เมื่อหมดความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่แพงเอาการสำหรับชาวต่างชาติ วาเนียก็หลุบสายตาลงมองตัวเอง รู้ว่าตอนนี้เขาเจ็บบาดแผลตรงศีรษะและตามร่างกาย รวมทั้งเห็นว่าขาข้างขวาเข้าเฝือกตั้งแต่ข้อเท้าเลยหัวเข่าขึ้นมาอีก ขาของเขาน่าจะหักจากการถูกทำร้าย แต่ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเจ็บขาเลยแม้แต่นิดเดียว และนั่นสร้างความแปลกใจให้กับเขาเป็นอย่างมาก จึงเงยหน้าเอ่ยถามกับรณกรว่า

“คุณรณกรครับ ขาผมหักใช่ไหมครับ แต่ทำไมผมถึงไม่รู้สึกเจ็บเลย ไม่เหมือนตามตัว ที่ผมรู้สึกปวดระบมแทบจะทุกครั้งที่หายใจ”

รณกรพยักหน้ารับ เขารู้อาการบาดเจ็บจากหมอแล้วจึงบอกว่า “ใช่ครับ ขาคุณหักสองท่อน ศีรษะแตก ปอดมีอาการช้ำจากการถูกกระแทกเต็มแรง” เอ่ยบอกแล้ว รณกรก็เลิกคิ้วขึ้นสูงขณะเอ่ยถามกลับคืนบ้าง “คุณบอกว่าไม่รู้สึกเจ็บแผลแถวๆ ต้นขา หมายถึงขาทั้งสองข้างเลยหรือครับ”

“ใช่ครับ ผมไม่รู้สึกปวดเลย จนผมคิดว่าขาของผมไม่เป็นอะไร”

วาเนียหลุบมองต้นขาของตนเองอีกครั้ง และก็ต้องหน้าถอดสีซีด เมื่อลองขยับขาด้านซ้ายซึ่งไม่ได้เข้าเฝือกเหมือนข้างขวา แต่เขาก็ไม่สามารถขยับหรือยกขาด้านซ้ายได้เลย

“ทำไมผมยกขาไม่ได้”

รณกรขยับเข้าใกล้เตียงคนไข้มากกว่าเดิม เอื้อมมือไปแตะต้นขาด้านซ้ายของวาเนีย พลางเอ่ยปลอบคนเจ็บราวกับเป็นห่วงมากมาย

อาจจะเป็นเพราะว่ายังเจ็บแผลบริเวณอื่นๆ อยู่ เลยทำให้ไม่มีแรงยกขา เดี๋ยวอาการก็ดีขึ้นครับ”

“แต่ผมไม่เจ็บต้นขาข้างขวาเลยนะครับ” วาเนียเอ่ยค้าน สีหน้าซีดเผือดมากกว่าเดิม

“ถ้างั้นเดี๋ยวผมเรียกหมอให้มาดูอาการของคุณครับ”

“ครับๆ ขอบคุณมากครับ”

ก่อนจะเดินออกจากห้องพักคนไข้ ซึ่งวาเนียคิดว่าอีกฝ่ายไปตามหมอมาดูอาการของเขาตามที่บอก ทว่าจริงๆ

“เจ้านายครับ มันฟื้นแล้วครับ”

เพราะอลีนากำลังอาบน้ำอยู่

“มันเป็นยังไงบ้าง”

ขณะเอ่ยถามลูกน้อง คิวาก็จ้องมองยังประตูห้องน้ำในตลอดเวลา เพราะเกรงว่าอลีนาจะออกมาจากห้องน้ำและรับรู้ถึงเรื่องที่เขากำลังฟังรณกรรายงานอยู่

และเมื่อสักครู่ มันบอกว่าไม่รู้สึกเจ็บขาข้างที่หัก ขาด้านซ้ายก็ไม่มีแรง พรุ่งนี้ผมถึงจะเรียกหมอมาดูอาการของมัน

พลางสั่งงานต่อ “ทำตัวเป็นนักบุญเข้าไว้ มันจะได้ไม่สงสัยนาย”

ลีนากำลังจะออกมาจากห้องน้ำแล้ว เรายังไม่ต้องการให้เธอรู้เรื่องของไอ้วาเนียในตอนนี้”

Bình Luận ()

0/255