Rebirth แต่งงานกับสามีกำพร้า

ตอนที่ 54 เขาบ้าบอแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ

ตอนที่ 54 เขาบ้าบอแบบนี้ตั้งแต่เด็กๆ

หลังจากเรื่องรูปถ่ายผ่านไปไม่กี่วัน ฝ่ายบุคคลของบริษัทลี่ก็ได้รับการรายงานกะทันหัน ในนั้นมีเรื่องที่เหอหซิ่วลี่ขอลาออกประกอบด้วย

แผนกออกแบบกำลังพูดปรึกษาหารือกันกระหน่ำ

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? บอกว่าจะเลื่อนขั้นเป็นรองผู้จัดการไม่ใช่หรอ? ทำไมถึงลาออกล่ะ?”

“คงจะไม่ใช่เรื่องที่ลอกเลียนแบบเกิดการเปลี่ยนแปลงหรอกมั้ง?”

“คงไม่หรอก ซือเหมยต๋าได้ให้ค่าลิขสิทธิ์เราแล้วไม่ใช่หรอ?”

“อย่าเดาไปมั่ว เธอเหมือนจะเปลี่ยนงานแล้ว ครั้งนี้เป็นเพราะเรื่องลอกเลียนแบบทำให้เธอออกหน้า มีคนไม่น้อยที่ยื่นมือมาให้เธอ ไม่แน่การบริการและเงินเดือนอาจจะดีกว่าที่นี่ก็ได้”

“……”

คำพูดในห้องทำงานผ่านเข้าไปในหูของเย่หลินฮวน

ที่จริงแล้วเรื่องที่เหอหซิ่วลี่ลาออก หากพูดในมุมดีไซเนอร์ส่วนใหญ่ต่างก็เป็นเรื่องที่ดี การแข่งขันสูงขนาดนี้ ใครก็หวังว่าจะมีคู่แข่งน้อยไปหนึ่งคนจะได้สบายหน่อย

แต่ว่าเรื่องที่เหอหซิ่วลี่ลาออก เย่หลินฮวนกลับรู้สึกว่ามีคนตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ในนี้ต้องมีเกี่ยวข้องกับลี่หยู๋เชินแน่นอน

หลังจากเลิกงานกลับบ้านแล้ว ไม่ง่ายเลยกว่าคนในบ้านลี่อยู่ในห้องรับแขกพร้อมหน้าพร้อมตากัน ปกติคนที่จะไม่ชอบอยู่บ้านที่สุดลี่ยี่เจ๋อก็อยู่

หลังจากทักทายเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกเธออยากจะถามเรื่องนี้กับลี่หยู๋เชิน แต่ถูกคนใช้เรียกไว้ก่อน

“คุณผู้หญิงคะ ตอนเย็นมีคุณหญิงท่านหนึ่งส่งการ์ดเชิญมาให้ค่ะ”

“การ์ดเชิญ?” เย่หลินฮวนอึ้งเล็กน้อย และรับการ์ดเชิญสีขาวที่มีการออกแบบเรียบๆ มา เธอเปิดไปด้วยเดินไปทางโซฟาไปด้วย แค่เปิดมาแวบแรก ข้างหน้าก็มือที่เร็วฉับไวผ่านไปหยิบการ์ดเชิญใบนั้นไป

หลังจากนั้นก็มีเสียงที่อิจฉาและตกใจของลี่หยู๋ซินดังขึ้นในห้องรับแขก

“คุณผู้หญิงส้งเชิญเธอไปร่วมงานจัดเลี้ยงของรีสอร์ตน้ำพุร้อนที่เปิดใหม่ในแถวภูเขาทางใต้?”

ความสนใจของคนที่อยู่ในห้องรับแขกต่างก็ถูกเสียงอันแหลมคมนี้ดึงดูดขึ้นมา ลี่เจี้ยนปังได้ยินว่าคือคุณผู้หญิงส้งจึงเผยใบหน้าที่ยิ้มแย้มออกมา และวางหนังสือพิมพ์ลง

ไม่ว่าจะอาชีพไหนเธอก็มีเป็นเพื่อน ธุรกิจครั้งนี้ก็เป็นเพราะมีเธอ

เย่หลินฮวนพยักหน้า “iแล้วค่ะพ่อ”

“พ่อ พ่อไม่ใช่ว่าไม่รู้นิสัยเธอสักหน่อย เธอไม่ขายหน้าต่อหน้าคนอื่นก็บุญแค่ไหนแล้ว

เสียงไม่เบาและไม่ดังมากนัก คนในบ้านต่างก็ได้ยินกันพอดี ไม่ได้คำนึงถึงความอายของเย่หลินฮวนเลย

หลังจากพูดจบ เย่หลินฮวนก็ยิ้มแล้วตอบกลับอย่างไม่โมโห

“หากหยู๋ซินอยากไป สามารถไปกับฉันได้นะ”

ลี่หยู๋ซินอึ้งไปเลย แต่ก็ยังทำเป็นอวดดีอยู่

“ฉันจะไปทำอะไร? เขาไม่ได้ชวนฉันสักหน่อย”

หยู๋เชินคงจะไม่ไปงานแบบนี้กับฉันแน่นอน โอกาสที่ฉันจะไปงานแบบนี้มีน้อย ถ้าตื่นเต้นแล้วเกิดเรื่องแบบที่หยู๋ซินพูด

พอได้ยินประโยคนี้แล้ว สีหน้าของลี่หยู๋ซินดูเหมือนว่าได้ใจอย่างเห็นได้ชัดเจน แต่กลับฝืนพยักหน้า

“ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ฉันไปกับเธอก็ได้ เดี๋ยวเธอก็ไปขายหน้าตระกูลเราอีก”

ข้างๆ มีเสียงหัวเราะดังขึ้น

“นายหัวเราะอะไร?” ลี่หยู๋ซินจ้องไปทางลี่ยี่เจ๋อแวบหนึ่ง

ยังจะหาข้ออ้างอะไรมาเหยียบหยามคนอื่นแล้วให้คนอื่นพาเธอไปอีก

“นายพูดอะไร?” สีหน้าของลี่หยู๋ซินแย่ไปเลย

“พอแล้ว ทะเลาะอะไรกัน?” ในที่สุดหลีเม๋ลี่ก็มองไม่ลงอีกต่อไป เธอเรียกให้ลี่ยี่เจ๋อหยุดต่อหน้าทุกคน

“แกพูดอะไรกับพี่สาวแกเนี่ย? กระโดดโลดเต้นไม่ทำการทำงานไปทั้งวัน ตอนนี้พี่สาวแกจะไปงานเลี้ยงที่ไฟแกก็เข้ามายุ่ง

“ก็แค่มองพี่สาวคนนี้รังแกคนอื่นไปทั่วไม่ไหวแล้ว ในเมื่อหลินฮวนแต่งเข้ามาในตระกูลลี่แล้ว

พอได้ยินประโยคนี้แล้ว สีหน้าของเย่หลินฮวนแข็งไปเลย

นี่ลี่ยี่เจ๋อคิดว่าเรื่องยังมีไม่มากพอหรอ? นี่เธอช่วยตัวเองพูดคำพูดบ้าบออะไรกัน?

มาๆ หลายรอบมาก สีหน้าไม่น่าดูเลย “หลินฮวนก็เป็นชื่อที่แกเรียกได้หรอ?

ลี่ยี่เจ๋อยักไหล่ “ผมเรียกจนชินแล้ว”

พอได้ยินประโยคนี้แล้วจึงจะคิดอะไรออก

ลี่ยี่เจ๋อก็รู้ตัวเองดี หลังจากรับโทรศัพท์แล้วก็เดินออกไปไม่กลับมาอีก

ประโยคแรกก็เป็นคำเตือนที่อ้อมค้อมเลย

เย่หลินฮวนอึ้งไปเลย “นี่แม่หมายความว่าอะไรเนี่ย?”

“ความหมายก็คือให้เธอออกห่างจากยี่เจ๋อหน่อย”

น้ำเสียงที่พูดประโยคนี้เธอตั้งใจพูดด้วยเสียงที่ต่ำ มีเพียงพวกเขาสองแม่ลูกและเธอที่ได้ยิน

Bình Luận ()

0/255