ทัณฑ์สวาทจอมมาร

8.พยาบาลจำเป็น

“ปล่อยนะ!!!”

“ผมจะปล่อยก็ต่อเมื่อคุณไปป้อนข้าวป้อนน้ำ แล้วก็เช็ดตัวให้ผมเสร็จเท่านั้น” เขาบอกเสียงต่ำ แววตาคมโลมเลียดวงหน้าแดงก่ำอย่างพอใจ

“ฉันไม่ทำ” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง อัลฟาโล่แสยะยิ้ม และเป็นยิ้มที่เธอเห็นแล้วหนาวไปถึงขั้วหัวใจ

“ไม่ทำก็โดนปล้ำทำเมียเดี๋ยวนี้ เลือกเอาจะไถ่โทษด้วยการดูแลจนกว่าผมจะหาย หรือจะถูกปล้ำเสียพรหมจรรย์” กังสดาลมองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนก สมองเริ่มคิดหาทางออกให้กับตัวเองแต่มองไปทางไหนก็มืดตันไปหมด

“ไอ้กระทิงบ้า ลองมาปล้ำสิ ฉันจะหั่นไอ้นั่นของคุณโยนทิ้งให้กระทิงตัวเมียกิน” หญิงสาวบริภาษแรงๆ แก้มก็แดงก่ำอย่างอายๆ

“ขาดมันสาวๆ ร้องไห้เลยนะนั่น” เขายั่วก่อนจะจูบริมฝีปากแดงช้ำแรงๆ แล้วถอยห่าง “ปากคุณนี่จูบเมื่อไรก็หวานตลอด แบบนี้ขอจูบทุกวันได้ไหม”

“บ้าๆ ๆ มันจะมากไปแล้วนะ ถ้ารู้ว่าคุณจะเลวขนาดนี้ฉันยิงตัดขั้วหัวใจเน่าๆ ของคุณไปแล้ว” กังสดาลเบือนหน้าออกจากอุ้งมือหนา แต่เขาก็จับหันกลับมาจนได้ หญิงสาวมองหาการ์ดที่จะมาอารักขากลับบ้านหลังเลิกงาน แต่เธอลืมไปว่าวันนี้กลับก่อนเวลาเกือบชั่วโมง ทำให้ถูกคนแปลกหน้ารังแก

“คิดได้ก็สายไปแล้วคนสวย เพราะโอกาสคุณหมดไปแล้ว จากนี้คือเวลาที่ผมจะเอาคืน ทั้งรอยปืนและพวงหรีดประทัดนั่น”

“ฉันเป็นคนสั่งให้ทำเอง ถ้าจะหาคนผิดก็มาหาที่ฉัน อย่าไประรานคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง” เธอบอกเสียงห้วน อัลฟาโล่หรี่ตามองก่อนจะคลายมือออกจากปลายคาง

“คุณน่ะรับเต็มๆ อยู่แล้ว แต่ไอ้คนที่มันโทร.ไปขู่ผมเมื่อเช้า คงต้องโดนสั่งสอนสักหน่อย เอาพอหยอดน้ำข้าวต้มสักอาทิตย์ก็พอ”

“อย่าคิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียวคุณอัลฟาโล่ เพราะคนที่คุณกำลังต่อกรด้วยไม่ใช่หมูที่จะให้คุณทำร้ายได้ง่ายๆ”

“แสดงว่ามันเก่งและดีกว่าผมงั้นสิ” อัลฟาโล่รู้สึกหงุดหงิดที่เธอชื่นชมผู้ชายคนอื่นต่อหน้าตัวเอง

“ใช่ อย่างคุณเทียบเขาไม่ได้เลยล่ะ” เธอลอยหน้าลอยตาบอก อัลฟาโล่เดือดดาล กัดกรามจนนูนเป็นสัน มือหนากระชากร่างงามเข้ามาหาอีกครั้ง

“แต่เรื่องบนเตียงรับรองมันไม่ติดฝุ่นผมแน่ ถ้าคุณได้ลองสักครั้งจะลืมมันไปเลยคนสวย”

กังสดาลร้องกรี๊ดลั่นรถ มือข้างที่เป็นอิสระกำเข้าหากันแน่น ชกเข้าที่เบ้าตาซ้ายของเขาเต็มแรง อัลฟาโล่เบี่ยงตัวหลบทัน เธอถลำตัวเข้าไปหา ชายหนุ่มก้มลงไปซุกไซ้ลำคอระหงและแก้มแดงระเรื่อแรงๆ แถมขบเม้มลำคอขาวจนเป็นรอยแดง ร่างงามสะดุ้งดิ้นรนสุดแรงเกิด

“กรี๊ด!!! ไอ้กระทิงตกมัน เที่ยวขวิดชาวบ้านเขาไปทั่ว คอยดูนะ ฉันจะเป็นมาทาดอร์หญิงปราบนายให้ตายไปเลย” หญิงสาวต่อว่าเขาพร้อมกับผลักไสร่างกำยำออกห่าง ความอัดอั้นในอกถูกกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม อัลฟาโล่รับรู้ความเปียกชื้นบนแก้มนุ่มก็ดึงอารมณ์กลับมา

“มาทาดอร์หญิงร้องเสียแล้ว แบบนี้จะปราบกระทิงตกมันอย่างผมได้ยังไง” เสียงแข็งกระด้างเมื่อสักครู่พลันอ่อนลง แววตาคมวูบไหวอ่อนโยนโดยที่เจ้าของไม่รู้ตัว มือบางปาดน้ำตาออกจากแก้มเหมือนเด็ก มาเฟียหนุ่มคลี่ยิ้มอย่างเอ็นดู

อาร์คาดิโอร้ายกาจแค่ไหน ปล่อย!”

“จุ๊…จุ๊…ลืมอะไรไปหรือเปล่ามายเดียร์” สรรพนามที่เขาเรียกขานทำให้ดวงตาคมโตเขียวปัด

“ฉันชื่อนาเดีย กรุณาเรียกให้ถูกด้วย” เธอสะบัดเสียงอย่างไม่พอใจ อัลฟาโล่มองหน้านวลนัยน์ตาเป็นประกายแพรวพราว

“ชื่อนั้นให้คนอื่นเรียก แต่สำหรับผม ‘มายเดียร์’ น่ะถูกแล้ว”

“ไอ้…”

ร่างสูงโน้มไปใกล้

“ไปเถอะผมหิว อยากอาบน้ำด้วย” เขาโน้มตัวไปดึงเข็มขัดมารัดให้ ร่างงามเบียดตัวกับพนักพิงแต่กระนั้นก็ไม่พ้นถูกเขาขโมยจูบแก้มไปจนได้

อัลฟาโล่บอกขณะดึงเข็มขัดมารัด “ได้เวลารับผิดชอบสิ่งที่ทำแล้วมายเดียร์ อย่าโยกโย้เดี๋ยวจะเสียตัวก่อนผมหาย” เขาบอกอย่างไม่เดือดร้อน ในขณะที่เธอเดือดดาลอยากจะควักปืนออกมายิงเขาให้ตายนัก

“ปืนเล็กเท่าขี้ตาช้าง จ้างก็ฆ่าผมไม่ตาย แต่ถ้าจะฆ่ากันให้ตายมีแค่วิธีเดียว…” เขาหยุดพูดเพื่อให้เธอได้ลุ้นกับวิธีเอาคืน

ขอแค่คุณหายไปจากชีวิตฉันก็พอ” เธอเน้นชัดทุกคำพูด

“ไม่ยาก! แค่คุณยอมขึ้นเตียงกับผมแค่คืนเดียว ผมจะหายไปจากชีวิตคุณทันที”

แต่สุดท้ายคนที่ต้องหลบก็เป็นเธอ เพราะไม่อาจสู้สายตาที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาของเขาได้ หญิงสาวหันไปสตาร์ทรถและขับออกไปอย่างจำใจ ในใจภาวนาให้การ์ดหรือคนของชาโรน็อฟเห็นเธอและรีบตามไปช่วย

“จะให้ฉันไปส่งที่ไหนก็บอกมาสิ”

ใบหน้าคมเคร่งขรึม

ถ้าไม่ติดว่าเธอขับรถอยู่จะหอมแก้มอีกสักฟอดให้หายร้อนรุ่ม

“ใครว่าเล่นมายเดียร์ ผมเอาจริงทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องคุณ” เขากอดอกมองไปที่เธอ กังสดาลเห็นแววตาวับวาวของเขาก็ขึงตาใส่แล้วหันกลับไปมองถนน

“นี่คุณอัลฟาโล่ พูดให้มันห่างจากตัวฉันหน่อยไม่ได้หรือไง”

เพราะคุณต้องดูแลผมอีกหลายวัน บางทีอาจเป็นเดือนกว่าแผลจะหาย

จะให้มาดูแลคุณเหมือนเด็กสามขวบได้ยังไง แผลแค่นี้วันเดียวก็พอแล้ว” เธอบอกอย่างไม่สบอารมณ์ อัลฟาโล่ก็ไม่โต้ตอบใดๆ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าโรงแรมของเพื่อนรัก รถบอดี้การ์ดของเขาเข้าไปจอดใกล้ๆ กังสดาลมองเขาตาเขียวเมื่อเปิดประตูลงมาเห็นการ์ดของเขาเจ็ดคนยืนรออยู่

พอดีกับที่อังเดรเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับการ์ดอีกสี่คน

“ไม่คิดว่าจะเจอนางฟ้าชาโรน็อฟที่นี่”

“ฉันมาส่งคนรู้จักค่ะ กรุณาหลีกทางด้วย” เธอบอกเสียงสุภาพและบิดข้อมือออกจากมือหนา อังเดรหันไปแสยะยิ้มให้กับคู่แข่งที่หยิบชิ้นปลามันซื้ออีเกอร์ยนตกรรมตัดหน้าไป

“สวัสดีคุณอัลฟาโล่ ผมขอแสดงความยินดีกับประธานอีเกอร์คนใหม่ด้วยครับ” อังเดรบอกพลางสบตาคมกริบอย่างไม่เกรงกลัว

“ขอบคุณ คุณคงจะเป็นอังเดร เซียร์คอฟ”

“ใช่ครับ ถ้ามีโอกาสเราคงได้คุยกันเรื่องทิศทางตลาดรถยนต์ในมอสโก” อังเดรบอกพลางมองเลยไปยังบอดี้การ์ดที่ยืนอารักขาอยู่ด้านหลัง ครูซกวาดสายตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างประเมิน

“ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกการตลาดจะดีกว่า บริษัทผลิตรถยนต์มีหน้าที่ผลิตและพัฒนาธุรกิจรถยนต์ให้นำเทรนด์ตลอดเวลาเท่านั้น” อัลฟาโล่บอกเสียงเรียบ

“แสดงว่าคุณพร้อมสำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบในฤดูกาลที่จะถึงนี้แล้วสินะ”

ผมจะทำให้ได้และต้องดีกว่า”

Bình Luận ()

0/255