บทที่ 6

คิวาหลุบสายตามองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ มีความรู้สึกว่าวันนี้น้องสาวลงมารับประทานอาหารมื้อเช้าช้ากว่าปกติ ซึ่งเขานั่งรอเกือบสามสิบนาทีแล้ว แต่ก็ไม่เห็นน้องสาวลงมาสักที

“ป้ากอบครับ ลิซ่ายังไม่ตื่นนอนอีกหรือครับ” คิวาเอ่ยถามป้ากอบกุล ซึ่งกำลังยกชามข้าวต้มร้อนๆ มาวางตรงหน้าเขา

“ป้าไม่ทราบเหมือนกันค่ะ วันนี้ป้ายังไม่ได้ขึ้นไปหาคุณลิซ่าเลยค่ะ” ป้ากอบกุลเอ่ยตอบ พอวางชามข้าวต้มเรียบร้อยแล้วก็บอกว่า “เดี๋ยวป้าขึ้นไปเรียกคุณลิซ่านะคะ”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขึ้นไปเรียกลิซ่าเองครับ”

คิวาลุกขึ้นยืน ขณะเดินเร็วๆ ขึ้นบันไดบ้าน ก็บอกไม่ถูกว่าทำไมตัวเองมีความรู้สึกแปลกๆ ราวกับถูกความหมองเศร้าเข้าจู่โจมในทุกฝีก้าวที่กำลังก้าวเดินไปยังห้องนอนของน้องสาว

ก๊อก..ก๊อก...

“ลิซ่าตื่นหรือยังครับ”

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับจากน้องสาว อีกทั้งรู้สึกได้ถึงความเงียบผิดปกติ คิวาไม่เคาะประตูเรียกเป็นครั้งที่สอง เขาจับลูกบิดประตูแล้วเปิดออกกว้าง และก็แทบล้มทั้งยืนกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้า

“โอ้...ไม่! ลิซ่า!”

ร่างบางของชาลิสาที่ห้อยโตงเตงอยู่กลางห้อง ทำให้คิวาต้องหลั่งน้ำตาออกมาโดยไม่รู้ตัว ร่างใหญ่ทรุดลงกับพื้นห้อง ไม่คิดว่าต้องมาเจอน้องสาวในสภาพนี้

อย่าเป็นอะไรนะ

แม้รู้ว่าชาลิสาจากตนไปแล้ว แต่คิวาก็ผุดลุกขึ้นเข้าไปกอดร่างของน้องสาวไว้ พยายามยกตัวน้องสาวไม่ให้ถูกเชือกบ่วงรัดลำคอไปมากกว่าที่เป็นอยู่

“ลิซ่า...อย่าทิ้งพี่ไป”

และเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นได้ยินเข้า

“เจ้านาย คุณลิซ่าเป็นอะไรครับ”

รณกรตะโกนถามด้วยความเป็นห่วง แต่พอวิ่งมาถึงประตูห้อง และได้เห็นภาพที่เจ้านายหนุ่มพยายามอุ้มร่างของชาลิสาซึ่งห้อยอยู่กับเชือกเส้นใหญ่ ก็ถึงกับนิ่งขึงทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

“คุณลิซ่า!”

“กร ช่วยลิซ่า

น้ำตาของลูกผู้ชายไหลลงจากหางตา รู้ว่าชาลิสากับลูกน้อยในท้องของเธอเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ไม่ยอมรับความจริง

รณกรพยายามช่วยคิวาปลดร่างของชาลิสาออกจากเชือก และในที่สุดทั้งสองคนก็สามารถพาร่างอันไร้วิญญาณของชาลิสาลงมาได้

น้ำตาไหลเป็นทางยาว เจ็บปวดใจเหลือแสนกับการสูญเสียน้องสาวและหลานตัวน้อยไปพร้อมๆ กัน

ทำไมน้องไม่ให้พี่ช่วยน้อง

จึงพากันวิ่งขึ้นมาบนบ้านบ้าง และป้ากอบกุลถึงกับผงะทำท่าจะเป็นลม เมื่อเห็นคิวากอดศพของน้องสาวไว้แน่น

Bình Luận ()

0/255