Rebirth แต่งงานกับสามีกำพร้า

ตอนที่ 26 จะไปงานประมูลทำไม

ตอนที่ 26 จะไปงานประมูลทำไม

ก่อนจะออกจากบ้านในช่วงเย็น เย่หลินฮวนแต่งหน้าอยู่ในห้อง

ยากมากที่ลี่หยู๋เชินจะไม่ออกจากบ้าน นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างหน้าของหน้าต่าง เห็นเธอมองกระจกแล้วทาไปทามา จึงถามว่า

“จะไปงานประมูลทำไม?”

“อยู่ในบ้านน่าเบื่อไง”

เย่หลินฮวนตอบกลับไปประโยคหนึ่ง “ออกไปเดินๆ ดูก็ไม่ได้เป็นไรนิ”

“หรอ?” ลี่หยู๋เชินมองเขาข้างหลังของเธอ แล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า “ตอนเย็นฉันจะไปทำธุระที่ศาลากลางจังหวัด เธอจะไปด้วยไหม”

เย่หลินฮวนที่กำลังทารองพื้นอยู่ค่อยๆ หยุดลง

“ฉันตกลงกับคุณแม้เรียบร้อยแล้ว จะผิดนัดก็ไม่เหมาะสม อีกอย่างคุณแม่ให้ฉันไปช่วยดูว่าเครื่องดับภาพวาดพวกนั้นเป็นของจริงหรือของปลอม”

ลี่หยู๋เชินไม่ค่อยเห็นด้วย แต่กลับทำเป็นแล้วแต่ จากนั้นก็พูดว่า

“ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอไม่ชอบงานแบบนี้”

เย่หลินฮวนในเมื่อก่อนเป็นคนที่อ่อนน้อม ไม่มีความคิดเห็นอะไรมากมาย อาจจะเป็นเพราะว่าเธอถูกเลี้ยงดูให้อยู่บ้านตั้งแต่เด็กๆ จึงไม่ค่อยได้ออกนอกบ้าน ทุกครั้งที่ไปงานแบบนี้ราวกับว่านั่งอยู่บนพรมที่เต็มไปด้วยเข็มเลย แต่ว่ายิ่งกลัวว่าจะทำผิดก็ยิ่งจะทำผิด มักจะทำเรื่องขายหน้าออกมาตลอด หนึ่งครั้งสองครั้ง จากนั้นเธอก็ยิ่งไม่ค่อยชอบงานแบบนี้แล้ว

แต่ว่าเธอในตอนนี้ อยู่ในงานพูดได้อย่างฉูดฉาด เรื่องวัตถุโบราณแค่เปิดปากก็พูดออกมาได้แล้ว คนที่ไม่รู้จักเธอ ยังคิดว่าเธอเป็นคุณหนูบ้านไหนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีเลยทีเดียว

“ฉันก็พึ่งเข้าใจเมื่อสองปีมานี้เอง ในเมื่อแต่งงานกับนายแล้ว ต่อจากนี้ยังไงก็ต้องเจอกับงานพวกนี้”

เย่หลินฮวนควบคุมสติไว้ แล้วพูดออกมาว่า “ถ้าเทียบกับให้คนอื่นหัวเราะอยู่ข้างหลัง สู้ตัวเองออกมาดูข้างนอกบ้างยังดีกว่าอีก”

ลี่หยู๋เชินจ้องเธอไปสักพัก แววตากลับมาอยู่บนหนังสือต่อ แล้วพูดอ่อนว่า

“อยู่ในคุกมาสามปี เธอคิดอะไรได้เยอะเลยนะ”

เขาไม่ได้เกิดความสงสัย ก็แค่อยากลองถามดูก็เท่านั้น ถ้ามองตามเรื่องราวในช่วงนี้ที่ติดต่อกันแล้ว ไม่ยากถ้าจะสังเกตว่า เย่หลินฮวนมีความสนใจกับทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบริษัทกู้

ส่วนเรื่องที่เธอมีความแค้นกับลู่เจิ้งหลิน หัวใจของลี่หยู๋เชินมักจะเต้นอ่อนๆ เล็กน้อย

หรือว่าจะเป็นเพราะกู้ลิงเฉิง?

ในงานประมูล เย่หลินฮวนและหลีเม๋ลี่ใช้ชื่อของตระกูลลี่ จึงได้นั่งที่นั่งที่ดีมาก

ห้องนั่งสบายชั้นสอง ตรงกับเวทีประมูลพอดีเลย

กำลังเดินตรงมาจากข้างนอก แล้วมาพูดข้างหูของหลีเม๋ลี่เบาๆ

“คุณผู้หญิงส้ง อยู่ห้องข้างๆ เราค่ะ”

เย่หลินฮวนห่างกับเขาระยะใกล้ เหมือนว่าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเธอ ฉะนั้นเธอจึงได้ยินอย่างชัดเจน

หลีเม๋ลี่พยักหน้า แล้วหันไปมองผนังข้างๆ ราวกับว่าสามารถมองทะลุเห็นคนที่อยู่ห้องข้างๆ ได้เลย

“คุณผู้หญิงส้งที่มีที่มายังไงหรอคะ ถ้าคุณผู้ชายยกตระกูลลี่ออกมา ยังไม่สามารถทำให้เธอเชื่อใจได้อีกหรอคะ?”

“ที่มาใหญ่มาก คุณผู้หญิงส้ง นี้เป็นคนไม่สนใจใคร แล้วเป็นคนโดดเดี่ยว

“ผู้หญิงแบบนี้ คงจะเป็นโทษกับผู้คนไม่น้อยเลย?”

“เยอะแยะไป แต่เขามีความสามารถไง นี่ก็เป็นเพราะลี่เจี้ยนปังจะให้ฉันมาประจบเธอเลย”

“เรื่องอะไรกันเนี่ย

เย่หลินฮวนรู้เรื่องจากบทสนทนาของหลีเม๋ลี่และน้าฟังแล้ว วันนี้ที่เธอมาไม่ได้ตั้งใจจะประมูลของที่ลี่เจี้ยนปังบอกมา

“ทำเรื่องของคุณผู้ชายเสีย คุณผู้ชายจะพอใจหรอคะ?”

“รถก็ติดมากลี่เจี้ยนปังต้องอ่อนข้อให้คุณท่านบ้าง

หลีเม๋ลี่พึ่งนึกออกว่าเย่หลินฮวนยังอยู่ข้างๆ เธอขมวดคิ้ว

“หลังจากกลับไปแล้ว เธอรู้ใช่ไหมว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูด”

คงจะเป็นเพราะเธอคิดว่าเย่หลินฮวนไม่ได้เข้าใจในเรื่องธุรกิจพวกนี้ ฉะนั้นทั้งสองก็เลยไม่ได้สนใจเธอ หลังจากฟังคำเตือนแล้ว เย่หลินฮวนก็ยิ้มออกมา

“คุณแม่ ที่จริงแล้วหนูก็ฟังไม่รู้เรื่องว่าคุณแม่พูดอะไร”

“ก็ใช่อยู่ ที่เธอใจเข้าใจเรื่องเครื่องประดับภาพวาดอะไรพวกนี้ เป็นเพราะได้จากแม่ของเธอ

เย่หลินฮวนบีบมือของตัวเอง แต่กลับต้องยิ้มตอบกลับ

คนในบ้านลี่เหยียบเย่หลินฮวนไว้ใต้เท้า อยากจะยืนยืดอกยืนตรงจะเหลือหนทางอีกยาวไกล

เริ่มที่แนะนำของทั้งหมดในงานประมูล ส่วนมากมักจะเป็นของส่วนตัวของตระกูลกู้ ลู่เจิ้งหลินอธิบายว่าได้ทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้องแล้ว

แต่แค่กำลังลังเลอยู่ว่าจะเอาอะไรมาประมูล

พอเย่หลินฮวนเห็นของประมูลพวกนี้แล้ว นอกจากภาพวาดโบราณของคุณพ่อแล้ว ยังมีเครื่องประดับอีกสามชุดคือเครื่องประดับที่คุณแม่และตัวเองเคยใส่ เธอจ้องจนตากะพริบไปหมด

หลังจากงานประมูลเริ่มขึ้น เธอมองดูของพวกนั้นที่มีราคาต่ำกว่าตัวแล้วถูกผู้คนร้องชื่นชมกระหน่ำ ในใจมีความโมโหเล็กน้อย กัดฟันและพยายามตั้งสติขึ้นมา

“คุณแม่คะ ประมูลภาพวาดนี้เถอะค่ะ”

หลังจากพูดจบ หลีเม๋ลี่จ้องเธอไปหนึ่งที

“ประมูลภาพทำไม? เดี๋ยวผ่านไปสักพักประมูลพวกเครื่องประดับกลับไปยังสามารถใส่ได้ ภาพวาดมีประโยชน์อะไร”

แต่ว่าถ้าพลาดภาพวาดไป ก็ยากที่จะนำกลับมาแล้ว ภาพวาดนั้นเป็นภาพของซูซัมซิว

“ใช่หรอ?” หลีเม๋ลี่มีความสนใจขึ้นมาทันที “ซูซัมซิวก็คือคนที่พูดถึงในงานแต่งนิ……สามารถประมูลได้หรอ? ครั้งที่แล้วเธอบอกว่าเป็นของปลอมไม่ใช่หรอ?”

พูดถึงซูซัมซิวหลีเม๋ลี่ก็นึกถึงเรื่องงานแต่งในวันนั้นเลย เธอมีความกังวลเล็กน้อย

“แต่ว่าภาพวาดนั้นเป็นของปลอม ภาพนี้เป็นของจริง”

เย่หลินฮวนทำสีหน้าจริงจัง

ใครๆ

หลีเม๋ลี่ดีใจใหญ่ “ใช่ๆ นี่เป็นเรื่องชัดเจนอยู่แล้ว”

พอพูดจบ เธอมองไปทางน้าฟังหนึ่งที น้าฟังเห็นด้วย ยกป้ายขึ้นแล้วเข้าร่วมด้วย

สุดท้ายแล้วหลีเม๋ลี่ได้ภาพวาดของซูซัมซิวมาในราคาห้าล้านบาท

ในตอนที่ค้อนทุบลง เย่หลินฮวนมีความรู้สึกว่าในที่สุดก็กลับมา

คุณพ่อ ลูกอกตัญญู คงช่วยคุณพ่อเก็บรักษาภาพนี้ได้ภาพดีแล้วค่ะ

Bình Luận ()

0/255