Rebirth แต่งงานกับสามีกำพร้า

ตอนที่ 46 บังคับคนเรียนมันบาปนะ

ตอนที่ 46 บังคับคนเรียนมันบาปนะ

“คุณแม่ ความสามารถหนูไม่พอค่ะ” เย่หลินฮวน พยายามอธิบาย

“จะต้องใช้ความสามารถอะไรกัน” หลีเม๋ลี่ พูดแทรกคำพูดของเธอ แล้วมองตรงไปที่ ลี่เจี้ยนปัง

“ลี่เจี้ยนปัง ไหนๆคุณก็ให้ เย่หลินฮวน ไปทำงานในบริษัทแล้ว ซึ่งแปลว่าเธอแบกหน้าของ ตระกูลลี่ ออกไป ยังจะต้องให้บอกอีกมั้ย คุณบอกเองไม่ใช่หรอว่า เย่หลินฮวน สนิทกับ คุณผู้หญิงส้ง ถ้า คุณผู้หญิงส้ง รู้ว่าเธอเป็นแค่ผู้ช่วยกระจอกๆ เขาจะมองบ้านเรายังไง”

คำพูดที่ไม่ถูกที่ถูกเวลานี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตบหน้าสามีตัวเองต่อหน้าคนอื่น ยังเป็นการพูดเรื่องธุรกิจที่คุณท่านไม่ชอบมากที่สุดต่อหน้าเขาอีกด้วย เย่หลินฮวน ฟังไปก็อดรู้สึกเสียวไส้แทนแม่สามีไม่ได้

อยู่ ตระกูลลี่ มานานตั้งนานหลายปี เมื่อโดนสายตาเยือกเย็นของ คุณท่าน มองยังไม่หยุดอีก ดูแล้วน่าจะไม่ใช่ปัญหาหน้าหนา แต่เป็นเพราะไม่รู้จักกาลเทศะ

คิ้วของ คุณท่าน ขมวดมุ่นไปหมด สีหน้าของ ลี่เจี้ยนปัง ก็แดงก่ำเช่นกัน

“คุณแม่ หนูรู้ค่ะว่าแม่ทำเพื่อหนู แต่ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ” เย่หลินฮวน ลดเสียงลง แล้วพูดอย่างใจเย็น

“คุณแม่พูดเองนี่คะ ว่าหนูแบกหน้า ตระกูลลี่ ออกไป หนูใช้ความสามารถของตัวเองค่อยๆไต่ขึ้นไป จนถึงตอนที่หนูอยู่ยืนได้อย่างภาคภูมิ ถึงตอนนั้นคนอื่นก็จะรู้เองว่าหนูเป็นหน้าเป็นตาของ ตระกูลลี่ อย่างนั้นไม่ดีกว่าหรอคะ ถึงแม้ตอนนี้หนูจะตำแหน่งไม่สูง แต่ก็ไม่มีใครรู้จักหนูไม่ใช่หรอคะ”

หลีเม๋ลี่ ทำท่าเหมือนจะไม่ยอม เย่หลินฮวน จึงพูดต่ออีกว่า

“และถ้าคุณพ่อให้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกกับหนูจริงๆ ลูกน้องจะเคารพหนูมั้ยก็เรื่องหนึ่ง ถ้าระหว่างนั้นหนูทำไม่ได้และถอนตัวไป จะเป็นการขายหน้า ตระกูลลี่ นะคะ หนูรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้นจริงๆค่ะ”

เมื่อฟังเธอพูด หลีเม๋ลี่ ก็นิ่งไป ไม่รู้จะพูดยังไงดี

ลี่เจี้ยนปังจึงรีบพูดเสริม เย่หลินฮวน ไปอีกอย่างรู้งาน

“เราควรเคารพในการตัดสินใจของ เย่หลินฮวน นะ ไม่มีอาชีพไหนประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน ยังไงก็ต้องมีการฝึกฝนก่อนระยะหนึ่ง ช่วงนี้ เมืองจิน กำลังเตรียมจัดงานแข่งนักออกแบบจิวเวลรี่อยู่ เย่หลินฮวน หนูสนใจมาตลอดไม่ใช่หรอ หนูสมัครเข้าร่วมกับ บริษัทลี่ ได้นะ ถึงตอนนั้นถ้าหนูมีชื่อเสียงแล้ว การเปลี่ยนตำแหน่งก็จะไม่มีใครมาว่าเอาได้

“คุณพ่อคิดรอบคอบมากค่ะ” เย่หลินฮวน รีบพยักหน้าลง

คุณท่านลี่ หยิบตะเกียบขึ้นมากินข้าวต่อ ด้วยสีหน้าดีขึ้นมามาก

ผู้ชมทั้งหลายก็ต่างพากันโล่งอกไปด้วย

และ ลี่ยี่เจ๋อ สองพี่น้องเท่านั้น ที่ไม่มีใครสามารถอ่านความรู้สึกทางสีหน้าได้ เพราะอารมณ์ของคนอื่นๆราวกับเขียนไว้บนหน้าผากแล้ว

เพียงแค่เชื่อฟังสักหน่อย แสดงให้เห็นว่า

หลังทานอาหาร ทุกคนก็คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันไป

เป็นพ่อ เขาจึงถามสารทุกข์สุขดิบของลูกๆ ถามถึงสุขภาพของ ลี่หยู๋เชิน ถามถึงธุรกิจหลายอย่างที่

ก็จะถามคำถามไม่ต่างจากเดิมมาก เมื่อถามครบแล้วก็กลับไป

นั่งร่างแบบอยู่หน้าโน้ตบุ๊ค ภายใต้แสงสีเหลืองอ่อนสลัวส่องลงมา

ลี่หยู๋เชิน อ่านหนังสือจบไปครึ่งเล่ม เงยหน้าขึ้นมาทันเห็นฉากนี้เข้าพอดี

จับปากกาสเก็ตภาพ นั่งอยู่ตรงโต๊ะมุมหน้าต่าง

พูดถึงการแข่งขันนักออกแบบจิวเวลรี่ใน เมืองจิน นั้น

แต่ที่ยังคิดไม่ตกก็คือจะใช้ชื่อของตัวเองหรือใช้ในนามของบริษัทดี

“คุณจะออกแบบจิวเวลรี่จริงหรอ” เสียงเย็นๆดังมาจากบนเตียง ดึงความสนใจเธอกลับมา

“ใช่สิ” เธอหันไปตอบ ด้วยสีหน้ามุ่งมั่น “ไม่งั้นฉันจะไปทำงานที่บริษัทคุณพ่อทำไมเล่า”

ลี่หยู๋เชิน ปิดหนังสือแล้วพูดอย่างจริงจัง

“ผมจำได้ คุณเคยบอกกับผมว่า งานออกแบบจิวเวลรี่เป็นงานอดิเรกเท่านั้น ตอนนั้นคุณเรียนหมอไม่ใช่หรอ”

เขาหยุดไปแปบหนึ่ง “ถ้าชอบออกแบบจิวเวลรี่ขนาดนี้ แล้วทำไมตอนนั้นถึงเรียนหมอ”

ตระกูลเย่

เย่หลินฮวนก็ไม่ได้ตกใจแต่อย่างใด

“ตอนนั้นฉันเรียนหมอเพราะพ่อแม่ของฉัน พ่อแม่ของฉันเสียเร็ว ตอนนั้นฉันคิดว่าเรียนหมอเป็นการปลอบใจอย่างหนึ่ง”

“แล้วไงต่อ”

ฉันถึงเข้าใจว่า เป็นหมอไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิด” เย่หลินฮวน สูดหายใจเข้าไป ตั้งใจพูดเสียงเบาๆ

เมืองจิน อย่างน้อยฉันต้องจบปริญญาเอกและมีประสบการณ์แลกเปลี่ยนในต่างประเทศ ระยะเวลาฝึกงานคือสามปี

Bình Luận ()

0/255