และด้วยยืนอยู่หน้าโลงศพที่ตั้งอยู่บนเมรุนานกว่าแขกคนอื่นๆ คิวาจึงสังเกตเห็นอลีนาในที่สุด

“บ้าชะมัด! เธอยังกล้าโผล่หน้ามาอีก”

คิวาสบถเสียงลอดไรฟัน จ้องมองอลีนาเขม็ง ทำท่าจะเข้าไปลากตัวหญิงสาวลงจากเมรุ แต่ก็ถูกรณกรจับยึดต้นแขนไว้พร้อมกับกระซิบเอ่ยเตือนเบาๆ

“เจ้านาย อย่าครับ ตอนนี้มีแขกคนสำคัญมาร่วมงานศพมากนะครับ และพิธีการก็ยังไม่เสร็จด้วย ถ้ายังไงรอให้ ส่งคุณลิซ่าขึ้นสวรรค์ก่อน แล้วค่อยจัดการเธอก็ไม่สายครับ”

คิวาพยักหน้ารับกับคำเตือนของรณกร ในขณะที่ยังคงจ้องมองอลีนาเขม็ง ก็ถามลูกน้องต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาไม่ต่างจากกระซิบพูดกัน

“นายส่งคนประกบเธอแล้วใช่ไหม”

“ครับ เธอพักโรงแรมติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ลูกน้องของเราเข้าไปพักโรงแรมเดียวกันกับเธอแล้ว ผมคิดว่าเธอน่าจะอยู่เมืองไทยอีกไม่กี่วันเท่านั้น”

“ถ้ายังงั้นอย่าให้เธอกลับรัสเซียได้ง่ายๆ”

“ครับ เจ้านาย”

คิวามองตามร่างบางของอลีนาที่เดินลงจากเมรุและไปนั่งปะปนรวมกับแขกคนอื่นๆ รอยยิ้มเหี้ยมกระตุกขึ้นบนใบหน้า

“อย่าเพิ่งกลับรัสเซียละอลีนา แล้วเธอจะได้รู้จักนรกของจริง”

และเมื่อดวงตาทั้งคู่มองปะทะกับสายตาคมกริบของคิวา หญิงสาวก็ต้องแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่ออีกฝ่ายเห็นเธอแล้ว

“เขากำลังคิดอะไรของเขา” อลีนาพึมพำถามตัวเอง

คิวาหมดความสนใจในตัวอลีนา เมื่อรณกรสะกิดให้เขาเดินขึ้นเมรุเพื่อวางดอกไม้จันทน์เป็นคนสุดท้าย ก่อนที่สัปเหร่อจะทำพิธีเผาร่างของชาลิสา

ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทางนี้

กระนั้นดวงตาทั้งคู่ก็แดงก่ำ เจ้าตัวขบกรามแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน พอสัปเหร่อบอกให้ลงจากเมรุ

ก่อนจะยิ้มให้แล้วเดินมาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ กับรณกร

“ขอให้ไปสบายนะน้องพี่”

เพราะในขณะที่เดินผ่านเธอนั้น คิวาไม่ได้ยิ้มให้ด้วยความอบอุ่น แต่เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอันตราย จนทำให้เธอไม่กล้ามองสบตากับอีกฝ่าย และไม่กล้าอยู่เก็บอัฐิของชาลิสาตามที่ตั้งใจไว้ ร่างบางลุกขึ้นยืน ทอดสายตามองควันไฟสีเทาบนยอดเมรุอยู่อีกครู่ใหญ่

เมื่อเข้ามานั่งในรถยนต์ได้แล้ว ก็กดโทรศัพท์โทร.หาน้องชายตัวดี พออีกฝ่ายรับสาย

“เมียและลูกของนายถูกเปลวไฟเผาเพื่อส่งเธอไปขึ้นสวรรค์แล้ว พี่ทำได้ที่สุดเพียงเท่านี้แหละ วาเนีย”

“ผมไม่มีอะไรจะพูด ลิซ่าเธอทำตัวของเธอเอง

Bình Luận ()

0/255