พ่อฮะ หนูจับได้หม่ามี๊คนหนึ่ง

บทที่281 กิริยาแบบนี้ต้องวิจารณ์

บทที่281 กิริยาแบบนี้ต้องวิจารณ์

เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นไม่ได้ ในใจของยียีก็ยังคงมีความมั่นใจ และศรัทธา

“หม่ามี๊เป็นผู้อาวุโสของพวกลูก เป็นหม่ามี๊ของลูก ๆ ทั้งสามคน หม่ามี๊หวังว่าลูก ๆ จะรักใคร่สามัคคีกัน ไม่กดขี่ข่มเหงกันเข้าใจไหม? ”เฉียวอวี่ถงยังเน้นชื่อยียีขึ้นว่า “เข้าใจไหมยียี? ”

“เข้าใจครับหม่ามี๊” เขาเป็นคนที่เชื่อฟังเฉียวอวี่ถงที่สุด

ขณะที่เชิญเข้านั่งในร้านอาหาร ยียีก็ไม่พอใจขึ้นมาอีกครั้ง ที่นั่งข้าง ๆ เฉียวอวี่ถงมีอยู่สองที่เท่านั้น เดิมทีควรจะเป็นที่ของยียีและอีกข้างหนึ่งควรจะเป็นที่ของซวงซวงแต่ตอนนี้เสี่ยวจิ่นนั่งแล้ว ยียีก็ทำได้เพียงแค่นั่งข้าง ๆ เสี่ยวจิ่น

“เฮ้อ……”เขาถอนหายใจขึ้น

แต่จะว่าไปกบรรยากาศโต๊ะอาหารก็ไม่เลวนะ

สงจื่อหยูนกับปี่เต๋อพานนั้นพูดคุยกันสนุกเฮฮามาก บรรยากาศคึกคักอย่างเห็นได้ชัด

“ยียี พี่ชายแกกับหม่ามี๊ไม่ได้เจอมาตั้งหลายปีแล้ว วันนี้ก็ให้เขาหน่อยเถอะ”สงจื่อหยูนพูดความเป็นธรรมขึ้นทำให้ยียีกรอกสายตาไปมา “แถมแกเป็นผู้ชาย เป็นสุภาพบุรุษนะ อย่าทำตัวตุ๊งติ๊งเหมือนเด็กผู้หญิงให้มากนัก ไม่อย่างนั้นต่อไปจะดูแลน้องได้อย่างไรกันละ? ”

“ผมก็หลีกทางให้แล้วป่ะ!” ตอนนี้ยียีเต็มใจยอมแล้ว “ผมเป็นผู้ใหญ่ และเป็นผู้ใหญ่ที่คิดได้แล้วโอเคป่ะ? ”

……

วันนี้เป็นวันที่สงจื่อจินนัดฉินลี่เยี่ยออกมาทานข้าว

เสี่ยวจิ่นบอกว่าจะไปบ้านเพื่อน เขาก็ตอบตกลงแล้ว

“แกแปลก ๆ ไปนะ! เวลานี้แทนที่จะอยู่กับเมียที่บ้าน ทำไมนัดพวกเราออกมาล่ะ?” ฉินลี่เยี่ยดูออก ดูสถานการณ์ของวันนี้แล้วเหมือนจะเกิดเรื่องขึ้น

“ลี่เยี่ย แกมองในแง่ดีหน่อยสิ ครั้งนี้ทุกคนหวังดีกับแกนะ เดี๋ยวแกก็อย่าลืมจ่ายเงินก็แล้วกัน”

“อ๋า จื่อจิน เลี้ยงเหรอ ?” ฉินลี่เยี่ยรู้สึกว่าตนเองนั้นดูจากภายนอกแล้วอ่อนแอมาก ทำไมคนที่ต้องเจ็บตัวถึงเป็นตน?

กู้เจ๋ออวี่พยักหน้า “ใช่แล้ว ค่าอาหารมื้อนี้แกจะต้องจ่ายด้วยความเต็มใจ”

“ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่ บอกฉันได้ไหมว่าจริง ๆ แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? ”

“เซอร์ไพร้ส์ พูดออกมาไม่ได้หรอก”

“……”ฉินลี่เยี่ยทำได้แค่รอด้วยใจที่ลุกลี้ลุกลน

เวลาก็ใกล้เข้ามาถึงแล้ว สงจื่อจินพยายามชวนฉินลี่เยี่ยออกไปจนสุดความสามารถ

“ฉันไม่ไปห้องน้ำ! แกก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะไปห้องแล้วจะต้องมีคนไปเป็นเพื่อน!” ฉินลี่เยี่ยมองหน้ากู้เจ๋ออวี่ด้วยความเมินเฉย

กู้เจ๋ออวี่ทำได้รับบาดเจ็บนั้นยังคงแข็งแกร่งอยู่ “ฟังฉัน ฉันบอกให้ไปก็ไป ห้ามขัด! ”

ฉินลี่เยี่ยทำตาม คิดเสียว่าเชื่อใจเพื่อน

สงจื่อหยูนกับสงจื่อจินติดต่อกัน สงจื่อจินชี้ให้เห็นถึงการกระทำของกู้เจ๋ออวี่

ความสัมพันธ์ห่วงโซ่ทางอสังหาริมทรัพย์

“ลี่เยี่ย ดูทางนั้น……”

เวลาเหมาะเจาะพอดี เมื่อออกไปก็จะเจอเฉียวอวี่ถงออกมาจากห้องอาหารพอดี

แกมีข้อแก้ตัวที่สามารถพูดออกไปได้ เพื่อเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ

ปฏิกิริยาของฉินลี่เยี่ยนั้นเงียบไป

ป่าปี๊กินข้าวกับคุณอาเหรอครับ?” แต่เสี่ยวจิ่นก็ได้ทำลายสถานการณ์ที่อึดอัดนี้ลง “เสร็จกันหรือยังครับ?

“อือ”

ความรู้สึกของพบกันนั้นสับสนจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้……

คำพูดของกู้เจ๋ออวี่นั้นเป็นการฉวยโอกาสนี้ ฉินลี่เยี่ยไม่นึกถึงแผนการนี้มาก่อนเลย

ควรจะไปช่วยพวกเธอ” กู้เจ๋ออวี่ไม่สนใจคำพูดเหล่านี้เลย

ฮ่า ฮ่า

ถ้าย่างนั้นวันหลังเราค่อยนัดกัน เสี่ยวฉิงบ่นหาคุณอยู่บ่อย ๆ

เฉียวยวี่ถงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างสุภาพ

ก็เป็นแค่คำทักทาย ไม่จำเป็นต้องจริงจังขนาดนี้

“คุณกู้พวกเราขอตัวก่อน”จิ่งห้านหมิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดออกมา

เสี่ยวจิ่นไม่ได้กลับไปพร้อมกับพวกเขา เขาจะกลับพร้อมกับฉินลี่เยี่ย แถมยังมีเรื่องที่ต้องรายงานกับฉินลี่เยี่ยอีกด้วย

ฉินลี่เยี่ยพยักหน้า พูดไม่ถึงห้าประโยค

โอกาสดีขนาดนี้ ข้าง ๆ

ๆ พร้อมทั้งเหวี่ยงแขนออกไปตบที่กระเป๋าเสื้อเขา

ตอนนี้ฉินลี่เยี่ยนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง

“ป่าปี๊ หม่ามี๊เขาไปกันแล้ว ทำตัวให้เป็นปกติหน่อยจะได้ไหมป่าปี๊? “

“……”ฉินลี่เยี่ยหยิบกระเป๋าของไอด้อลออกมาทันที “เสี่ยวจิ่น วันนี้ลูกบอกว่าลูกนัดเพื่อนไว้ไม่ใช่เหรอ”

เลยนะ แต่ก็ช่างเถอะ ถึงอย่างไรแล้วโอกาสก็ยังมีอีกเยอะ

“ตอนนี้พวกเราต้องรีบไปหาคุณอาแล้ว ดูว่าเขาจะมีวิธีไหนได้บ้าง”

ฉินลี่เยี่ยยังมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เอาใจใส่ ตนเองคิดอะไรอยู่ก็มีแต่ตนเองเท่านั้นที่รู้ดี ในใจรู้ดีทำไมต้องเสแสร้งแกล้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยล่ะ?

“อือ”

……

ดังนั้นทุกคนก็เลยไปที่นั่น”

ปี่เต๋อพานพูดคล้อยตาม “ร้านอาหารร้านนั้นโด่งดังมาก”

“อ๋อ……” เฉียวอวี่ถงกลับไม่เชื่อ “เป็นแบบนั้นมันก็ดี”

“เป็นแบบนั้นแน่นอน! ”

“คนนั้นเป็นใคร? ”

“เป็นคนที่ไม่สำคัญอะไร” เฉียวอวี่ถงพูด

บรรยากาศเริ่มแปลก ๆ แล้ว

หากพูดแทนฉินลี่เยี่ยตอนนี้ต้องโดนจับได้แน่ ๆ ว่าได้เตรียมการกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

รู้ทีละนิด

และตอนนี้ยียีก็รู้อย่างชัดเจนแล้ว

ฉินลี่เยี่ยก็ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะ หากอยากจะรู้ข้อมูลส่วนตัวของเขาก็ย่อมง่าย

……

“ฉันว่าแกควรจะเริ่มลงมือที่ลูก ให้เสี่ยงจิ่นจัดการกับถงถง ส่วนแกก็รับมือกับลูกอีกสองคน”

“เด็กทั้งสามเป็นลูกของฉินลี่เยี่ย จะจัดการยังไงก็ไม่สมควรอยู่ดี” หยวนโป๋พูดความจริง

ทำไมพวกแกถึงได้ใช้วิธีคิดที่เลวร้ายกับเด็กแบบนี้ล่ะ?

ลูกฉันอายุแค่สามขวบ

พูดออกไปก็ขายหน้า แต่ต่อหน้าเพื่อนสนิทก็ไม่ได้สนใจอะไร

และการมีลูกนั้นเขาไม่ได้คิดอะไร ตอนนี้ความรักก็กำลังไปได้ด้วยดี

จริง ๆ แล้วไม่อยากทำให้มันวุ่นวาย ตอนนี้ก็ปฏิบัติตาม อยากจะยืดเวลานานเท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่ก็ต้องรับประกันให้ได้ว่าแฟนสุดที่รักจะไม่โกรธ

“ถ้าอย่างนั้นจะให้ทำอย่างไรล่ะ? จะให้ไปหาถงถงเหรอ? ดูจากอารมณ์ในวันนี้แล้วคงจะได้ผลลัพธ์กลับมาที่ไม่ดีแน่”

Bình Luận ()

0/255