ทัณฑ์สวาทจอมมาร

9.พยาบาลจำเป็น

อัลฟาโล่คลี่ยิ้มยกขาขึ้นไขว่ห้าง ลำแขนก็ทอดยาวไปตามพนักโซฟาอย่างไม่อนาทรร้อนใจ ร่างระหงเดินถอยหลังไปที่ประตูและใช้มืออีกข้างเปิดประตูออก ในขณะที่ตายังจ้องไปที่ร่างกำยำ

ครูซและการ์ดคนอื่นๆ เห็นเจ้านายถูกปืนจ่อไปที่ร่างก็ขยับตัว กังสดาลไม่ทันมองข้างหลังก็ถอยออกไปจนพ้นประตู ครูซสบตาเจ้านายหนุ่มเพื่อรอสัญญาณแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งหมดจึงยืนนิ่งอยู่กับที่ หญิงสาวเตรียมจะวิ่งไปที่ลิฟต์ แต่คนของเขาก็ขยับไปยืนใกล้ๆ

“อย่าเข้ามานะฉันยิงจริงๆ ด้วย” เธอส่ายปลายปืนไปมา อัลฟาโล่ได้โอกาสที่เธอหันไปเล่นงานการ์ด รีบเข้าไปชาร์จตัวเธอเข้ามาในห้อง มือข้างหนึ่งบีบข้อมือข้างที่กำปืนแรงๆ กังสดาลเจ็บจนปล่อยปืนร่วงลงบนพื้น

“ปล่อยนะ! ปล่อย! ว้าย!!!” เธอร้องลั่นเมื่อถูกเขาแบกขึ้นบ่าพาไปโยนลงบนโซฟา กังสดาลเด้งตัวขึ้นหวังจะวิ่งกลับไปที่ประตู แต่ร่างกำยำเปลือยท่อนบนก็โถมลงมาทับ วงแขนแข็งแรงดังปอกเหล็กโอบรัดแนบแน่นจนกระดิกตัวไม่ได้

“คุณนี่ดุเหมือนกันแฮะ เผลอเป็นไม่ได้เลย” เขาบอกขณะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตาสีอำพันมองดวงหน้าเรียวรูปไข่อย่างถูกใจ จนกระทั่งมาหยุดสายตาที่ริมฝีปากอวบอิ่มหวานซะจนอยากจูบทุกวัน และเขาก็ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ จุมพิตริมฝีปากอิ่ม ดูดดื่ม เรียกร้อง พร้อมกับกัดเม้มกลีบปากทั้งบนและล่างด้วยแรงปรารถนา มือบางทุบตีเขาไปทั่วร่างโดยไม่สนใจว่าจะถูกส่วนไหนของกายกำยำ จนกระทั่งกำปั้นเล็กทุบลงบนผ้าพันแผลที่ไหล่ซ้าย

“อ๊ากกก…” อัลฟาโล่เจ็บจนต้องคลายอ้อมแขนออก หญิงสาวออกแรงผลักเขาจนหงายหลังแล้ววิ่งไปคว้าปืนที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา อัลฟาโล่ถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อปลายกระบอกปืนไม่ได้เล็งมาที่เขาเหมือนทุกครั้ง แต่กลับจ่อไปที่ขมับของเธอเอง

“อย่าเล่นบ้าๆ นะมายเดียร์ เดี๋ยวปืนก็ลั่นหรอก” เขาแบมือไปข้างหน้า เธอส่ายหัวไปมาแววตาเด็ดเดี่ยวจนอัลฟาโล่หน้าเครียด

“ถ้าความตายทำให้ฉันไม่ถูกคุณย่ำยีฉันก็พร้อมจะตาย ไม่เชื่อก็คอยดู” เธอบอกปนเสียงหอบหายใจ อัลฟาโล่เห็นแววตาเด็ดเดี่ยวก็กลัวใจคนตรงหน้า เพราะรู้ว่าชาโรน็อฟรักเกียรติและศักดิ์ศรีของตระกูลยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ลำแขนแข็งแรงสีแทนยกขึ้นเสมอไหล่เพื่อบอกให้เธอรู้ว่า เขายอมทุกอย่างแล้ว

“โอเคผมยอมแล้ว อย่าทำแบบนั้นมายเดียร์ เอาปืนออกห่างตัวหน่อย” เขาบอกเสียงเครียด ความกลัวไม่เคยผ่านเข้ามาในหัวใจ แต่เวลานี้เขากลัวเธอจะทำในสิ่งที่ใครคาดไม่ถึงจนเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจ

“เปิดประตูแล้วบอกคนของคุณเปิดทาง” เธอสั่งเสียงห้วน ร่างสูงเปิดประตูออกไปให้สัญญาณการ์ดตามที่เธอขอ กังสดาลเดินออกมาช้าๆ ในขณะที่ตามองหน้าเขาอย่างเย็นชา เมื่อพ้นรัศมีคนของเขา เธอก็วิ่งเข้าไปในลิฟต์และปิดประตูทันที อัลฟาโล่มองตามด้วยความเป็นห่วง

“เตรียมรถ ฉันจะไปส่งเธอ” เขาสั่งสั้นๆ ขณะเดินไปหยิบเสื้อมาสวมแล้วรีบตามหญิงสาวไป

ทันทีที่ลิฟต์ลงมาถึงชั้นล่าง กังสดาลก็วิ่งไปที่รถทันที วิกกี้ยืนคุยอยู่กับพนักงานเห็น แต่ไม่ทันได้เอ่ยปากถามเธอก็เห็นอัลฟาโล่เดินออกจากลิฟต์ ไปขึ้นรถที่จอดรออยู่และขับตามออกไป หญิงสาวจึงเดินกลับเข้าไปที่ห้องทำงาน หยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาแจ๊สซี่และแอนนาอย่างร้อนใจ ทันทีที่เพื่อนๆ อยู่ในสายครบ วิกกี้ก็เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง

“แจ๊ส แอนนา ฉันเห็นนาเดียวิ่งหนีคุณอัลฟาโล่ อาร์คาดิโอ ท่าทีรีบร้อนราวกับมีเรื่องกัน”

“อะไรนะ?! นาเดียมีเรื่องกับเจ้าพ่อแดนกระทิงดุ!” ทั้งแอนนาและแจ๊สซี่อุทานออกมาพร้อมกัน

“คุณอัลฟาโล่จับตัวนาเดียไปเหรอวิกกี้” แอนนาถามอย่างตกใจเพราะเธอรู้สาเหตุมาตั้งแต่ต้น

“หมอ แกรู้อะไรมา รีบบอกเร็วเข้า เราจะได้หาทางช่วยนาเดีย” แจ๊สซี่เร่งและร้อนใจไม่แพ้กัน

“ก็เมื่อคืนคุณอัลฟาโล่ถูกยิงมารักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อเช้าคนที่ตึกชาโรน็อฟก็ส่งพวงหรีดประทัดมาเยี่ยมเขาอีก รายละเอียดอื่นๆ ฉันก็ไม่รู้ ถามนาเดียก็ไม่ยอมบอก” แอนนาเล่ารายละเอียดให้ฟัง วิกกี้กับแจ๊สซี่ถึงกับนิ่งงันด้วยความคาดไม่ถึง

“พ่อฉันบอกว่าคุณอัลฟาโล่สนใจพวกเราคนหนึ่งจนอยากเรียกไปนั่งคุย แต่พ่อปฏิเสธ หรือว่าจะเป็น...” คำพูดของวิกกี้ทำเอาแจ๊สซี่และแอนนาอุทานออกมาพร้อมกัน

“นาเดีย!!!”

“เราต้องหาทางช่วยนาเดียแล้วล่ะเพื่อน” วิกกี้เสนอความเห็นไปตามสาย

“ฉันว่าสองตระกูลนั่นดุพอๆ กัน นายนิคเองไม่ยอมปล่อยให้ใครมารังแกนาเดียได้หรอก ยังไงพรุ่งนี้ฉันจะโทร.หานาเดียเอง”

“ตกลงตามนั้น คุณอัลฟาโล่พักที่โรงแรมอีกหลายวัน ฉันจะจับตาดูเขาเอง ถ้าเขาฉุดยัยนาเดียมา ฉันจะรีบบอกแกสองคนทันที จะได้หาทางช่วยได้ทัน” วิกกี้สรุปเสร็จก็วางสายไป

กังสดาลเลี้ยวรถผ่านประตูอัลลอยด์เข้าไปในคฤหาสน์ ก็ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดอย่างโล่งใจ รถของอัลฟาโล่ขับผ่านไปช้าๆ ดวงตาคมกริบมองอาณาจักรของชาโรน็อฟด้วยแววตาเรียบเฉย แต่คนสนิทอย่างครูซรู้ดีว่าในความเรียบเฉยนั้นพายุใหญ่กำลังก่อตัว

“ไปให้หมอทำแผลก่อนนะครับบอส” ครูซถามเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลออกมาไม่หยุด

“ไม่เป็นไร นายเรซอยู่ที่ไหน”

“คุณเรซกลับไปรอที่โรงแรมแล้วครับ” ครูซบอกพลางมองหน้าเคร่งเครียดของเจ้านายอย่างเป็นห่วง อัลฟาโล่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะมองออกไปนอกตัวรถ

“พรุ่งนี้เตรียมเอกสารซื้อขายอีเกอร์ให้เรียบร้อยนะครูซ”

“ครับบอส ทางออร์แกไนเซอร์จัดงานหาสถานที่ได้แล้วนะครับเป็นโรงแรมของคุณซานโต้”

โรงแรมนั่นหรูหราใช้ได้ รายละเอียดอื่นๆ

ริมฝีปากแดงยิ้มให้คุณป้าคนสวย

ลุงนิคกับน้าแก้วไปไหน ฮื้ม”

กังสดาลถอนหายใจออกมาเบาๆ

“งั้นเราไปเล่นที่ห้องป้าดีไหมครับ”

ป้านาเดียเล่านิทานให้อีวานฟังด้วยได้หรือเปล่าคับ วันนี้ลุงนิคกับน้าแก้วคงคุยกันอีกนาน” อีวานบอกพลางซุกตัวในอ้อมกอดของคุณป้าคนสวย กังสดาลเห็นความว้าเหว่ในดวงตากลมใสของหลานชาย

อีวานถามเสียงเศร้าหลังจากถูกวางไว้บนเตียงกว้าง กังสดาลนั่งลงข้างๆ

เอาเป็นว่าถ้าเบื่อนอนกับลุงนิค อีวานก็มานอนกับป้าได้เล้ย” เธอบอกเสียงสูง รอยยิ้มหวานประทับอยู่บนใบหน้า อีวานหอมแก้มนวลทั้งซ้ายขวา

“ป้าคับ ทำไมน้าแก้วกับลุงนิคต้องโกรธกันด้วยคับ” เสียงหม่นเศร้าของหลานชายทำเอากังสดาลพูดไม่ออก หญิงสาวจูบกลางกระหม่อมเล็กและโอบกอดร่างน้อยแนบอกด้วยความสงสาร

“ถ้าอีวานอยากให้น้าแก้วกับลุงนิคดีกัน เราสองคนต้องช่วยกัน” อีวานเอียงหน้ามองอย่างไม่เข้าใจ

“ช่วยกันทำอะไรหรือคับ”

“ช่วยกันให้น้าแก้วกับลุงนิครักกันไงครับ” กังสดาลบอกอย่างตื่นเต้น อีวานตาโตรู้สึกสนุกตามไปด้วย

“ทำยังไงฮะ ผมอยากให้น้าแก้วกับลุงนิคยิ้มให้กันด้วย อยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่ยอมพูดกันสักที”

ทันทีที่ได้เพื่อนร่วมแผนการ กังสดาลก็เล่ารายละเอียดแบบเข้าใจง่ายๆ และปฏิบัติได้ให้หลานชายฟัง อีวานเป็นเด็กโตเกินวัยสามารถเข้าใจได้ไม่ยาก

“เข้าใจแล้วนะครับ” กังสดาลถามย้ำอีกครั้ง อีวานพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะจิ้มนิ้วลงบนแก้มตัวเอง

“แล้วถ้าลุงนิคไม่ยอมให้น้าแก้วนอนด้วยล่ะคับ”

เพราะลุงนิคกับน้าแก้วรักอีวาน ยังไงก็ต้องยอม” กังสดาลบอกด้วยความมั่นใจ “งั้นเราเริ่มกันเลย ขั้นแรก

ผมพร้อมแล้ว” อีวานบอกเสียงใส ล้มตัวลงนอนบนที่นอน กังสดาลใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกหลานชายเบาๆ

“เจ้าเล่ห์เหมือนกันนะเรา” เธอยิ้มหวานส่งให้แล้วเป่าลมร้อนตามร่างกลมป้อม สักพักก็ใช้หลังมือแตะที่หน้าผากเล็ก “รู้สึกยังไงบ้างจ๊ะ”

“ร้อนคับ”

ได้ที่แล้ว” กังสดาลเก็บเครื่องเป่าผมและขยิบตาให้หลานชายสุดที่รัก

“พร้อมคับ”

ทั้งสองทำสัญลักษณ์โอเคให้กัน กังสดาลก้มลงไปจุ๊บแก้มแดงใสฟอดใหญ่ ก่อนจะเดินออกจากห้อง

อยู่ไหนคะ” กังสดาลเรียกพลางเดินลงบันไดมาอย่างรีบร้อน

“มีอะไรนาเดีย” นิโคลัสเดินนำพุดแก้วมาหาน้องสาวที่เชิงบันได กังสดาลมองหน้าบึ้งตึงของพุดแก้วก็พอจะรู้แล้วว่าก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งสองบ้าง…เอาน่า ช่วยให้ทั้งคู่รักกันได้บุญมากกว่าบาปแน่…กังสดาลปลอบใจตัวเอง

นิโคลัสถามขึ้นอีกครั้ง

ลูกสาวแม่ทำเอาคนในบ้านตกอกตกใจกันหมด”

“พ่อ แม่กลับมาเมื่อไรคะ คิดถึงจังเลยค่ะ”

“ไม่ต้องหวานตอนนี้ก็ได้จ้ะลูกรัก ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นจ๊ะ” คุณอารยาลูบผมยาวสลายอย่างแสนรัก กังสดาลนึกขึ้นได้ก็หันไปหาพี่ชายกับพุดแก้ว

นาเดียเลยอุ้มไปเช็ดตัวที่ห้อง ตัวกับคุณแก้วรีบไปดูเร็วเข้า” กังสดาลบอกด้วยท่าทีร้อนใจ

“อีวานเป็นยังไงบ้างครับ” นิโคลัสถามทันทีที่เปิดประตูเข้าไป

อีวานเรียกทั้งสองเสียงเบา

ด้วย” พุดแก้วพึมพำท่าทีไม่สบายใจ กังสดาลเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับผู้ให้กำเนิด

คุณย่า” หนูน้อยแสร้งบีบเสียงแหบ คุณอารยาเข้าไปลูบศีรษะเล็กพลางหอมแก้มใสเบาๆ

Bình Luận ()

0/255