ทัณฑ์สวาทจอมมาร

17 อ้อนขอกำลังใจ

*** ทักทายคร้า ***

ห้องทั้งห้องเงียบกริบ สายตาทุกคู่มองไปที่อัลฟาโล่เพื่อฟังคำตอบ อังเดรมองอีกฝ่ายด้วยประกายเย้ยหยัน เพราะมั่นใจในชัยชนะของตัวเอง แต่คนอย่างอัลฟาโล่ก็ไม่ใช่หมูที่ใครจะเคี้ยวได้ง่ายๆ

“อีกสี่สิบจะเหลือไว้ทำไมอังเดร เกหมดหน้าตักเลยไม่ดีเหรอ” คราวนี้เสียงฮือฮาดังกว่าเดิม คนที่ถูกท้าทายกลับหน้าเครียดขึ้นมาทันที เมื่อเดินหน้ามาขนาดนี้แล้วอังเดรก็ถอยไม่ได้เช่นกัน

“ตกลง แล้วเจอกัน” พูดจบอังเดรก็เดินออกจากงานเลี้ยงไป อัลฟาโล่มองตามก่อนจะยิ้มให้แขกที่มาในงาน ส่วนพิธีกรครั้นหายจากอาการตื่นเต้นก็ดำเนินรายการต่อ

“ใครมีคำถามเพิ่มเติมอีกไหมครับ”

“เราขอถามเรื่องที่สาวๆ อยากรู้อีกสักนิดได้ไหมคะ” นักข่าวสาวยกมือแสดงตัว อัลฟาโล่ผายมือเชิญอย่างเป็นกันเอง “คุณอัลฟาโล่มาสร้างฐานธุรกิจที่นี่ แล้วคิดจะสร้างครอบครัวที่นี่ด้วยหรือเปล่าคะ” อัลฟาโล่คลี่ยิ้มก่อนจะมองสบตากับกังสดาลในระยะไกล ชายหนุ่มหยุดนิ่งไปชั่วขณะเพื่อดึงความสนใจของคนฟัง ในขณะที่กังสดาลใจเต้นระรัว กลัวว่าเขาจะพูดให้เธอต้องอาย

“ก็กำลังมองอยู่ครับ” เขาตอบอย่างสงวนท่าที แต่คนถามก็ตั้งคำถามต่อ เพราะเรื่องในมุ้งของชายหนุ่ม คนทั่วไปอยากรู้พอๆ กับเรื่องธุรกิจเลยทีเดียว

“แสดงว่ามีคนต้องตาแล้วใช่ไหมคะ แล้วคุณอัลฟาโล่ประทับใจอะไรในตัวเธอคนนั้นคะ”

“ตอนแรกแค่ต้องตาครับ แต่ตอนนี้ต้องใจไปแล้วเรียบร้อย”

ทุกคนฮือฮาและตบมืออย่างชอบใจ อัลฟาโล่ยังคงจับจ้องที่ร่างงามของกังสดาลก่อนจะพูดต่อ “สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ เธอทำอาหารที่แสนอร่อยให้ผมทาน นั่นก็คือ บะหมี่ทรงเครื่อง”

คำตอบของเขาทำเอาทุกคนหัวเราะและตบมือให้ กังสดาลใบหน้างอง้ำอย่างขัดเขินและจับมือแอนนาเดินไปหาบิดา อเล็กซิสมองคนบนเวทีด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ในใจอดชื่นชมภาวะผู้นำของชายหนุ่มไม่ได้ เมื่อหมดคำถามเสียงพิธีกรก็ดังขึ้น

“เอาล่ะครับทุกท่าน เราตื่นเต้นจากเกมเดิมพันและคำถามที่สร้างสีสันในงานกันไปแล้ว ต่อไปถึงเวลาเปิดฟลอร์เต้นรำของประธานคนใหม่แล้วครับ ขอเชิญครับ” อัลฟาโล่หันไปขยิบตาให้พิธีกรแล้วเดินลงจากเวทีไปที่โต๊ะ กังสดาลที่กำลังนั่งคุยอยู่กับแอนนาอยู่ที่โต๊ะเพลินๆ ก็ช้อนสายตาขึ้นมอง

“ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับคุณผู้หญิง” เขายิ้มให้ในขณะที่กังสดาลสบนัยน์ตาสีอำพันราวต้องมนตร์ ก่อนจะยื่นมือไปให้เขาจับ อเล็กซิสขยับจะห้ามแต่มือนุ่มของอารยาก็แตะที่ต้นขาเป็นเชิงห้าม คนเป็นพ่อจึงคำรามขู่อัลฟาโล่ในลำคอ อัลโตนิโอและอัลวาเรซเห็นก้างชิ้นใหญ่ของทายาทคนโตก็อมยิ้ม อัลฟาโล่เห็นสีหน้าไม่พอใจของว่าที่พ่อตาก็ไม่รอช้าที่จะเอ่ยขอ

“ผมขออนุญาตพานางฟ้าชาโรน็อฟออกไปเต้นรำนะครับ”

“ตามสบายจ้ะ” อารยาเป็นฝ่ายอนุญาต อัลฟาโล่จับมือบางเดินไปกลางฟลอร์ โดยมีสายตาหลายคู่มองมาด้วยความชื่นชม

“คิดถึงคุณจังมายเดียร์” อัลฟาโล่บอกเสียงทุ้มขณะโอบประคองร่างงามไปตามจังหวะดนตรี กังสดาลได้สติกะพริบตาปริบๆ

“คะ คุณว่าอะไรนะคะ”

“คิดถึงครับ” เขายิ้มใส่ตากลมโตพลางกระชับวงแขนแน่นเข้าไปอีก ใบหน้าคมคลอเคลียข้างแก้มนวลจนเธอต้องเอนตัวออกห่าง

“ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ แต่คิดว่าจะทำยังไงไม่ให้เจอคุณอีก” เธอกัดฟันบอก แต่ใบหน้าคมยังฉาบไปด้วยรอยยิ้มจนเธอหมั่นไส้

โดยอาศัยคู่เต้นที่อยู่รอบๆ

กังสดาลเงยหน้าขึ้นมองเขาตาเขียว มือที่วางอยู่บนอกกว้างดันกายแกร่งออกห่าง

“เพราะเราเกิดมาคู่กันมายเดียร์” พูดจบอัลฟาโล่ก็อาศัยจังหวะที่พ่อเธอหันไปคุยกับบิดา พาเธอออกประตูไปที่ห้องว่างใกล้ๆ และล็อกประตูอย่างรวดเร็ว

“นี่คุณจะทำอะไรของคุณ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะก่อนที่พ่อฉันจะให้คนตามหา” กังสดาลสะบัดแขนแต่ถูกเขารวบตัวเข้าไปกอดไว้แน่น

ถ้าห่วงก็แปลว่ารักสิ” เขาสรุปหน้าตาย ปลายจมูกก็ซุกไซ้ลำคอหอมกรุ่นเลื่อนขึ้นมาตามปลายคางและพวงแก้มปลั่ง

“หลงตัวเอง ใครเขาจะไปรักไปชอบกระทิงที่ทั้งหื่นทั้งโหดแบบนี้”

ขวิดมันแถมแรงดีไม่มีตกด้วยนะครับ” เขายั่วแววตาเป็นประกาย

ยกขากันไว้และใช้ร่างกดทับเธอทั้งตัว เนื้อนุ่มๆ ที่เบียดเสียดเพราะแรงดิ้นรน ทำเอาอัลฟาโล่ร้อนไปทั้งตัวจนต้องหาทางระบายมันออกมา

“ให้ตายสิมายเดียร์ หุ่นคุณสวยเซ็กซี่น่าฟัดเป็นบ้า”

“ยี้! สารเลว ปล่อยฉันนะ คุณบอกจะไม่ระรานฉันอีกไงจำไม่ได้เหรอ”

อกอวบอิ่มบดเบียดเสียดสีกับแผงอกกว้าง จนเขารับรู้ถึงความแข็งชันของปลายถัน

กังสดาลใจเต้นระส่ำดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง แต่ยิ่งดิ้นวงแขนเขาก็ยิ่งรัดแน่น แถมแรงบดเคล้าที่ริมฝีปากนุ่มก็รุนแรงเร่งเร้า จนสุดท้ายความหวานก็ทำให้เขาผ่อนแรงลงกลายเป็นดูดดื่มเรียกร้องให้เธอตอบสนอง

สมองขาดการสั่งการและประมวลผลไปโดยปริยาย ร่างระหงถูกเขาร่ายมนตร์เสน่หา จนเผยอริมฝีปากรับลิ้นสากร้อนที่สอดผ่านเข้ามาดื่มด่ำความหวานของรวงน้ำผึ้งในโพรงปากนุ่มชื้น

ประสาททุกส่วนถูกเขาปลุกเร้าด้วยปาก ฝ่ามือหนา และปลายลิ้นสาก

สองมือลูบไล้แผ่นหลังนุ่มละมุนละไมไปมา พร้อมกับกดรั้งเข้าหาและเคลื่อนไหวร่างกายเสียดสีกับร่างนุ่มละมุน ริมฝีปากได้รูปลิ้มรสความหวานซ่านทรวงจากริมฝีปากอิ่มจนหนำใจ

พอสักที! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงข้างถนนที่คุณจะมาทำตามอำเภอใจแบบนี้นะ” เธอบอกเสียงเครือทั้งๆ ที่ร่างกายสั่นเทิ้มเพราะความซ่านสยิว น้ำเสียงเจ็บช้ำที่เปล่งออกมา มีผลให้เจ้าพ่อแดนกระทิงดุเคลื่อนไหวช้าลงแต่ยังคงอ้อยอิ่งอยู่ที่ไหล่เปล่าเปลือยและลำคอหอมกรุ่น ใจจริงอัลฟาโล่อยากรุกหนักไปถึงอกอวบที่ซ่อนตัวใต้ผ้านุ่ม แต่ความเจ็บช้ำในน้ำเสียงของเธอ

Bình Luận ()

0/255