บทที่ 1

ณ คฤหาสน์หรูหลังใหญ่ซึ่งอยู่ชานเมืองกรุงเทพฯ ในทุกๆ เช้าจะได้ยินเสียงของผู้เป็นพี่ชาย ได้เอ่ยซักถามน้องสาวด้วยประโยคเดิมๆ เพราะความเป็นห่วงก่อนที่เขาจะออกไปทำงาน

“ลิซ่า น้องกินยาก่อนอาหารหรือยังครับ”

คิวา มนภาส เจ้าของน้ำเสียงห้าวทุ้มเอ่ยถามน้องสาวเพียงคนเดียว ขณะเอ่ยถามก็ไม่ลืมกดจูบบนศีรษะกลมทุยของน้อง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกัน

“กินแล้วค่ะ”

ชาลิสา ผู้เป็นน้องสาวเอ่ยตอบเสียงเนือยๆ พยายามกักเก็บความเบื่อหน่ายและติดรำคาญไว้ในใจกับคำถามของพี่ชาย ที่มักจะถามเธอเช่นนี้ในทุกเช้าและทุกเย็น

“กินข้าวต้มเยอะๆ แล้วก็อย่าลืมกินยาหลังอาหารภายในสามสิบนาทีด้วยนะครับ”

คิวาเอ่ยเตือน ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มให้กับน้องสาว พร้อมกันนั้นก็ตักข้าวต้มเลิศรสกำลังจะยกเข้าปาก แต่ก็ต้องชะงักอยู่กลางอากาศกับคำต่อว่า และสีหน้าที่บ่งบอกให้เห็นว่ารำคาญหนักหนา

ชาลิสาตีหน้าหงิกหน้างอ หงุดหงิดในทุกครั้งกับคำเตือนที่ได้ยินในทุกเช้า

คอยย้ำให้กินยาก่อนอาหาร คอยเตือนให้กินยาในทุกมื้อ ลิซ่าโตแล้ว

คิวาหน้าสลดเพราะเสียใจกับคำต่อว่าของน้องสาว แต่ก็ซุกซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ข้างในกาย จากนั้นก็วางช้อนลงกับถ้วยข้าวต้ม

วัน

ลิซ่าบอกแล้วยังไงว่าลิซ่าโตแล้ว ดูแลตัวเองได้

ชาลิสายังคงต่อว่าเสียงแข็ง รำคาญที่พี่ชายมักปฏิบัติราวกับเธอเป็นลูกแงก็ไม่ปาน

“ตอนนี้เรามีกันแค่สองคน ถ้าไม่ให้ห่วงลิซ่าแล้วจะให้พี่ห่วงใคร อีกอย่างลิซ่าก็สุขภาพไม่แข็งแรง ถ้าพี่ไม่ให้ลูกน้องคอยตามไปดูแลลิซ่า

เป็นโรคหัวใจตีบตั้งแต่เด็ก หากเกิดอาการแน่นหน้าอกมากๆ ทำให้หายใจไม่ทันก็อาจหมดสติได้ ซึ่งเธอเคยเป็นมาหลายครั้งแล้ว และครั้งล่าสุดเป็นในขณะขับรถยนต์ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุรถตกข้างทาง โชคดีที่ตัวเธอไม่ได้รับบาดเจ็บมาก

ลิซ่าอยากไปเดินห้างฯ คนเดียว อยากไปดูหนังคนเดียว ไม่ใช่ต้องเดินตามลูกน้องของพี่ชายต้อยๆ เหมือนลูกเป็ดเดินตามแม่ไม่มีผิด”

“ลิซ่า”

แต่ก็ถูกปัดมือใหญ่ให้พ้นทาง เพราะอีกฝ่ายยังโกรธเขาอยู่ ทำเอาเขาต้องหน้าซีด และก็เอ่ยกล่อมแกมบอกถึงเหตุผลที่ต้องทำเช่นนี้

นะครับ หากมีลูกน้องของพี่ติดตามลิซ่าไปด้วย เขาจะสามารถช่วยลิซ่าได้ถ้าหากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมา

ลิซ่าหรือเปล่า”

การไปไหนมาไหนโดยมีบอดี้การ์ดคอยคุมไปด้วย

“แต่พี่”

“ไม่มีแต่ค่ะ นี่คือคำสั่งของลิซ่า”

Bình Luận ()

0/255