญที่เราให้ ทั้งหมดเป็นเพราะหม่ามี๊แท้ๆเลย”

เด็กสองคนพูดคุยกันน่าเอ็ดดู เฉียวอวี่ถงชื่นใจมาก “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้หม่ามี๊อยู่บ้านช่วยลูกๆจัดของกันนะ มะรืนนี้เราก็ออกเดินทางกันแล้ว”

“ค่ะ แล้วลุงเจิ้งอี้จะไปกับพวกเราด้วยรึเปล่าคะ”

“เปล่าจ๊ะ”

“เขามีงานต้องทำ อาจจะตามไปช้าหน่อย ลูกไปรอเขาที่เมืองจิ่นเฉิง” เจิ้งอี้คัดค้านการไปของเฉียวอวี่ถง แต่ว่าเฉียวอวี่ถงจะไป เจิ้งอี้ก็จำต้องไปด้วย แค่ตามไปทีหลังเท่านั้น จิ่งห้านหมิงมีความมั่นใจเรื่องนี้อย่างเต็มที่

….

สงจื่อหยูนอยู่ๆก็ได้รับสายโทรศัพท์ “คุณน้าจื่อหยูน ผมชื่อเสี่ยวจิ่น”

เสี่ยวจิ่นโทรไปเพื่อที่จะสืบเรื่องราว เพื่อครอบครัวตัวเองจะได้กลับมาพร้อมหน้าเขาจึงพยายามเป็นอย่างมาก ตอนนี้เป็นเรื่องที่ต้องแบบรับมากเกินไปสำหรับเด็กสิบขวบ

“เสี่ยวจิ่น ทำไมอยู่ๆถึงได้โทรหาน้าได้” สงจื่อหยูนสงสัย

“น้าจื่อหยูน หม่ามี๊ของผมจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ”

สงจื่อหยูนนึกขึ้นได้ “ฉันรู้แล้ว พี่ชายฉันเป็นคนบอกพวกเธอใช่ไหมว่าหม่ามี๊จะกลับมา”

ถ้าอย่างนั้นเธอก็พอจะเข้าใจได้

“คุณน้า ผมกับหม่ามี๊ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ผมติดถึงหม่ามี๊ หม่ามี๊กลับมาผมก็อยากจะเจอหม่ามี๊ทันที”

เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลย แต่เรื่องทั้งหมดนี่ก็เพราะป่าปี๊ของเธอมันไม่ได้เรื่อง ทำถงถงหลุดมือไปซะได้” สงจื่อหยูนรู้ว่าคำพูดเหล่านี้ต้องไปเข้าหูฉินลี่เยี่ย เธอจึงจงใจพูดแรงๆ “ตอนนี้รอบตัวหม่ามี๊เธอมีแต่คนรุมกันจีบเต็มไปหมด แต่ละคนก็หล่อกว่าแดดดี๊เธอทั้งนั้น

เสี่ยวจิ่นไม่รู้จะตอบไปอย่างไร

“คุณน้าจื่อหยูน ถ้าอย่างนั้นหม่ามี๊ผมชอบผู้ชายคนไหนรึเปล่า”

“เธอไม่ต้องห่วง หม่ามี๊รักเธอมาก ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน แม่ก็รักเธอเหมือนก่อน

ผมรู้ว่าหม่ามี๊รักผม” เสี่ยวจิ่นพูดอย่างว่าง่าย “คุณน้าจื่อหยูนผมจะไปเรียนหนังสือแล้ว

“ไปเถอะ ที่วันนี้เราคุยกันอย่าบอกป่าปี๊เธอล่ะ เขาจะได้ไม่ต้องคิดมาก เดี๋ยวอารมณ์ไม่ดี”

เสี่ยวจิ่นตอบพร้อมพยักหน้า ที่จริงแล้วทันทีที่วางสายเขาก็วิ่งไปทีห้องทำงานฉินลี่เยี่ยแพร่ข่าวอันอย่างตื่นตระหนก

ฉินลี่เยี่ยแตกตื่น

“หยุดพูดได้แล้ว”

แม้ความจริงนั้นจะโหดร้าย

ลูกโตแล้ว ยุ่งจริงๆ

อย่าคิดสรุปเอาเอง” พ่อยังคิดที่จะจีบเฉียวอวี่ถงรึเปล่า

เสี่ยวจิ่นทำอะไรไม่ถูก ได้แต่กำมือแน่น

ดูเหมือนว่าพระราชาจะไม่รีบร้อนแต่ขันทีกลับลุกเป็นไฟ

“ดูเหมือนว่าพ่อจะต้องถูกคุณย่าบังคับให้นัดบอดไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ”

“...”

ฉินลี่เยี่ยพูดพลางหัวเราะ “ลูกทำงานของวันนี้แล้วรึยัง รีบไปทำซะ เวลาทำงานห้ามพูดจาไร้สาระ”

“ผม…” ผมน้อยใจ แต่ว่าผมไม่อยากพูดออกมา

ตามคำแนะนำของเสี่ยวจิ่น ฉินลี่เยี่ยมีท่าทีที่เปลี่ยนไปมาก แต่อายเลยไม่ได้แสดงมันออกมา

ขณะที่ทั้งคู่กำลังมีความคิดเป็นของตนเอง คุณแม่ฉินก็โผล่มา

“เย็นนี้เรานัดทานข้าวกับเจียงเมิ่งนะ พวกแกสองคนไปด้วย”

เจียงเมิ่งมาบริษัทหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ติดต่อกับฉินลี่เยี่ยเลย คุณแม่ฉินรู้สึกร้อนใจ จึงต้องออกโรงด้วยตนเอง

เสี่ยวจิ่นเพิ่งจะถูกฉินลี่เยี่ยว่าไป เขาไม่ช่วยแน่นอน ได้แต่นั่งนิ่งมองอยู่ข้างๆ

“แม่ ผมมีธุระจริงๆ”

“มีอะไรสำคัญกว่าเรื่องคนอีกหรือไง ทำไมเรื่องแค่นี้ก็ลำดับความสำคัญไม่ได้”

“...” ฉินลี่เยี่ยไปต่อไม่ถูก “เสี่ยวจิ่นก็ไม่ชอบแม่เจียงเมิ่งนั่น แม่ให้เราคบกันจะมีประโยชน์อะไร”

ลูกหลงจากสงครามไปถึงเสี่ยวจิ่นแล้ว “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก อาจจะเป็นเพราะว่าเจอคุณน้าครั้งแรกก็เลยยังไม่ค่อยสนิทกัน”

จะได้เข้าใจกันมากขึ้น แม่ว่าเด็กคนนั้นก็ไม่เลว

ฉินลี่เยี่ยเกลียดเสี่ยวจิ่นมาก ถ้าหากว่าเขาปฏิเสธ ข้าวเย็นวันนี้ก็เป็นไปได้สูงมากว่าจะถูกยกเลิก

“ไปกันได้แล้ว คนรออยู่ที่ชั้นล่างแล้ว”

ทานข้าวกับคุณแม่ฉิน แต่เจียงเมิ่งกลับอวดดี

เจียงเมิ่งที่เป็นเช่นนี้ทำให้คนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

ไม่ว่าใครก็ไม่ชอบให้โอ้อวด

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น ฉันว่าหล่อนน่ะคิดไปเองฝ่ายเดียว”

“พวกเรารอชมความบันเทิงดีกว่า”

หลายปีมานี้ผู้หญิงข้างกายท่านประธานมีไม่น้อย

ทั้งคู่ฮัมเพลงไปด้วยกัน ทุกอย่างที่พูดล้วนเป็นความจริง

ผู้หญิงเอย ล้วนชื่นชอบการได้รับคำชม หลังจากที่เจียงเมิ่งจับจุดได้

ฉินลี่เยี่ยและเสี่ยวจิ่นยิ้มและมองหน้ากัน

ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์นัก!

“เสี่ยวเมิ่ง เธอก็พูดไป น้านั่นแหละที่รู้สึกว่าเธอสวยขึ้นมากกว่า”

Bình Luận ()

0/255