เมื่อกลับมาถึงประเทศไทย คิวาถึงกับล้มป่วยเลยทีเดียว จิตใจที่อ่อนแออันเกิดจากความเจ็บปวดเสียใจ เพราะคิดว่าตนเองได้สูญเสียลูกน้อยไปแล้ว กอปรกับเจอสภาพอากาศหนาวเย็นเข้ากระดูกในประเทศรัสเซีย และไม่ทันหายเหนื่อยจากการนั่งเครื่องบิน ก็ต้องบินกลับอีกสิบชั่วโมงกว่า มาเจอกับอากาศอันร้อนเกือบๆ สี่สิบองศาฯ ในประเทศไทย ทำให้ร่างกายปรับสภาพไม่ทัน ส่งผลให้จับไข้ต้องรอนอนซมรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

และคนที่มาเฝ้าไข้ก็คือรณกร ซึ่งวันนี้ได้อยู่เฝ้าไข้เป็นวันที่สองแล้ว เขาอยากถามเจ้านายว่าเกิดอะไรขึ้น ถึงได้บินกลับประเทศไทย ทั้งๆ ที่เมื่อวันก่อนเขาเพิ่งไปส่งขึ้นเครื่องบินไปประเทศรัสเซีย

แต่อีกวันถัดมาก็ต้องตกใจแทบตกจากเก้าอี้ เมื่อเจ้านายโทร.มาบอกว่าให้ไปรับที่สนามบินสุวรรณภูมิด้วย พอส่งเจ้านายกลับถึงบ้าน ไม่ทันข้ามคืนก็ได้รับโทรศัพท์บอกว่าอาการแย่ ให้พาไปโรงพยาบาล สุดท้ายหมอก็ลงความเห็นว่าต้องนอนรักษาไข้อย่างน้อยๆ สองถึงสามวันก่อนจะกลับบ้านได้

เมื่อเจ้านายเริ่มสร่างไข้ อาการดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก ก็ไม่ลังเลที่จะยิงคำถามใส่ให้หายข้องใจ

“เจ้านายครับ เกิดอะไรขึ้นที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กครับ”

“ขอน้ำดื่มสักแก้วก่อนได้ไหม แล้วเราจะตอบคำถามของนาย”

คิวาร้องขอติดเสียงแหบแห้ง ไม่เคยถูกอาการเจ็บป่วยเล่นงานนานแล้ว พอล้มป่วยในคราวนี้ทำเอาต้องนอนโรงพยาบาลเลยทีเดียว

“ขอโทษครับเจ้านาย เดี๋ยวผมจะเอาน้ำให้ดื่มเดี๋ยวนี้ครับ” รณกรขอโทษขอโพย รีบหาน้ำดื่มให้เจ้านายในทันที

“เรานอนโรงพยาบาลกี่วันแล้ว”

คิวาเอ่ยถามหลังจากได้น้ำดื่มทำให้ชุ่มคอขึ้นมาบ้าง แต่สีหน้าก็ยังคงซีดเซียวเพราะอาการเจ็บป่วยอยู่

“วันนี้เป็นวันที่สองแล้วครับ วันแรกที่เจ้านายโทร.เรียกผมให้พามาหาหมอ ไข้ขึ้นสี่สิบองศาฯ กว่า จนหมอต้องบอกให้นอนโรงพยาบาลเป็นการด่วน”

“เจออากาศร้อนและหนาวเข้ากระดูกภายในไม่กี่สิบชั่วโมง ทำเอาเราน็อคเลยทีเดียว”

คนป่วยยังเอ่ยเล่นลิ้นได้ และรณกรก็เอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง

“มีอะไรเกิดขึ้นที่โน่นครับ เจ้านายถึงบินกลับไทยแทบจะทันที”

คิวาถอนหายใจลึก ริ้วรอยของความเจ็บปวดปรากฏขึ้นบนใบหน้าและดวงตาทั้งคู่ เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาได้สูญเสียไปแล้ว

“ลีนาเอาลูกออก เธอทำแท้งก่อนที่เราจะบินไปถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก”

รณกรถามกลับเสียงดัง

“ใช่...ลีนาบอกเราเอง เธอบอกว่าทำแท้งแล้ว”

คิวารับคำเสียงแผ่วเบา ความเสียใจแล่นมาจุกอยู่ตรงลำคอ จนรู้สึกปวดร้าวไปหมดทั้งหัวใจ

แต่รณกรกลับไม่เชื่อตามที่เจ้านายเอ่ยบอก “ไม่น่าเป็นไปได้นะครับ เพราะเท่าที่ผมสังเกต คุณลีนาไม่น่าจะเป็นคนใจร้ายมากพอที่จะทำร้ายลูกของตัวเองได้”

“นายคิดแบบนั้นหรือ” คิวาถามความเห็น และรณกรก็พยักหน้ารับในทันทีทันใด

“ครับ ผมมั่นใจว่าคุณลีนาต้องโกหกเจ้านาย น่าจะมีใครสักคนที่หาคำตอบที่แท้จริงให้กับเจ้านายได้” รณกรเอ่ยวิเคราะห์และนั่นทำให้คิวานึกถึงใครบางคนขึ้นมา

“วาเนีย เขาน่าจะให้คำตอบกับเราได้”

รณกรถามเสียงหลง พลางบอกต่อว่า “ผมไม่คิดว่าเขาจะให้ความร่วมมือ หลังจากพวกเราทำให้เขาต้องกลายเป็นคนพิการ”

“เราคิดว่าผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะตอนที่เราพบเขา...เขายิ้มให้และเอ่ยทักทายเราตามปกติ แถมยังเปิดโอกาสให้เราได้คุยกับลีนาตามลำพังด้วย”

“อืม...ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็ถือว่าแปลกมาก ที่วาเนียไม่อาละวาดใส่เจ้านาย”

“เพราะฉะนั้นเราจึงคิดว่าวาเนียน่าจะช่วยเราได้”

“ถ้ายังงั้นลองโทร.ถามเขาเลยดีไหมครับ”

ถึงนาทีนี้คนที่ใจร้อนกลับเป็นลูกน้อง ซึ่งรีบหยิบโทรศัพท์มือถือของผู้เป็นเจ้านาย ที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงคนไข้มายื่นให้ด้วย

Bình Luận ()

0/255