ทัณฑ์สวาทจอมมาร

2.เพียงแรกเห็น

กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

บนถนนสายบันเทิงในยามค่ำคืนแบบนี้ ร้านค้าและหน้าโรงแรมใหญ่ๆ ที่ตั้งอยู่สองข้างทางของอาบัต สตรีท (Arbat Street) หรือถนนคนเดินของชาวรัสเซีย ถูกประดับประดาด้วยดวงไฟเล็กๆ หลากสีสันเพื่อดึงดูดนักชอปปิงและนักท่องราตรีเข้าไปใช้บริการ

เฉกเช่นเดียวกับไนต์คลับขนาดใหญ่ที่อยู่ภายในโรงแรมสุดหรูอย่างมอสโกรอยัล ก็ได้จัดโปรแกรมโชว์พิเศษทุกคืนวันเสาร์เพื่อดึงดูดนักท่องราตรีเข้ามาใช้บริการ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเสาร์ที่จะมีโชว์สุดอลังการจากประเทศบราซิล และที่พิเศษไปกว่านั้นคือ วันนี้เป็นวันเกิดของวิกกี้ มาติน บุตรสาวเจ้าของโรงแรมอีกด้วย

ภายในห้องวีไอพีของโรงแรม วิกกี้และแอนนา สาวสวยรูปร่างบอบบางด้วยกันทั้งคู่ กำลังช่วยกันผสมเครื่องดื่มเพื่อฉลองวันเกิด และสาวสวยอีกหนึ่งนางที่อยู่ในชุดราตรีสีแดงสด กำลังยืนฮัมเพลงจัดโน่นนี่นั่นอยู่ที่โต๊ะอาหาร

“งานนี้เริดเวอร์นะจ๊ะทุกคน เพราะนังแจ๊สซี่มีดีต้องโชว์อย่างฉัน เป็นคนลงมือจัดโต๊ะเอง” เสียงแหลมแบบมีจริตของสาวประเภทสองแต่สวยเวอร์จนผู้หญิงต้องอายดังขึ้น เรียกความสนใจให้วิกกี้และแอนนาหันไปมอง

“จ้า แม่ดีไซน์เนอร์คนเก่ง ถ้าฉันแต่งงานขอยืมตัวไปเป็นแม่งานได้ไหมยะหล่อน” แอนนาซึ่งมีดีกรีเป็นถึงคุณหมอสาวเอ่ยบอก ขณะถือเครื่องดื่มไปวางบนโต๊ะ

“ว้าย! ตายแล้ว! ยัยป้าแอนนา ถ้าแกหาผัวได้นะ ฉันจะยอมปิดร้านเสื้อไปช่วยงานแกเจ็ดวันเจ็ดคืนเลยเชียว” แจ๊สซี่รีบเดินซอยเท้าถี่ๆ ไปหาแอนนาด้วยท่าทีตื่นเต้น แอนนายกมือเท้าสะเอวมองเพื่อนรัก

“นี่แกคิดว่าฉันจะหาคนมาแต่งงานด้วยไม่ได้หรือไงนังแจ๊ส”

“อย่างแกนี่นะ ถ้าหาได้คงมีลูกเป็นโหลแล้วมั้งยะ แม่แกเลยต้องหาผัวให้ไง ได้ข่าวว่าถูกสั่งให้บินกลับมาดริดด่วน เพื่อไปให้ว่าที่สามีในอนาคตดูตัวไม่ใช่เหรอ” แจ๊สซี่ใช้หัวไหล่กระแทกบ่าแอนนาเบาๆ อย่างสัพยอก

“แกอย่าพูดเรื่องหมอนั่นให้ไมเกรนฉันขึ้นได้ไหม พูดเรื่องนี้ทีไรฉันสติแตกตลอด” คุณหมอสาวยกมือกุมขมับประกอบคำพูด วิกกี้กับแจ๊สซี่ถึงกับปล่อยคิกออกมาอย่างอดไม่ได้

“ทำไมเหรอแอนนา ผู้ชายคนนั้นขี้เหร่มากเลยเหรอ” วิกกี้หันมาถามยิ้มๆ

“ไม่รู้สิ ไม่เคยเห็นหน้า รู้แต่ว่าเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลอาร์คาดิโอ” แอนนาตอบเพื่อนเหมือนไม่สนใจเท่าไร แจ๊สซี่เห็นหน้าอมทุกข์ของเพื่อนก็เดินไปปลอบ

“ได้ข่าวว่าตระกูลนี้รวยจนน่าเกลียดไม่ใช่เหรอ แล้วแกจะนอยด์ทำไมแอนนา ถ้าเป็นฉันนะจะรีบปล้ำทำ 'ปั๋ว' เสียเลย เดี๋ยวพวกชะนีจะคาบไปกินซะก่อน”

“ถ้าแกอยากได้ แต่งแทนฉันไหมนังแจ๊ส”

“ว้าย! แกจะบ้าเหรอยัยหมอ ฉันไม่ยอมสละโสดง่ายๆ หรอกนะยะ จะอยู่ให้ผู้ชายน้ำลายหกแบบนี้แหละ”

แจ๊สซี่ตีแขนเรียวขาวของแอนนาเบาๆ ก่อนจะมองไปที่ประตู “ยัยนาเดียมันทำอะไรอยู่นะ ป่านนี้ยังไม่โผล่หน้ามาซะที”

“คงกำลังเดินทางน่ะแก ช่วงนี้บ้านนาเดียมันกำลังวุ่นๆ เรื่องหลานชายอยู่” วิกกี้บอกขณะเดินไปล้างมือในห้องน้ำ

“ลูกของมิคาเอลน่ะเหรอ” แอนนาถาม ขณะยกมือขยับแว่นสายตาให้เข้าที่

“จะว่าไปแล้วคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือนายนิคนั่นแหละ ใจร้ายพรากครอบครัวคนอื่น” แจ๊สซี่ต่อว่าพี่ชายฝาแฝดของเพื่อน

ส่วนคนที่ถูกพาดพิงกำลังเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถหน้าโรงแรม กังสดาล ชาโรน็อฟ ก้าวลงไปยืนบนพื้นและเดินตรงไปที่ประตูทางเข้า ชุดราตรีเกาะอกสีเหลืองทองยาวเหนือเข่า ขับผิวผ่องของร่างโปร่งระหงที่ได้เชื้อตะวันตกจากบิดา แถมใบหน้าสวยซึ้งอย่างคนเอเชียที่ได้จากมารดา ส่งให้เธอสวยน่ามอง โดยเฉพาะนัยน์ตาดำขลับหวานวาวระยับสุกใสราวแสงดาวบนฟ้า บวกกับรอยยิ้มหวานที่ประดับอยู่บนใบหน้า ทำให้เธอมีเสน่ห์น่าค้นหาจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหันไปมอง

วันนี้เธอผู้เป็นดั่งนางฟ้าของชาโรน็อฟ บินเดี่ยวโดยไม่มีบอดี้การ์ดมาดูแล เพราะอยากมีเวลาอยู่กับเพื่อนๆ ตามลำพัง ขณะที่กังสดาลกำลังเดินไปที่ลิฟต์ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น มือเรียวสวยหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าสะพายและกดรับทันที

“จ้ะนิค” กังสดาลเอ่ยทักทายพี่ชายฝาแฝดเสียงอ่อนหวาน

“อยู่ที่ไหนนาเดีย ทำไมไม่เอาการ์ดไปด้วย” เสียงเข้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใยจากปลายสายทำให้กังสดาลไม่ถือสา แถมตอบกลับไปเสียงอ่อนหวาน

“เรามางานวันเกิดวิกกี้แค่นี้เอง ทำไมต้องเอาการ์ดมาด้วย เดี๋ยวเราก็กลับแล้ว ว่าแต่อีวานหลับหรือยัง” กังสดาลได้ยินเสียงถอนหายใจของคนปลายสายก็แปลกใจ

“กว่าจะหลับได้ร้องไห้จนตาบวมเลยล่ะ” นิโคลัสบอกอย่างอ่อนใจ กังสดาลรู้ว่าพี่ชายฝาแฝดต้องการจะไถ่โทษเรื่องน้องชาย จึงหักดิบลักพาตัวหลานชายมาจากเมืองไทย จนพุดแก้วน้าสาวของหลานชายตามมาเอาเรื่อง ยังไงเรื่องนี้เธอและพี่ชายรวมไปถึงพุดแก้วต้องหาทางออกร่วมกัน

“ใจเย็นๆ นะนิค เด็กยังไม่คุ้นกับเรา เดี๋ยวเราจะรีบกลับไปช่วยรับมือกับอีวานนะ”

“ขอบใจ บินเดี่ยวหนีเที่ยวระวังตัวด้วยล่ะ” นิโคลัสเตือนอีกครั้งด้วยความเป็นห่วง

“จ้าคุณพ่อคนที่สอง แค่นี่ก่อนนะจ๊ะ” กังสดาลบอกยิ้มๆ ก่อนจะตัดสายไป ดวงตาคู่งามลดสายตามองกระเป๋าและหย่อนโทรศัพท์ลง จึงไม่เห็นว่าร่างสูงสง่าสวมสูทสีน้ำเงินเข้มเดินมา ไหล่บางจึงกระทบไหล่คนที่เดินสวนมาโดยไม่ตั้งใจ

“ซอร์รี่…” หญิงสาวกล่าวขอโทษเป็นภาษาอังกฤษนุ่มหู ตามด้วยรอยยิ้มหวานที่กระชากใจคนข้างๆ ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ดวงตาสีอำพันมองดวงหน้าเรียวสวยนิ่งนาน กลิ่นหอมเย้ายวนใจจากปลายผมที่พลิ้วผ่านไหล่หนา ทำให้เขาต้องสูดเข้าไปเก็บไว้ในปอดจนปลายประสาทบางส่วนตื่นตัว กลิ่นเนื้อนางของสาวคนไหนก็ไม่ทำให้เขาอยากสัมผัสมากเท่าสาวสวยตรงหน้านี่เลย

อา… แม่สาวปริศนากำลังจ้องเขาตาเป็นมัน…

“คุณกำลังเสียมารยาทกับฉัน คุณสุภาพบุรุษ” เสียงหวานที่ดูจะดุขึ้น ดึงสติของอัลฟาโล่ อาร์คาดิโอกลับมา กังสดาลมองร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ท่ามกลางบอดี้การ์ดมากมาย จนเธอรับรู้รัศมีน่ากลัวและน่าเกรงขามของคนตรงหน้าได้เป็นอย่างดี

“ต้องขอโทษที่ผมสะกดคำนั้นไม่เป็น” อัลฟาโล่สอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ตาคมยังคงมองใบหน้าเรียวสวยไม่วางตา

“ฉันก็ว่าอย่างงั้น เพราะสุภาพบุรุษดีๆ ที่ไหนจะจ้องผู้หญิงตาเป็นมันแบบนี้ ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน” หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี จนอีกฝ่ายรู้สึกอยากเอาชนะ

“มีคนบอกผมว่าถ้าได้เจอสาวสวยเข้ามาทัก แสดงว่าเป็นลิขิตกามเทพ เราน่าจะทำความรู้จักกันอีกสักหน่อยนะ”

“บังเอิญฉันไม่อยากรู้จักผู้ชายไร้มรรยาทซะด้วยสิ กรุณาหลีกทางด้วยค่ะเพราะฉันรีบ” อารมณ์ของกังสดาลเริ่มกรุ่นๆ ขึ้นมาบ้าง

“นัดเพื่อนหรือนัดใคร”

“ฉันนัดใครมันก็เรื่องของฉัน หลีกทาง…” พูดโดยเน้นเสียงหนักแต่กำแพงยักษ์ก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ทำเอาอารมณ์กรุ่นของกังสดาลพุ่งแรงกว่าเดิม

เพราะคุณจะไม่มีโอกาสมองเห็นอีกต่อไป” เธอขู่

ถ้าไม่รังเกียจไปนั่งดื่มด้วยกันหน่อยดีไหมคนสวย”

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่อยากรู้จักคุณ”

พลางหยิบปืนพกขนาดเล็กที่พกติดตัวออกมาจ่อที่หน้าท้องแกร่งอย่างรวดเร็ว อัลฟาโล่ก้มมองวัตถุสีเงินด้วยใบหน้าเรียบเฉย

เยี่ยม! พิษสงรอบตัวแบบนี้สเปกเลยล่ะ…

อัลฟาโล่บอกตัวเองอย่างครึ้มใจ แต่กังสดาลไม่คิดแบบนั้น เธอเกลียดผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่นเข้าไส้

“หลีกทาง ถ้าไม่อยากท้องพรุน” เธอบอกเสียงลอดไรฟัน

ครูซเห็นปลายปืนจ่ออยู่ที่ท้องเจ้านายก็เตรียมจะหยิบปืนออกมา แต่อัลฟาโล่ตวัดสายตาไปห้ามไว้ทัน

แต่คราวหน้าถ้าเจอกันอีก

เธอยิ้มยั่วและค่อยๆ เดินจากไปอย่างสง่าดุจนางพญา

รู้สึกแปลกใจที่คนเป็นนายไม่เดือดพล่านเหมือนทุกครั้งยามถูกศัตรูข่มขู่ หรือผู้หญิงคนนั้นจะสวยถูกใจจนทำไม่ลง

“จะให้สืบประวัติเธอไหมครับบอส” ครูซถามอย่างรู้ใจ อัลฟาโล่กระตุกยิ้ม สูดกลิ่นเนื้อนางที่ยังหอมกรุ่นอยู่บนไหล่เข้าไปในปอด

“เร็วที่สุด ฉันไม่อยากรอนาน” เสียงทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับแววตาคมที่ฉายชัดถึงความมาดมั่นตั้งใจ

“เธอไม่ธรรมดา” ครูซบอกขณะเดินตามเจ้านายหนุ่มเข้าไปข้างใน

หัวใจแกร่งสดชื่นและสูบฉีดแรงกว่าทุกวัน หรือเป็นเพราะสาวลึกลับคนนั้นก็ไม่อาจทราบได้

ร่างสูงหยุดยืนข้างประตูเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสลัว ก่อนจะมองหาคนที่เชิญมาผ่อนคลาย ไม่นานชายร่างยักษ์ก็เดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มอย่างนอบน้อม

“คุณอีวาน็อฟรออยู่ชั้นบนครับ เชิญครับ” ชายร่างยักษ์ผายมือเชิญและเดินนำชายหนุ่มขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง คนที่นั่งรออยู่ลุกขึ้นเพื่อให้เกียรติคนมาใหม่

ขอบคุณมากๆ ที่รับคำเชิญ” อีวาน็อฟ เจ้าของบริษัทอีเกอร์ยนตกรรม ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียเอ่ยทักทาย

“ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณลุง ที่ให้โอกาสผมเข้าไปบริหารอีเกอร์ยนตกรรม” อัลฟาโล่เอ่ยกับเพื่อนบิดาอย่างนอบน้อม อีวาน็อฟมองสบตาสีอำพันที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจอย่างชื่นชม

ทำต่อคงไม่ไหว เลยต้องติดต่อขายบริษัทให้พ่อของหลาน”

“เอกสารซื้อขาย หลานจะเอากลับไปอ่านก่อนก็ได้ วันมะรืนค่อยไปคุยกันที่บริษัท”

อัลฟาโล่ส่งซองเอกสารให้ครูซ

“เพื่ออนาคตของอีเกอร์กรุ๊ป ผมจะทำให้ดีที่สุดครับ” พูดจบอัลฟาโล่ก็แตะขอบแก้วกับแก้วของอีวาน็อฟ จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันถึงเรื่องงานบริหารในอีเกอร์ยนตกรรมเพื่อเป็นข้อมูลในการทำงาน

วิกกี้ แอนนา และแจ๊สซี่ อ้าปากค้าง

กังสดาลวางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะแล้วคว้าแก้วที่สองขึ้นไปดื่มจนหมด ก่อนจะกระแทกแก้วกับโต๊ะเพื่อระบายความโกรธกรุ่นที่อัดแน่นอยู่ข้างใน พอจะคว้าแก้วที่สามขึ้นดื่มอีก แจ๊สซี่ก็รีบเข้าไปห้ามทันที

เดี๋ยวก็เมากันพอดี” แจ๊สซี่คว้าแก้วออกห่างจากกังสดาล

“นาเดีย ใครทำอะไรให้แกโกรธขนาดนี้เนี่ย” วิกกี้ประคองแก้มนวลของเพื่อนรัก และจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งาม

“หลับตานาเดีย หลับตาซะแล้วสูดลมหายใจเข้ายาวๆ” แอนนาบอกเสียงหวาน

กังสดาลทำตามและสูดหายใจเข้ายาวเหยียด ก่อนจะปล่อยออกมาช้าๆ

“ดีมากคุณหนูนาเดีย รู้สึกดีขึ้นไหม”

“ดีขึ้นมากเลยเพื่อน ขอบใจนะ” กังสดาลยิ้มให้เพื่อนๆ แจ๊สซี่บังคับกังสดาลให้นั่งลงบนเก้าอี้

“บอกมาว่าใครทำให้แกโกรธขนาดนี้ยะ” แจ๊สซี่จีบปากจีบคอถาม กังสดาลกำมือแน่นเมื่อใบหน้าคมเข้มลอยเข้ามาในหัว

“ผู้ชายเฮงซวยที่ไหนไม่รู้มาทำชีกอกับฉัน ฉันก็เลยเอาปืนจี้พุงมันวิ่งหางจุกตูดไปเลย” กังสดาลพูดติดตลก

สามสาวถึงกับยกมือทาบอกด้วยความตกใจ แต่เพื่อนๆ ก็ไม่หัวเราะเพราะความเป็นห่วง

“เฮ้ แกสามคนทำไมทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่เป็นไร ยังสวยเด้งเช้งวับอยู่เหมือนเดิม”

“ผู้ชายที่ไหนไม่รู้จักคุณหนูนาเดียกัน” วิกกี้ถามด้วยแววตาครุ่นคิด เพราะคนในมอสโกไม่มีใครไม่รู้ว่าเพื่อนเธอคนนี้เป็นใคร

อย่าไปสนใจเลย ฉันกับหมอนั่นคงไม่เดินมาเหยียบเล็บขบกันอีกแน่” กังสดาลบอกอย่างไม่สนใจ แต่หากเธอรู้อนาคตอันใกล้ว่าจะได้เข้าไปพัวพันกับผู้ชายตาถั่วอย่างอัลฟาโล่

“งั้นเรามาเป่าเค้กกันเลย” แอนนาเดินถือเค้กไปวางบนโต๊ะ แจ๊สซี่คนสวยจุดเทียน กังสดาลโอบบ่าวิกกี้และร้องนำเพลงสุขสันต์วันเกิด

แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์

ทั้งสี่สาวกอดคอกันโยกตัวไปมา แววตาเต็มไปด้วยความสุข ความผูกพันระหว่างเพื่อนกระจายอยู่รอบกาย

เป่าเลย” ทั้งสามเชียร์

“เฮๆๆๆ” สี่สาวปรบมือและหอมแก้มเจ้าภาพคนละฟอด

นะวิกกี้ ฉันรักแกและทุกคนที่สุด” กังสดาลบอกพลางสวมกอดวิกกี้

“ฉันก็ขอให้แกมีความสุข สมหวังในทุกอย่างนะวิกกี้” แอนนาอวยพรพลางซบหน้ากับแผ่นหลังของกังสดาล

“ส่วนฉันขอให้แกมีผู้ชายมาหมายตาเร็วๆ แก๊งเราจะได้ลงจากคานบ้าง” แจ๊สซี่จีบปากจีบคอบอก เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนได้ไม่น้อย

“ก็แอนนาไง กำลังจะมีหนุ่มมาดูตัว” วิกกี้บอกยิ้มๆ แอนนาได้ยินก็รีบยกมือห้ามทันที

“หยุดเลยวิกกี้ อย่าทำให้ไมเกรนฉันขึ้นอีกเชียว”

“นี่ฉันตกข่าวอะไรไปหรือเปล่าแอนนา” กังสดาลมองหน้าเพื่อนคนนั้นทีคนนี้ที

วิกกี้จับมือแอนนาแกว่งไปมาก่อนจะเอ่ยตอบ “ก็คุณหมอแอนนาของเรา กำลังจะมีหนุ่มฮอตทายาทตระกูลดังมาดูตัวน่ะสินาเดีย”

เพื่อนเราขายออกแล้วแจ๊สซี่”

ขณะที่สามสาวกับหนึ่งชายแต่หัวใจเป็นหญิงกำลังพูดจาหยอกล้อกันอยู่นั้น นายซานโต้พ่อของวิกกี้ก็เดินเข้ามาอวยพรวันเกิดให้ลูกสาวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ไงลูก เป่าเค้กกันหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วค่ะพ่อ” วิกกี้เดินไปเกาะแขนบิดาอย่างเอาใจ

“พ่อขอโทษนะที่มาช้า พอดีคณะโชว์จากบราซิลมาไม่ทันโชว์คืนนี้ แขกรอนานเลยโวยวาย พ่อเลยต้องเคลียร์ให้เสร็จ”

กะทันหันแบบนี้เราหาโชว์ไม่ทันแน่ๆ” วิกกี้จับมือบิดาอย่างไม่สบายใจ นายซานโต้ถอนหายใจยาวๆ

“เดี๋ยวพ่อจะไปขอโทษแขกแล้วก็ลดราคาให้ทุกโต๊ะ น่าจะทำให้พวกเขาพอใจ”

“ทำแบบนั้นเราก็ขาดทุนสิคะคุณพ่อ” กังสดาลบอกพลางคิดหาทางช่วย

“ยังไงก็ต้องยอมแล้วล่ะนาเดีย เพราะกะทันหันแบบนี้พ่อไม่รู้จะไปหาโชว์ที่ไหนมาให้แขกดู”

“ถ้าหาไม่ได้เราก็โชว์เองเลยสิคะคุณพ่อ” แจ๊สซี่ออกความเห็น ทำเอาทุกสายตามองไปที่ร่างบอบบางของนางอย่างตกใจ

แอนนาถามพลางขยับแว่นสายตา แจ๊สซี่เดินนวยนาดไปรอบเพื่อนๆ ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ สามสาวสวยออกอาการร้อนๆ

แก แก แก แล้วก็ฉัน ต้องช่วยคุณพ่อน่ะสิ” แจ๊สซี่ชี้ไปที่เพื่อนแต่ละคน และมาจบที่ตัวเอง สามสาวถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเป็นงานที่ไม่ถนัด

กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอกับความคิดแผลงๆ

“ฉันไม่เอาด้วยนะ” แอนนาออกตัว

พ่อไปบอกแขกจะดีกว่า

“ไม่ต้องค่ะคุณพ่อ คุณพ่อไปบอกแขกเลยนะคะ ว่าจะมีโชว์พิเศษสุดอลังการยิ่งกว่าคณะโชว์จากบราซิลมาแสดงให้ดู”

“จะดีเหรอแจ๊ส” วิกกี้ถามพลางมองหน้ากังสดาลและแอนนา

Bình Luận ()

0/255