*** ทักทายคร้า กำลังสนุกเลยจ้า ไปต่อกันเล้ย ***

เขาใช้ประสบการณ์ที่เหนือชั้นจูบไซ้เล้าโลม ร่างงามอ่อนระทวยไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะเปล่งเสียงห้าม แถมทุกอณูกายตื่นตัวตอบรับแรงเสน่หา ที่เขากำลังร่ายลงบนร่างเธออย่างเต็มใจอีกต่างหาก

“อื้อ…พะ…พอ” เธอห้ามทั้งๆ ที่ร่างกายบดเบียดเข้าหาแผงอกกำยำ อัลฟาโล่เหลือบตาขึ้นมองในขณะที่ปากบดขยี้กลีบปากนุ่มที่เผยอค้างเหมือนจะเชิญชวน หญิงสาวเบือนหลบเพื่อดึงดูดอากาศเข้าไปในปอด หากฝ่ามือหนาเคลื่อนไปประคองท้ายทอยทุยน่ารักตรึงไว้ให้รองรับจูบหวานซ่านทรวง มืออีกข้างก็เคลื่อนไหวไปตามเรือนร่างอรชร ก่อนจะสอดเข้าชายเสื้อเนื้อนุ่มเพื่อสัมผัสเนื้อแท้ของผิวสีน้ำผึ้งผุดผ่อง กลิ่นหอมของผิวเนื้อนางที่ติดปลายจมูก ความนุ่มละไมของผิวกายที่ปลายมือทำเอากระทิงหนุ่มเหมือนลอยอยู่บนสวรรค์ ทั้งมือและปากกับปลายจมูกโด่งทำงานกันอย่างสอดประสาน เก็บเกี่ยวความหวานอย่างกระหาย

“หวานมากมายเดียร์ หวานจนผมจะคลั่งตายเลยล่ะ” เขาละเมอเสียงพร่า ซุกไซ้ปลายจมูกและใช้ริมฝีปากดูดเม้มและเล็มกลีบปากอิ่มจนแดงช้ำ จูบเดียวของเขาช่างยาวนานจนเธอจวนเจียนใจจะขาด มือหนาก็ลูบไล้สำรวจส่วนโค้งเว้าของร่างงามอย่างหลงใหล คลั่งไคล้ ฝ่ามือไม่หยุดซุกซน ลากผ่านก้อนเนื้อเต่งตึงและเคล้นคลึงจนเธอสะดุ้ง

“อุ๊ย!” เธออุทาน ปรือตามองไฟเสน่หาในสายตาคม ประสาททุกส่วนในร่างกายเธอสั่นไหว หากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีดึงสติกลับมา

“ปล่อย! ข้อตกลงของเราสิ้นสุดแล้วคุณอัลฟาโล่” เธอขยุ้มเรือนผมสีน้ำตาลเข้มและกระชากออก แต่เขายังดื้อดึงก้มลงไปหา เธอก็ออกแรงจนเขาต้องหยุด

“บอกให้หยุดไงไอ้กระทิงหื่น” กังสดาลเหลืออด ออกแรงดึงเพิ่มจนเขาดึงเธอลุกขึ้นนั่ง สองมือหนาประคองแผ่นหลังพร้อมกับลูบไล้ไปมา

“เจอมาทาดอร์หญิงร้ายแบบนี้ กระทิงหื่นอย่างผมยิ่งสนุกสิงานนี้” เขายิ้มกริ่มจุมพิตพวงแก้มไม่หยุด เธอหยุดเขาไม่ได้ก็เคลื่อนมือไปแตะลงที่ผ้าพันแผล

“จะหยุดไหม ถ้าไม่หยุดฉันทุบจริงๆ” เธอกำกำปั้นแน่น อัลฟาโล่จำต้องยกตัวออกห่าง หากวงแขนยังกอดรัดแนบแน่นไม่ยอมปล่อย

“ยอมแพ้ครับ”

“ยอมแล้วก็ปล่อย อย่ามาเยอะ” เธอหนีบกล้ามเนื้อต้นแขนแรงๆ จนเขาสูดปากและยอมปล่อยร่างงามเป็นอิสระ หญิงสาววิ่งไปยืนหอบหายใจใกล้ประตู สายตามองเขาเขม็งราวกับจะบอกว่าฝากไว้ก่อนแล้วจะมาเอาคืน จากนั้นร่างงามก็เปิดประตูออกไป คว้ากระเป๋าสะพายเดินออกจากห้องอย่างรีบร้อน ครูซเข้าไปดูเจ้านายในห้อง พอเห็นร่างกำยำนั่งยิ้มนัยน์ตาวับวาวก็พอจะรู้ว่าประทับใจในตัวมาทาดอร์สาวเลือดผสมมากแค่ไหน

“หายแล้วเหรอครับบอส” เมื่อคนสนิทเอ่ยถามแววตาล้อเลียน ร่างสูงก็ลุกไปตบบ่าคนถามอย่างอารมณ์ดี

“กระสุนแค่นี้ไม่ระคายผิวฉัน นายก็รู้นี่” อัลฟาโล่บอกพลางผิวปากเดินไปที่โต๊ะอาหาร ครูซส่ายหน้าไปมากับความเจ้าเล่ห์ของเจ้านาย สงสารก็แต่นางฟ้าที่เพิ่งจากไป ที่ดันมาต้องตา แถมกำลังจะต้องใจอสูรร้ายอย่างเจ้านายเขาเข้าให้ งานนี้ใหญ่ซัดใหญ่คงสะเทือนทั้งวงการแน่ๆ

“นี่เหรออาหารเย็นที่เธอทำ” อัลฟาโล่มองบะหมี่ทรงเครื่องที่ไม่เคยกินมาก่อนในชีวิต ครูซรินน้ำใส่แก้วให้แล้วเลื่อนชามบะหมี่ไปตรงหน้าเจ้านาย

“เธอตั้งใจทำให้บอสมาก ลองชิมสักหน่อยนะครับ”

อัลฟาโล่ใช้ช้อนตักน้ำชุบขึ้นมาชิม ครูซยืนลุ้นว่ารสชาติจะถูกใจเจ้านายหรือไม่ แต่อัลฟาโล่ก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ ออกมานอกจากก้มหน้าก้มตากินจนหมดชาม แค่นี้ก็บอกได้แล้วว่ารสชาติถูกปากแน่นอน

เมื่อท้องอิ่มชายหนุ่มก็คิดถึงคนทำ ป่านนี้คงโกรธเขาไม่หาย แต่จะโกรธยังไงเขาก็ง้อได้ไม่ยาก เพราะผู้หญิงมีจุดอ่อนเหมือนกัน คือต้องการครอบครองหัวใจผู้ชายอันเป็นที่รัก… แล้วเขาพร้อมที่จะยกมันให้เธอแล้วหรือ… นั่นคือคำถามที่เขาต้องค้นหาคำตอบ เพื่อจะได้มั่นใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนไม่ใช่ความหลงในรูปรสที่ได้เห็น แต่มันเป็นเสียงเรียกร้องของหัวใจ…

โรงงานผลิตรถยนต์ของมิวต้าสปอร์ต

อังเดรเดินตรวจงานพร้อมกับวิศวกรออกแบบรถยนต์ของบริษัท ก่อนจะไปหยุดที่แผนกพัฒนารถแข่ง สายตายาวรีมองรถซุปเปอร์คาร์สีแดงสดที่จอดนิ่งอยู่บนลานกว้าง

“รถเกือบสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ อาทิตย์หน้าน่าจะลองในสนามจริงได้” วิศวกรรายงาน อังเดรพยักหน้ารับรู้ พลางก้มมองรายละเอียดของเครื่องยนต์แล้วส่งคืนให้

“ทำยังไงก็ได้ให้เราเป็นแชมป์ในสนามแรก เพราะฉันอยากให้ประธานอีเกอร์คนใหม่มันไม่กล้ากำแหงอีก” อังเดรบอกแววตาดุดัน

“เรากันทั้งสองทางน่าจะปลอดภัยกว่านะครับเจ้านาย ทางแรกผมจะให้คนของเราจัดการกับอัลฟาโล่ ส่วนอีกทางก็หาทางทำลายรถที่มันจะใช้แข่งขันซะเลย”

“ไอเดียเยี่ยม แต่ทำให้ได้ก็แล้วกัน ใครที่จัดการมันได้ฉันมีรางวัลให้”

“ตอนนี้ได้ข่าวว่าอัลฟาโล่ไปตีสนิทกับนางฟ้าของชาโรน็อฟ” ทอมสันรายงานสิ่งที่รู้มา

เราจะไม่มีที่ยืนในมอสโก ฉันจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นแน่

“จัดการมันวันงานเลยไหมครับ” ทอมสันเข้าไปกระซิบใกล้ๆ พอได้ยินกันสองคน อังเดรกระตุกยิ้มอย่างถูกใจ

ทอมสันก้มศีรษะรับคำแล้วออกไปสั่งการทันที อังเดรเดินเข้าไปในห้องทำงานชั่วคราวด้วยแววตาเรืองรอง เพราะการขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในธุรกิจรถยนต์กำลังใกล้เป็นจริงแล้ว งานนี้ใครแกร่งก็รอด อ่อนแอก็ตายเท่านั้น และคนที่ตายต้องไม่ใช่เขาแน่นอน…อังเดรบอกอย่างมั่นใจ ถ้าอัลฟาโล่ไม่เข้ามากอบกู้สถานการ์อีเกอร์ไว้

ทำให้ร่างเล็กของเด็กชายอีวานที่ออกมายืนรอคุณป้าคนสวยอยู่หน้าประตูยิ้มจนตาหยี กังสดาลเห็นหลานชายตัวน้อยก็รีบเปิดประตูลงไปหา เธอเตรียมจะถาม

กังสดาลเดินตามแรงฉุดก่อนจะมาหยุดที่หน้าห้องครัว

“แบบนี้สงครามก็สงบแล้วสิใช่ไหม” เธอก้มลงไปพูดกับหลานชายใกล้ๆ อีวานถือโอกาสหอมแก้มคุณป้าคนสวยทีหนึ่ง กังสดาลเลยบีบจมูกเล็กน่ารักอย่างเอ็นดู

ผมรักป้าที่สุดเลยคับ” อีวานกอดคอระหง

“ไงจ๊ะสองป้าหลาน วันนี้จะพากันซนอะไรอีก” อารยาวางนิตยสารเครื่องประดับไว้ข้างตัว ขณะที่อเล็กซิสมองบุตรสาวและหลานชายลอดแว่นสายตาอย่างเอ็นดู

เนอะอีวาน”

“อีวานกับป้านาเดียเป็นเพื่อนต่างวัยกันคับคุณย่า” คำตอบของหลานชายสุดที่รัก เรียกเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่ได้ไม่น้อย ความน่ารักช่างพูดของพ่อหนูน้อยทำให้คนที่พากันเดินเข้ามาพลอยยิ้มไปด้วย

“วันจันทร์อีวานก็จะมีเพื่อนวัยเดียวกันแล้วนะครับ” นิโคลัสอุ้มร่างเล็กข้างมารดามานั่งบนตัก

“หมายความยังไงคับลุงนิค”

“ก็หมายความว่าวันจันทร์เราจะไปดูโรงเรียนของอีวานกันไงครับ” นิโคลัสตอบเสร็จก็หอมแก้มแดงใสฟอดใหญ่ อีวานยกมือเหนือศีรษะด้วยความดีใจที่จะได้ไปโรงเรียนซะที

ดีใจจังเลย

พุดแก้วจุ๊บปากแดงเบาๆ อย่างแสนรัก

“ตั้งใจเรียนนะอีวาน โตขึ้นจะได้ช่วยงานปู่” อเล็กซิสบอกด้วยประกายตาอ่อนโยน

โตขึ้นอีวานจะทำงานให้เก่งๆ เหมือนคุณปู่แล้วก็ลุงนิค” อีวานรับปากอย่างแข็งขัน

“แต่ห้ามเอานิสัยแย่ๆ ของลุงนิคมาใช้นะครับ” พุดแก้วบอกอย่างลืมตัว พอคิดได้ก็พนมมือไหว้อารยาและอเล็กซิส

“แก้วขอโทษค่ะ” พุดแก้วมองผู้สูงวัยอย่างขอลุแก่โทษ อารยามองหน้าบอกบุญไม่รับของบุตรชายก่อนจะยิ้มให้พุดแก้ว

กัน

“ผมนิสัยแย่ๆ กับคนดื้อรั้นเท่านั้นครับแม่”

เอาแต่ใจตัวเอง” พุดแก้วต่อให้

“ลุงนิค น้าแก้วผมง่วงแล้วคับ”

น้าแก้วจะเล่านิยายสนุกๆ ให้ฟังเหมือนตอนที่เราอยู่เมืองไทยไง”

“อีวานอยากให้ลุงนิคนอนกับเราเหมือนเมื่อคืนได้ไหมคับ”

นอนสามคนไม่ได้” เธอบอก ผิวแก้มแดงระเรื่อเมื่อคิดถึงความวาบหวามตอนเช้าที่เขาทำกับเธอ นิโคลัสรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่จึงส่งสายตาล้อเลียนไปให้

“ปู่กับย่าคับ ผมขอเบิกเงินเดือนเดือนแรกที่จะทำงานช่วยคุณปู่ก่อนได้ไหมคับ”

อเล็กซิสมองหน้าภรรยาก่อนจะยิ้มให้หลานชาย “อีวานจะเอาไปทำอะไรบอกปู่ได้ไหม”

คำพูดและความคิดของหลานชายตัวน้อย

มานี่มา” ในที่สุดอเล็กซิสก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างถูกใจและภูมิใจในตัวหลานชายคนแรกของตระกูล อเล็กซิสยกร่างกลมป้อมขึ้นนั่งบนตัก ในขณะที่นิโคลัสและพุดแก้ววางหน้าไม่ถูก กังสดาลเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้มเอาไว้

Bình Luận ()

0/255