Rebirth แต่งงานกับสามีกำพร้า

ตอนที่ 53 ยังดีที่นายปกป้องฉันไว้

ตอนที่ 53 ยังดีที่นายปกป้องฉันไว้

“คุณแม่ ฉันก็แค่ออกไปทำธุระเอง”

“ทำเรื่องอะไร”

เย่หลินฮวนพูดไม่ออก มีความกระวนกระวายเล็กน้อย

“ไปธุระแทนผมเองครับ” มีเสียงที่สดใสดังขึ้นมาจากบนศีรษะ

เย่หลินฮวนและหลีเม๋ลี่เงยหน้าขึ้นไปมองพร้อมกัน

ทางเดินชั้นสองแถวห้องทำงาน ลี่หยู๋เชินสวนเสื้อสีขาวทั้งตัวนั่งอยู่บนรถเข็น รูปร่างของเขาอยู่ข้างหลังของราวบันได ขณะนี้กำลังมองพวกเธอจากข้างบน แววตาคู่หนึ่งที่ไม่มีแม้แต่คลื่น

หลีเม๋ลี่อึ้งไปสักพัก “ลูปเป็นคนสั่งให้เธอไปทำธุระแทนลูก?”

“ครับ” ลี่หยู๋เชินมองไปทางเย่หลินฮวนอย่างไร้อารมณ์ แววตานี้ทำให้ใจเธอกระวนกระวายมาก

“ไม่ว่าเรื่องอะไรลูกจะให้นายทหารซิวไปจัดการให้ตลอดเลยไม่ใช่หรอ? เธอสามารถจัดการเรื่องอะไรแทนลูกได้?”

“เรื่องส่วนตัว”

ลี่หยู๋เชินพูดประโยคนี้ด้วยความผิดหวัง แล้วมองไปทางเย่หลินฮวน “ฉันเหนื่อยแล้ว เตรียมตัวจะพักผ่อนแล้ว”

เย่หลินฮวนยังอึ้งอยู่ หลีเม๋ลี่รีบเร่งเธอ

“ยังไม่รีบไปอีก”

“ไปตอนนี้เลยค่ะ”

ตัวเองพูดเป็นร้อยๆ ประโยคก็สู้ประโยคเดียวของลี่หยู๋เชินที่ช่วยตัวเองพูดไว้ไม่ได้ เย่หลินฮวนขึ้นบันไดไปด้วย รู้สึกว่าตัวเองโชคดีไปด้วย หลังจากที่ตัวเองตื่นขึ้นมาแล้วก็ชัดเจนกับฉากในบ้านลี่มาก ยืนอยู่บนฝ่ายที่ดี

หลังจากกลับห้องแล้ว ไม่มีเสียงจากข้างนอกแล้ว รอบๆ หูก็เงียบสงบลง

“นายจะอาบน้ำไหม? ฉันไปปล่อยน้ำอุ่น”

“เธอควรจะอธิบายให้ฉันก่อนหรือเปล่า ว่าช่วงนี้ยุ่งอะไรอยู่ข้างนอก?”

“ฉันไม่ยุ่งอะไร ก็แค่ช่วงนี้บริษัทมักจะทำงานเกินเวลา สองวันนี้พึ่งทำงานล่วงเวลาไง

“ใช่หรอ? เธอหมายความว่าผู้ชายในวันนี้ที่อยู่ในร้านกาแฟคือคนที่เดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อนเธอ?”

สีหน้าของเย่หลินฮวนแข็งไปเลย

หลังจากเธอดื่มกาแฟกับกงชูจนถึงตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาหนึ่งชั่วโมงเลย ลี่หยู๋เชินก็รู้เร็วขนาดนี้แล้ว นี่เขาติดเครื่องดักฟังเสียงไว้บนตัวเธอหรอ

“ก็แค่เพื่อนธรรมดา……”

“คิดให้ดีแล้วค่อยพูด” แววตาของลี่หยู๋เชินลึกซึ้งมาก “ครั้งหน้าฉันไม่จำเป็นต้องช่วยเธอพูดต่อหน้าขอคนในบ้าน”

หัวใจของเย่หลินฮวนหยุดเต้นไปหนึ่งที ราวกับว่าทายอะไรออก

รู้จักแบ่งหนักแบ่งเบา เธอพูดด้วยเสียงที่สั่นว่า “จริงๆ แล้วคนคนนั้นเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องเรื่องลอกเลียนแบบทางบริษัท

มองไปทางลี่หยู๋เชินแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เธอก็เลยพูดต่อ

“ฉันได้ยินเขาทะเลาะกับดีไซเนอร์บริษัทเราในโรงจอดรถ พูดว่าผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่เขาให้เธอตอนสัมภาษณ์งาน ฉันกลัวว่าจะมีผลกระทบต่อบริษัทเราหากยังพูดกันอยู่ตรงนั้น จึงหาร้านกาแฟแถวนั้นแล้วลองคุยกันดู”

สำหรับเรื่องของกงชูเธอปกปิดไปเล็กน้อย

ถึงแม้ลี่หยู๋เชินจะมีความสามารถมากมายขนาดไหน ก็ไม่มีทางใส่เครื่องดับฟังเสียงบนตัวของหรอกมั้ง?

“นายคงจะไม่สงสัยว่าฉันมีอะไรกับผู้ชายคนนี้หรอกมั้ง?”

“ถ้าไม่อยากให้คนอื่นสงสัย เธอก็ควรจะรู้ตัวเองน้อย ง่ายขนาดนี้ก็ถูกคนอื่นจับจุดอ่อนได้แล้ว โง่จริงๆ”

ลี่หยู๋เชินมองเธอด้วยแววตาที่เยือกเย็น แล้วนำรูปภาพบนโทรศัพท์ยื่นมาไว้ข้างหน้าเธอ

เป็นรูปเย่หลินฮวนและกงชูกำลังนั่งดื่มกาแฟกันอยู่ ดูจากมุมข้างๆ แล้วเป็นรูปหน้าเธอเต็มๆ

“นี่เป็นการใส่ร้าย การส่งข่าวมั่ว

“ฉะนั้นล่ะ เธอถามได้อะไรมาบ้าง?”

แต่ว่าฉันถามแล้ว บนมือของเขาก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรมาแน่ชัดได้ ไม่งั้นก็คงไม่ถูกซือเหมยต๋าไล่ออกมา

“เธอรู้สึกว่ายังไง?”

“ห๊ะ” เย่หลินฮวนอึ้งไปสักพัก “ฉันรู้สึกอะไร?”

“ในเมื่อเป็นเพื่อนร่วมงานในแผนกเธอ เรื่องการลอกเลียนแบบนี้เธอมีความคิดเห็นอย่างไร”

จะต้องให้ตัวเองออกความเห็นตลอด เธอมีความกระวนกระวายเล็กน้อย

ก็ไม่เจอการเผยแพร่ภาพออกแบบเลย อีกด้านหนึ่งก็คือคนที่ชื่อกงชูยังเรียนไม่จบเลย

ลี่หยู๋เชินจ้องแววตาเธอไปไม่กี่นาที แล้วพูดโดยสรุปว่า “ฉะนั้นความหมายของเธอคือ แผนกออกแบบในบริษัทลี่เป็นคนลอกเลียนแบบ”

เย่หลินฮวนกลืนน้ำลาย แล้วพูดด้วยเสียงเบาว่า

“พูดให้ถูกต้องคือ ในแผนกออกแบบชุดเครื่องประดับดีไซเนอร์หลักเหอหซิ่วลี่เป็นคนลอกเลียนแบบ”

ลี่หยู๋เชินก้มหัวลงเหมือนคิดอะไรอยู่

Bình Luận ()

0/255