ณ ชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ยามวิกาล

เสียงเฮลิคอปเตอร์รุ่น AH-64 Apache ค่อยๆ ร่อนลงบนลานจอดของสำนักงานลับแห่งหนึ่งซึ่งมีต้นไม้น้อยใหญ่โอบล้อมเสมือนเป็นกำแพงพรางตาไม่ให้บุคคลภายนอกมองเข้ามาเห็น ด้วยเหตุที่ว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นสถานที่ตั้งสำหรับใช้ปฏิบัติการลับสุดยอดของหน่วยสืบราชการลับกลางแห่งสหรัฐอเมริกาหรือเรียกสั้นว่าๆ ซีไอเอ (CIA)

ร่างระหงสมส่วนในชุดเสื้อโค้ตขนสัตว์สีน้ำตาลเข้มยาวแบบปิดน่องกำลังก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในตัวอาคารทันทีท่ามกลางการอารักขาอย่างแน่นหนาของบอดี้การ์ดร่างสูงหลายคน โดยทั้งหมดล้วนมีใบหน้าเคร่งขรึมปราศจากรอยยิ้ม แต่งกายในชุดสูทสีดำสนิท สวมรองเท้าหนังหุ้มส้นมันวับ

ภายในห้องชั้นใต้ดินของสำนักงานลับแห่งนั้นเต็มไปด้วยจอคอมพิวเตอร์แบบไวด์สกรีน พร้อมทั้งยังเป็นที่รวมตัวกันชั่วคราวของสิบโปรแกรมเมอร์ระดับสุดยอดของโลก ซึ่งทันทีที่ร่างระหงก้าวเข้าไปในห้อง ทุกคนต่างก็รีบเข้าประจำที่ของตนเองเพื่อเริ่มปฏิบัติภารกิจลับอย่างรวดเร็ว

นิ้วเรียวเล็กกดลงบนแป้นคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์เสียงดังต๊อกแต๊กระรัวเพื่อแข่งกับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดในปฏิบัติการเจาะข้อมูลของบริษัทยักษ์ใหญ่นามว่า บราห์มินี่ ไคท์ แอร์ไลน์ (Brahminy Kite Airline) โดยผู้เป็นเจ้าของคือมหาเศรษฐีลูกครึ่งอเมริกัน-เซอร์เบียที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีค้ายาเสพติดและอาวุธเถื่อนหลายคดีซึ่งเอฟบีไอกำลังต้องการตัวมากที่สุดในเวลานี้

รหัสลับของบราห์มินี่ ไคท์ แอร์ไลน์ถูกตั้งไว้ด้วยระดับความปลอดภัยสูงสุดจากบริษัทไอซิสเทคโนโลยีซึ่งเป็นบริษัทออกแบบความปลอดภัยเพื่อป้องกันการจารกรรมข้อมูลของแฮ็กเกอร์ที่คิดจะเข้าไปเจาะ

โดยในการเจาะข้อมูลนั้น แฮ็กเกอร์ทั่วไปอาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าเจ็ดถึงสิบปีถึงจะสามารถถอดรหัสลับออกมาได้ แต่สำหรับสุดยอดแฮ็กเกอร์ของซีไอเอกลุ่มนี้ กลับใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงเศษๆ ก็สามารถถอดรหัสลับของบราห์มินี่ ไคท์ แอร์ไลน์ได้สำเร็จ

“การเจาะรหัสเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เสียงของหัวหน้าทีมแฮ็กเกอร์เอ่ยขึ้นโดยที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ค่อยๆ ปรากฏรหัสป้องกันการเข้าระบบจากบุคคลภายนอกของบราห์มินี่ ไคท์ แอร์ไลน์ เป็นตัวเลขสลับกับตัวอักษรจำนวนสิบหลัก

“ดีมาก” ผู้บัญชาการยิ้มพรายด้วยแววตาเป็นประกายสมหวัง จากนั้นก็สั่งการต่อทันที “รีบหาข้อมูลที่ต้องการด่วนเลย”

นิ้วเล็กเคาะแป้นระรัวอีกครั้งในขณะที่ระบบกำลังทำการประมวลผลจนกระทั่งพบรหัสลับอันหนึ่ง หน้าจอคอมพิวเตอร์กะพริบถี่ๆ และล็อกรหัสนั้นเอาไว้

“พบแล้วค่ะ คาดว่าน่าจะเป็นรหัสลับของเครื่องบินที่จะใช้ขนโคเคนและอาวุธสงครามล็อตใหญ่จากเซอร์เบียเข้ามาในอเมริกาค่ะ”

“แล้วรู้หรือเปล่าเที่ยวบินไหน วันไหนและลงจอดที่สนามบินไหน”

“ไม่ทราบค่ะ เพราะในฐานข้อมูลนี้ไม่ได้ระบุไว้ เราต้องออกจากระบบแล้วค่ะเพราะอีกแค่สามสิบวินาทีทางโน้นจะทราบว่าระบบถูกแฮ็ก”

กับปฏิบัติการเจาะฐานข้อมูลของบราห์มินี่

ผวาเข้าไปกอดจูบกันอย่างดูดดื่มทันทีที่เครื่องยนต์ดับลง ลีลาการจูบของเธอเร่าร้อนใช้ได้เลยล่ะ ตามความรู้สึกของเพลย์บอยมากประสบการณ์ ผิดกับบุคลิกสาวขี้อายไร้เดียงสาเมื่อตอนอยู่ในงานเลี้ยงลิบลับ เสียงครางกระเส่าของทั้งคู่ดังระงมออกมาแข่งกับเสียงคลื่นซึ่งกำลังสาดซัดกระแทกเข้าหาชายหาดดังโครมๆ

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแหบพร่า ใบหน้าหล่อเหลาผละออกเพียงนิด

มากไปกว่าการทำให้คู่ควงรู้สึกดีในช่วงเวลาที่ทั้งสองกำลังจะดื่มด่ำน้ำผึ้งท่ามกลางแสงจันทร์แบบนี้ เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยถามสาวสวยที่พามาด้วยว่าชื่อเสียงเรียงนามอะไร เพราะปกติเหยี่ยวแดงอย่างเขาจะเคี้ยวเหยื่อให้หายอยาก

“ไม่ทราบสิคะ เฉลยหน่อยได้ไหม...” สาวชุดแดงเอ่ยเสียงอ่อนหวานอย่างมีจริตพร้อมกับแลบลิ้นเล็กๆ ออกมาเลียรอบริมฝีปากตัวเองจนมันวาว

“ก็สนุกตรงที่การได้ปอกเปลือกสีแดงออกแล้วค่อยๆ ละเลียดกินเนื้อขาวๆ ทีละนิดยังไงล่ะครับฮันนี่”

ความร้อนรุ่มแล่นปราดไปทั่วร่างเมื่อคิดว่าอีกไม่กี่อึดใจเธอก็จะได้ลิ้มรสพิศวาสอันแสนเลื่องชื่อของเขาแล้ว สาวขี้อายหัวเราะคิกคักเบาๆ พลางสบประสานสายตากับชายหนุ่มโดยมิได้หลบเลี่ยง อารมณ์หวามสวาทสะท้อนออกมาทางนัยน์ตาอย่างเปิดเผย ก่อนจะใช้มือลูบไล้กรีดกรายไปตามแผ่นอกล่ำสันซึ่งขวางเต็มไปด้วยมัดกล้ามของอีกฝ่ายเป็นเชิงปลุกเร้าไปในตัว

“ถ้าอย่างนั้นก็รีบปอกสิคะ แอปเปิลลูกนี้ก็อยากจะถูกคุณละเลียดเต็มทีแล้วค่ะเฮกเตอร์” ดวงตาสีฟ้าของสาวเจ้าเปล่งประกายเยิ้มหยาดขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะเผยอริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงสดอย่างเชิญชวนและหว่านเสน่ห์เต็มที่

โน้มใบหน้าลงไปหา โดยใช้ริมฝีปากที่เจนในศึกรักประกบเข้ากับกลีบปากอวบอิ่มที่เผยอขึ้นน้อยๆ ด้วยความกระหายใคร่รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้จะร้อนแรงเพียงใด มือหนาเกร็งแกร่งไม่ยอมอยู่เฉย

หากทว่าความหฤหรรษ์ของสองหนุ่มสาวที่กำลังจะปะทุขึ้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงโทรศัพท์มือถือซึ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงราคาแพงลิบลิ่วของเฮกเตอร์นั่นเอง ส่งผลให้ชายหนุ่มต้องละมือจากการปอกเปลือกผลแอปเปิลมาควานหาโทรศัพท์และกดรับสายทันที

“ว่าไงเอริค”

Bình Luận ()

0/255