ทัณฑ์สวาทจอมมาร

6.ต้องตาและอยากครอง

…แอนนา อิวาเยฟ…

นามสกุลต่อท้ายชื่อทำเอาอัลวาเรซถึงกับพูดไม่ออก เพราะเป็นนามสกุลของครอบครัวว่าที่เจ้าสาวของตัวเอง

“หมอรู้จักผมด้วยเหรอครับ”

“ใครไม่รู้จักเจ้าพ่อวงการกีฬาแดนกระทิงดุก็แย่เต็มทีแล้วล่ะค่ะ” แอนนาขยับจะเข้าไปตรวจอาการคนไข้ แต่ร่างสูงเพรียวของอัลวาเรซยืนขวางไว้

“ญาติคนไข้หลีกทางนิดหนึ่งนะคะ หมอขอตรวจอาการคนไข้สักครู่” แอนนาขออย่างสุภาพ อัลวาเรซไม่ยอมทำตาม

“แน่ใจนะว่าคุณเป็นหมอจริงๆ” อัลวาเรซถามและไม่ยอมหลีกทาง คุณหมอสาวเงยหน้าขึ้นไปมอง อัลฟาโล่เห็นน้องชายเอาแต่จ้องหน้าคุณหมอก็แปลกใจ

“ทำไมคะ ราศีคุณหมอของฉันไม่มีเลยหรือไง” เธอก้มมองตัวเองก่อนจะยิ้มให้คนช่างสงสัย อัลวาเรซไหวไหล่ มองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

“หน้าเด็กไปหน่อย เดี๋ยวอาการพี่ชายผมทรุดกว่าเดิม ผมขอเปลี่ยนหมอเดี๋ยวนี้เลย”

“ไม่เอาน่าเรซ หมอคนไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ รีบตรวจเลยหมอ ผมไม่ชอบโรงพยาบาลสักเท่าไร” อัลฟาโล่บอกน้องชาย แต่ดูเหมือนอัลวาเรซจะไม่ยอมง่ายๆ

“คุณเกี่ยวข้องกับครอบครัวอิวาเยฟยังไง” คำถามของน้องชายทำเอาอัลฟาโล่ขมวดคิ้ว…หมอนี่ไปรู้จักครอบครัวนี้ได้ยังไง…

“คุณทำงานอยู่หน่วยงานไหนคะ”

อัลวาเรซถึงกับสะอึกเมื่อเจอคำถามกวนประสาทของคุณหมอสาว อัลฟาโล่เห็นแววตาคมรีของน้องชายแข็งกระด้างขึ้นก็รีบแนะนำให้หญิงสาวรู้จัก

“อัลวาเรซเป็นน้องชายผมเองหมอ”

“เหรอคะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เข้าใจผิด บังเอิญว่าฉันไม่เห็นคุณเป็นข่าวเหมือนคุณอัลฟาโล่”

ตรวจดีกว่า ผมจะได้ออกจากโรงพยาบาลซะที”

“คุณเป็นอะไรกับป้าเจนนี่ อิวาเยฟ” อัลวาเรซไม่ยอมรามือและคาดคั้นจะเอาคำตอบ

“เป็นลูกสาวค่ะ”

โอ้พระเจ้า! ใครจะคิดว่าผู้หญิงที่พ่อหาให้จะสวยน่ารักไปทั้งตัวแบบนี้

“นายถามทำไมวะเรซ” อัลฟาโล่ถามให้คลายสงสัย

อัลวาเรซบอกอย่างไม่เดือดร้อน

“ขอโทษนะคะคุณคงเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า”

วันเสาร์ที่จะถึงนี้ พ่อผมกับแม่คุณนัดทานข้าวด้วยกัน คุณกับผมก็ต้องไปด้วย” อัลวาเรซบอกพลางทิ้งแขนลงข้างตัว

อีกอย่างฉันเข้าเวร คงไม่มีเวลาไปสเปน กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ ฉันมีคนไข้หลายรายรออยู่”

“แผลไม่อักเสบ และไม่มีไข้ค่ะ”

“ผมออกโรงพยาบาลได้เลยใช่ไหม” อัลฟาโล่ถามเสร็จก็ลุกจากเตียงไปยืนที่พื้น แอนนาเห็นคนไข้ไม่มีอะไรน่าห่วงก็ยอมให้กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้

“ได้ค่ะ แต่ต้องระวังอย่าให้แผลโดนน้ำนะคะ”

อัลฟาโล่เดินไปหลังม่านเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่ปรายหางตาเห็นการ์ดหน้าห้องเปิดประตูเข้ามาหาครูซ

ครูซเดินตามเพื่อเช็คคนที่มาเยี่ยม อัลฟาโล่ยืนรอแขกที่ต้องการเยี่ยมด้วยใบหน้าเรียบเฉย

เสียงเข้มทรงอำนาจถาม การ์ดจึงคุมตัวชายคนหนึ่งที่ใบหน้าแตกยับเยินเข้ามาในห้อง

“มีคนส่งพวงหรีดมาเยี่ยมฉันสินะ”

“ครับบอส” ครูซก้มศีรษะเล็กน้อย อัลวาเรซเดินไปจับปลายคางพนักงานส่งดอกไม้ด้วยแววตาแข็งกร้าว

“ใครให้แกเอาพวงหรีดมาให้พี่ชายฉันวะ” อัลวาเรซถามเสียงลอดไรฟัน แววตาคมรีดุดันน่ากลัว มือใหญ่เพิ่มแรงบีบที่ปลายคางจนพนักงานจนส่งดอกไม้ร้องลั่น

ครับ ร้านให้ผมมาส่งตามออร์เดอร์ลูกค้า ผมก็มา ผมไม่รู้จริงๆ ครับ” พนักงานส่งดอกไม้บอกอย่างลนลาน

“คนที่ส่งมาคงอยากต่ออายุให้ฉัน เอาเป็นว่าฉันจะรับเอาไว้ก็แล้วกัน” อัลฟาโล่ยื่นมือออกไปรับพวงหรีดจากการ์ด ดวงตาคมกริบมองหานามบัตรหรือการ์ดอวยพรแต่ก็ไม่เห็น

กล้าทำแต่ไม่กล้าแสดงตัว” อัลฟาโล่กระตุกยิ้มแต่แล้วก็ต้องใจหายวาบ เมื่อเห็นดวงไฟสีแดงเท่าหัวไม้ขีดติดอยู่กลางช่อดอกไม้สด

“หมอบลง” อัลฟาโล่บอกเสร็จก็วิ่งไปที่ระเบียงและขว้างพวงหรีดลอยขึ้นไปบนอากาศแล้วก้มหลบ อัลวาเรซโผเข้ากอดแอนนาและบังคับให้หมอบลงพื้นโดยใช่ร่างทับเธอไว้

ปัง… ปัง ดวงไฟสีแดงกลายเป็นประทัดที่จุดชนวนด้วยไอร้อนของคนรับดังขึ้นกลางอากาศ พวงหรีดแตกกระจายตกลงไปเบื้องล่าง อัลฟาโล่กัดกรามแน่นอย่างโกรธแค้น… ใครที่กล้าทำแบบนี้

“บอส…” ครูซรีบหันไปหาเจ้านายอย่างเป็นห่วง

ฉันจะอัดมันด้วยระเบิด” อัลฟาโล่บอกด้วยแววตาดุดัน ครูซและการ์ดก้มศีรษะรับคำสั่งแล้วเดินออกจากห้อง

Bình Luận ()

0/255