พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

บทที่280 แข่งจัดอันดับพี่น้อง

บทที่280 แข่งจัดอันดับพี่น้อง

“เสี่ยวจิ่น ต่อให้เป็นความจริง แต่ก็พูดออกมาต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ แบบนี้จะเป็นการไม่ให้เกียรติคนอื่น” ฉินลี่เยี่ยเสริมมีดไปอีกเล่ม เจียงเมิ่งแทบกระอักตายอยู่แล้ว “ปกติพ่อสอนลูกว่าอย่างไร ทำไมไม่จำซะบ้าง!” เขาแสร้งทำเป็นโกรธ แย่งซีนโกรธจากเจียงเมิ่งไปซะ

“ลี่เยี่ย ไปว่าลูกทำไม!” คุณแม่ฉินดูเหมือนจะเป็นห่วงผิดจุดไป ….

เจียงเมิ่งอยู่ในความสัมพันธ์นี้ เธอไม่สามารถทำอะไรได้

“เสี่ยวเมิ่ง พวกเขาพ่อลูกปกติก็เป็นซะอย่างนี้ หนูอย่าได้ถือสาเลยนะ”

ปกติก็เป็นอย่างนี้….

สิ่งที่เจียงเมิ่งกลัวก็เห็นจะหลีกเลี่ยงไปไม่ได้

เธอเป็นลูกคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ทนไม่ได้กับการถูกกลั่นแกล้งแม้กระทั่งหนึ่งครั้งสองครั้ง “คุณป้าคะ ขอโทษจริงๆ หนูเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ นี่ก็ทานมาพอสมควรแล้ว หนูขอตัวแยกไปก่อนนะคะ” รู้ตัวเองก็ดี…

คุณแม่ฉินรู้สาเหตุที่คนอยากจะรีบร้อนจากไปก่อน “ให้ลี่เยี่ยไปส่งหนูเถอะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณน้า พวกคุณทานกันต่อเถอะ หนูเรียกรถไปได้”

พูดชัดถ้อยชัดคำแล้ว เจียงเมิ่งก็วิ่งออกไปเลย

ฉินลี่เยี่ยแสร้งทำเป็นโง่ “นี่มันเรื่องอะไรกัน”

คุณแม่ฉินถลึงตาใส่เขา “ยังมีหน้ามาพูดอีก เสี่ยวจิ่นพูดไปเรื่อยก็ยังพอว่า แกยังมีหน้าไปพูดพล่อยๆอีก! ไม่เต็มใจมาทานข้าวด้วยก็ไม่ต้องมา ดูท่าทางของพวกแกสิ ทีนี้แม่จะไปอธิบายกับคุณนายจ้าวเขาว่าอย่างไร”

ฉินลี่เยี่ยและเสี่ยวจิ่นนั่นเรียกว่าจุกจนพูดไม่ออก ที่จริงแล้วพวกเขาก็ไม่ได้อยากมา บอกว่าไม่อยากไปแล้ว เห็นชัดๆว่าโดนบังคับให้มา!

“คุณย่า อย่าโมโหไปเลย ผู้หญิงคนไหนก็ไม่สวยเท่าหม่ามี๊สักคน คุณย่าว่าไหมครับ” ในที่สุดเสี่ยวจิ่นก็วางตะเกียบในมือลง ก่อนจะลูบหลังปลอบใจคุณแม่ฉิน

“เอ่อ พวกเขาคนละสไตล์กัน ถงถงค่อนข้างเป็นกันเองกว่า เธอสวยมาก” คุณแม่ฉินประเมินอย่างยุติธรรม “เฮ่อ จะให้ไปหาเด็กดีอย่างถงถงได้ที่ไหนอีกล่ะ ต้องโทษป่าปี๊หนูคนเดียว……”

คุณแม่ฉินอารมณ์มาเต็ม น้ำตาร่วงเป็นสาย

ฉินลี่เยี่ยกลายเป็นคนบาป

เสี่ยวจิ่นลังเลว่าจะบอกข่าวนั้นให้คุณแม่ฉินรู้ดีหรือไม่ จะกลายเป็นข่าวดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผลงานของฉินลี่เยี่ย

ฉินลี่เยี่ยไม่ได้มีท่าทีว่าจะขัดขวาง

คุณแม่ฉินค่อยๆพร่ำบ่นออกมาทีละเรื่อง

“ตอนนั้นนึกจะหย่าก็หย่ากันง่ายๆ คิดจะปรึกษาพวกเรากันบ้างมั๊ย! แกไม่แคร์พ่อแม่สักนิด แต่แกกลับทำให้พวกเราห่วงแกอยู่เสมอ! ไปหาแฟนกลับมาให้พ่อแม่ดูสักหน่อย! เสี่ยวจิ่นน่าสงสารกลายเป็นเด็กไม่มีแม่ ไม่รู้ว่าใช้ชีวิตที่ผ่านมาหลายปีนี้ได้อย่างไร”

“แม่ แม่ก็พูดเกินไปแล้ว”

“เกินไปเรอะ! แม่ว่าไม่เกินไปเลยสักนิด แกอยากอยู่เป็นโสด นั่นสิเกินไป แกคิดว่าอะไรที่เกินไป ชีวิตคนเราพากเพียรทำงานหนักก็เพื่ออะไรกัน!” หลักการของคุณแม่ฉินพูดไปพูดมาปาไปเกือบครึ่งชั่วโมงได้

เสี่ยวจิ่นเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องหูชาและดับไปก่อน เขาตัดสินใจแน่วแน่ ไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกต้องหรือไม่อย่างไรเขาก็จะต้องพูดออกมาแล้ว

“คุณย่าครับ ให้ป่าปี๊ตามจีบหม่ามี๊กลับมาเถอะครับ!”

“ห๊ะ!”

อยากจะบอกให้เขาทำอะไรสักอย่าง

ยังไม่ทันได้ตอบ รอดูท่าทีของฉินลี่เยี่ยก่อน

ฉินลี่เยี่ยสงบนิ่งราวสายลมอันแผ่วเบา “มองผมทำอะไร ก็แค่จีบกลับมาไม่ใช่หรอ จีบก็จีบสิ…”

มันต้องอย่างนี้สิ! มันต้องให้ได้อย่างนี้! “ในที่สุดก็ได้สติแล้ว ไม่ต้องกินแล้ว

เสี่ยวจิ่นเผงื่อแตกพลัก

อดไม่ได้ที่จะเทน้ำเย็นดื่ม “แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจีบกลับมาได้รึเปล่านะ หม่ามี๊สวยขนาดนั้นคนพากันรุมจีบเยอะแยะ ป่าปี๊ผมก็ไม่เห็นมีอะไรดี”

สร้างปณิธานให้เขา เสร็จแล้วก็พยายามจะดับมันด้วยตัวเอง

ตอนนี้คุณแม่ฉินตื่นเต้นมาก ตอนนี้ไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้นแล้ว

ฉินลี่เยี่ยถลึงตาใส่เขา ไม่ได้พูดอะไร คอยดูไปแล้วกัน!

“หม่ามี๊ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมกับซวงซวงได้ขึ้นเครื่องบิน”

เมื่อไหร่ก็ตามที่เฉียวอวี่ถงมีเวลาเธอก็จะพาลูกๆขับรถไปเที่ยงเมืองรอบๆมิลาน

“หม่ามี๊ เมืองจิ่นเฉิงมีอะไรอร่อยมั๊ยคะ”

“มีแน่นอน” เฉียวอวี่ถงก็เรียกชื่อไม่ถูก มีหลายอย่างเลย “เดี๋ยวพวกเธอไปถึงก็รู้เอง”

“แม่บุญธรรมแต่งงาน พวกเราเป็นเด็กถือดอกไม้ให้ได้ไหมคะ”

ช่างน่าเอ็นดูทั้งสองคำถาม

“ต้องดูพิธีของเธอก่อน” เด็กๆนี่คิดเยอะจริงๆ “ถ้าแม่บุญธรรมชวนลูก ลูกก็ไปก็ค่อยไป”

จิ่งห้านหมิงยังเก็บห้องที่เมืองจิ่นเฉิงเอาไว้ “เพื่อนร่วมงานของคุณจะจัดการยังไง ฉันยังมีบ้านอีกหลังเล็กอีกหลังหนึ่ง

Royอาจจะมีแผนอื่นอยู่” เพราะว่าการที่เธอมาเมืองจิ่นเฉิงด้วยเป็นเพียงแค่ข้อตกลงเพิ่มเติม

คุยกันไปหัวเราะกันไปตลอดทาง เครื่องบินก็ลงจอดแล้ว

ก็เลยมารับ มีเพื่อนดีใช่มั๊ยละ” สงจื่อหยูนเห็นเฉียวอวี่ถงก็รีบวิ่งไป

เฉียวอวี่ถงสงสัย “ใครกัน ไม่ใช่มีแค่ว่าที่สามีเธอหรือไง”

ปี่เต๋อพานกับสงจื่อหยูนไปไหนไปด้วยกันทุกที่ตัวติดกันตลอด

“...แต่นแตนแต๊น…”

“หม่ามี๊!”

มีคนเรียกเฉียวอวี่ถงว่าหม่ามี๊เพิ่มอีกหนึ่งคน ยียีและซวงซวงจดจ้องเขาอย่างระแวดระวัง

พวกเขาจ้องเสี่ยวจิ่นราวกับว่าจะมองให้ทะลุตัวคนเข้าไปข้างใน

เฉียวอวี่ถงเองก็ประหลาดใจไปไม่น้อยกว่าเด็กทั้งสองคน การที่จากไปนานทำให้อดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ครั้งนี้ก็ไม่มีข้อยกเว้น

การเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ของสงจื่อหยูนใหญ่หลวงนัก “เสี่ยวจิ่นโตขนาดนี้แล้วหรือนี่”

“ใช่แล้ว เสี่ยวจิ่นโตแล้ว หม่ามี๊ ดีใจก็ไม่ต้องร้องไห้สิครับ”

“สวัสดีครับคุณตา”

“สวัสดีน้องชายน้องสาว”

นี่คือพี่ชายคนโตของลูก เสี่ยวจิ่น”

“สวัสดีพี่ชายใหญ่!”

เสี่ยวจิ่นมองดูยียีและซวงซวง เขาสุขใจนัก เคยบอกว่าอยากมีพี่น้อง อยู่ๆตอนนี้ก็มีแล้วจริงๆ

“ไม่ต้องคุยกันที่สนามบินแล้ว กลับบ้านกันก่อนแล้วค่อยคุยต่อเถอะ” จิ่งห้านหมิงกล่าวเตือน

ด้วยความชื่นมื่น พวกเขาจึงไม่ได้คิดว่าเสี่ยวจิ่นจะมาช่วยฉินลี่เยี่ยสืบสถานการณ์

ปี่เต๋อพานดูเวลา เขาจ้องห้องอาหารเตรียมเลี้ยงต้อนรับพวกเขาเอาไว้แล้ว สงจื่อหยูนเป็นคนจัดแจงเอง ตอนนี้เขายุ่งอยู่กับเรื่องงานแต่ง

ปัญหาหลักก็คือเจิ้งอี้โสดคบกับเฉียวอวี่ถงมาก็ไม่ใช่ช่วงเวลาสั้นๆแล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอันใด นั่นทำให้คนหงุดหงิดและน่าเป็นห่วง

“มีอะไรอร่อยๆมั๊ยคะ” ซวงซวงตอนนี้อ้วนจ้ำม่ำกว่าเพื่อนแล้ว คิดแต่ที่จะหาของกินอร่อยๆตลอดเวลา

เสี่ยวจิ่นในฐานะเจ้าบ้าน เขาทำหน้าที่แนะนำแก่น้องสาว ช่างเป็นสุภาพบุรุษมาก

“สุดยอดไปเลย!”

สถานะพี่ชายของยียีถูกคุกคามอย่างหนักหน่วง

“ซวงซวง มานี่!” อายุยังน้อย แต่ว่าหงุดหงิดแรงมาก

“พี่ชาย”

“เฮ่อ เธอยังรู้ใช่ไหมว่าฉันยังเป็นพี่เธอน่ะ”

Bình Luận ()

0/255