วาเนียนอนไม่หลับทั้งคืน เพราะนอกจากปวดบาดแผลในส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังเป็นกังวลเรื่องขาทั้งสองข้างของตน อีกทั้งกระวนกระวายใจที่จู่ๆ พลเมืองดีซึ่งเป็นที่พึ่งเดียวของเขาได้หายตัวไปทั้งคืน โดยที่เขาไม่รู้ว่ารณกรหายไปไหน

และในตอนสายของวันนี้ พอเห็นรณกรเดินเข้ามาในห้องพักคนไข้ก็ดีใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ลืมเอ่ยต่อว่าอีกฝ่ายด้วย

“เมื่อคืนคุณหายไปไหนมา ผมรอคุณทั้งคืน”

“โอ้...ผมขอโทษด้วยครับ พอดีภรรยาของผมโทร.มาบอกว่าลูกสาวไม่สบายมาก ผมจึงรีบกลับบ้านโดยไม่ได้บอกคุณก่อน”

รณกรโกหกได้อย่างไหลลื่น เขายังเป็นหนุ่มโสด ไม่มีทั้งลูกและเมียตามที่เล่นละคร และด้วยไม่อยากให้วาเนียซักไซ้ไล่เรียงไปมากกว่านี้ จึงบอกกับอีกฝ่ายว่า

“เดี๋ยวเจ้าหน้าที่พยาบาลจะพาคุณไปเอ็กซเรย์และตรวจดูอาการที่ขา ผมบอกหมอแล้วว่าคุณไม่มีแรง ไม่เจ็บแผลที่ขาเลย คาดว่าช่วงบ่ายๆ ของวันนี้ก็น่าจะรู้ผลตรวจครับ”

“คุณอยู่กับผมได้ไหม ผมกลัว” วาเนียสารภาพตรงๆ นาทีนี้มีรณกรเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งทางใจสำหรับเขา

“แน่นอนครับ ผมจะอยู่กับคุณทุกนาทีครับ”

รณกรรับคำ พลางตบหนักๆ ลงบนต้นขาด้านซ้ายของวาเนียอยู่หลายครั้ง ก่อนจะกระตุกยิ้มตรงมุมปาก เมื่อคิดว่าสิ่งที่ตนเองคาดเดานั้นไม่น่าจะผิด แต่ทั้งนี้ต้องรอผลการตรวจจากหมออีกครั้ง

อีกไม่กี่นาทีต่อมา บุรุษพยาบาลและพยาบาลก็เข็นรถเข็นนอนเข้ามาในห้องพักคนไข้ เพื่อพาตัววาเนียไปตรวจดูอาการ ซึ่งรณกรก็คอยเดินตามไปติดๆ ไม่มีผิดคำพูด แต่ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงหนุ่มรัสเซีย แต่เพราะเขาต้องการรู้ผลการตรวจเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวให้เจ้านายทราบ

ในบ่ายของวันเดียวกันนั้น วาเนียก็ต้องช็อกแทบสิ้นสติ พร้อมกับร้องไหโฮไม่ต่างจากเด็กๆ เมื่อผลการวินิจฉัยออกมาแล้ว และรณกรก็เป็นผู้ถ่ายทอดคำพูดของหมอมาบอกกับหนุ่มรัสเซียผู้น่าสงสาร

“ผลการตรวจออกมาแล้วครับ” รณกรเอ่ยบอกขณะเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ เตียงคนไข้

“หมอบอกว่ายังไง”

วาเนียถามรัวเร็ว เมื่อรณกรเอาแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยพูดต่อ จนเขาแทบทนรอไม่ไหวอยากกระชากผลการตรวจมาอ่านด้วยตัวเอง

ซึ่งจริงๆ แล้วเขาทราบมาจากหมอเรียบร้อยแล้ว แต่กระนั้นก็แกล้งถ่วงเวลาเพื่อสร้างความทรมาน

“หมอบอกว่า...คุณสูญเสียความรู้สึกตั้งแต่ท่อนล่างลงมา หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นอัมพาตครึ่งล่าง”

“โอ้...ไม่!”

ได้ยินเช่นนั้นวาเนียก็ร้องไห้ฟูมฟายโดยไม่อาย และแทนที่จะสงสารหรือเข้าไปปลอบใจ รณกรกลับเอ่ยบอกสวนกับเสียงร้องไห้ เพื่อสร้างความเจ็บปวดให้กับหนุ่มรัสเซียมากกว่าที่เป็นอยู่

“คุณจะไม่สามารถมีเซ็กได้อีก และไม่สามารถเดินได้เลยตลอดทั้งชีวิต”

“ไม่ๆๆ”

วาเนียกู่เสียงร้องไห้ อาละวาดหยิบหมอนบนเตียงขว้างทิ้ง กระชากสายน้ำเกลือออก รับไม่ได้กับสภาพที่ตนต้องเผชิญ

และรณกรก็ยืนมองอย่างเฉยเมย สายน้ำเกลือที่ถูกกระชากออกเต็มแรง ทำให้เลือดตรง

แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดเข้าไปห้าม ปล่อยให้เลือดชั่วๆ ไหลออกสักพักใหญ่ ปล่อยให้วาเนียอาละวาดจนพอใจ

บุรุษพยาบาลสองคนต้องใช้เวลาเกือบสิบนาที กว่าจะช่วยกันทำให้วาเนียสงบลงได้ ซึ่งตอนนี้ชายหนุ่มถูกผูกต้นแขนทั้งสองด้านติดกับเตียง เพื่อกันไม่ให้เขาอาละวาดดึงสายน้ำเกลือออกอีก

ทั้งสิ้น รณกรก็เข้าใกล้เตียง เอ่ยพูดราวกับเป็นการปลอบใจวาเนีย

คุณแค่พิการท่อนล่าง แต่คุณยังมีชีวิตอยู่ คุณทำกายภาพบำบัดกับหมอเก่งๆ ใช้เวลาสี่ถึงห้าปี

วาเนียร้องเสียงหลงทั้งน้ำตา ก่อนจะเอ่ยบอกอย่างหมดอาลัยตายอยาก “แค่เดือนเดียวผมก็รู้สึกไม่ต่างจากตายทั้งเป็นแล้ว

‘นั่นคือสิ่งที่ฉันกับเจ้านายต้องการ ให้แกอยู่เหมือนตายทั้งเป็น และทุกข์ทรมานไปทั้งชีวิต’

ซึ่งไร้ความรู้สึกใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับเอ่ยบอกเป็นนัยๆ

“อย่าเพิ่งตายสิครับ อยู่ชดใช้กรรมที่คุณก่อไว้ก่อน”

“คุณหมายความว่ายังไง”

วาเนียถามอย่างงุนงง ดวงตาทั้งคู่ยังมีน้ำตาไหลนอง ไม่อายที่ต้องร้องไห้ให้รณกรได้เห็น

“อ้อ...ผมมีข่าวดีมาบอกคุณด้วย

“พี่ลีนาจะมาหาผมแล้ว”

ท่ามกลางความโศกเศร้าก็ยังมีข่าวดีสำหรับวาเนียอยู่บ้าง แต่ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่ารณกรโกหกทั้งหมด

“พักผ่อนเถอะครับคุณวาเนีย รักษาตัวอีกไม่กี่วันคุณก็จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

อยากกลับบ้าน ผมไม่น่ามาประเทศไทยเลย” วาเนียบอกเสียงปนสะอื้น

‘และคุณไม่น่าทำร้ายจิตใจคุณลิซ่า กระทั่งเธอต้องฆ่าตัวตาย ไม่เช่นนั้นคุณก็ไม่ต้องเป็นคนพิการ’

Bình Luận ()

0/255