*** ทักทายคร้า ไปติดตามกันต่อเลยจ้า ***

กังสดาลนั่งถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่ก็นับไม่ได้ เพราะวันนี้เธอต้องมาติดต่องานที่อีเกอร์กรุ๊ปแทนพี่ชาย ซึ่งบังเอิญติดธุระกะทันหัน วูฟล์ที่ทำหน้าที่บอดี้การ์ดอารักขานางฟ้าชาโรน็อฟ เหลือบมองเบาะหลังเป็นระยะ

“ทำไมพี่นิคต้องมาติดธุระวันนี้ด้วยก็ไม่รู้” กังสดาลเปรยออกมาอย่างไม่ต้องการคำตอบ วูฟล์ยิ้มน้อยๆ ตามแบบฉบับบอดี้การ์ด

“ลูกค้าญี่ปุ่นบินมาเจรจาก่อนกำหนดครับ”

“แล้วทำไมไม่เลื่อนนัดอีเกอร์ออกไปล่ะวูฟล์ ถ้าพ่อรู้คงยกคนมาถล่มอีเกอร์แน่ๆ” ประโยคท้ายหญิงสาวพึมพำเบาๆ ใจก็อดห่วงเขาไม่ได้

“นายใหญ่ไม่รู้ครับ”

“ค่อยยังชั่วหน่อย” เธอถอนหายใจจนวูฟล์อมยิ้ม รถวิ่งเข้าไปจอดหน้าอาคารทำการของอีเกอร์กรุ๊ป กังสดาลมองตึกสูงลิบตรงหน้า ก่อนจะก้าวลงจากรถเดินเข้าไปในห้องโถงชั้นล่าง

“สวัสดีค่ะ มาติดต่อเรื่องอะไรคะ” พนักงานเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม กังสดาลยิ้มตอบและแจ้งความจำนงของตัวเอง

“ฉันมาขอพบด็อกเตอร์เวนเน็ตแผนกงานวิจัยค่ะ”

“นัดไว้หรือเปล่าคะ”

“นัดไว้ค่ะ” กังสดาลบอกยิ้มๆ

“รอสักครู่นะคะ ฉันขอแจ้งด็อกเตอร์สักครู่” พนักงานต้อนรับเดินไปโทรศัพท์ไม่นานก็เดินกลับมา “ด็อกเตอร์รอที่ห้องทำงานชั้นสามสิบค่ะ เชิญค่ะ” พนักงานต้อนรับเดินนำเธอไปที่ลิฟต์ กังสดาลขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะลิฟต์ที่ใช้เป็นของประธานบริหาร แต่เธอไม่มีโอกาสได้ถามประตูลิฟต์ก็ปิดลง

ไม่ถึงอึดใจกังสดาลและวูฟล์ก็มาถึงชั้นที่ต้องการ พอประตูลิฟต์เปิดออกเธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นครูซและการ์ดของอาร์คาดิโอยืนอยู่หน้าห้อง วูฟล์ก้าวนำเจ้านายสาวออกจากลิฟต์ ครูซก้มศีรษะให้หญิงสาวพร้อมกับรอยยิ้ม

“คุณกังสดาลมาพบด็อกเตอร์ใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่” เธอถามพลางมองป้ายที่บอกชัดเจนว่าเป็นห้องประธานบริหาร

“ด็อกเตอร์คุยกับเจ้านายอยู่ในห้องครับ แต่ท่านสั่งไว้ว่าถ้าคุณมาให้เข้าไปพบได้เพียงคนเดียวครับ” ครูซเน้นประโยคท้ายเพื่อให้วูฟล์รู้ กังสดาลจึงรับเอกสารจากวูฟล์แล้วเดินเข้าไปในห้อง วูฟล์มองตามเจ้านายสาวเข้าไปจนกระทั่งครูซปิดประตู ความกังวลในสายตาเพื่อนร่วมอาชีพทำให้ครูซขยับมายืนใกล้ๆ

ผมรับรอง” ครูซบอกพลางสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

วูฟล์เอ่ยชวน ทำให้ครูซหันไปมอง

กังสดาลเดินเข้ามาหยุดกลางห้องทำงานใหญ่ หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามแทบทะลุออกมาจากอกเมื่อเห็นเจ้าของห้องยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงาน หากสายตาคมกริบพราวระยับมองมาที่เธอ ด็อกเตอร์เวนเน็ตเอี้ยวตัวไปมองคนมาใหม่ลอดแว่นสายตาก่อนจะยิ้มให้

“สวัสดีค่ะด็อกเตอร์ ฉันเอาตัวอย่างสินค้าที่สั่งมาให้ดูค่ะ” เธอทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้ม ด็อกเตอร์เวนเน็ตลุกขึ้นไปจับมือทักทายหญิงสาวอย่างคุ้นเคย

วันนี้นิคไปไหน ทำไมถึงส่งน้องสาวแสนสวยลุยเข้ามาในดงกระทิงเปลี่ยวคนเดียว”

เพราะเห็นทางนี้แจ้งไปว่าเป็นความลับของอีเกอร์”

“ผมว่าโอเคนะครับ” อัลฟาโล่เหลือบตามองเจ้าของสินค้า พร้อมกับส่งตัวอย่างคืนให้

“สินค้าของชาโรน็อฟไม่เคยทำให้เราผิดหวังจริงๆ จัดการส่งของตามออร์เดอร์ได้เลยนะคุณกังสดาล” เวนเน็ตบอกพลางส่งแฟ้มคืนให้หญิงสาว

“ขอบคุณมากนะคะที่ไว้ใจเรามาตลอด” เธอรับแฟ้มมาถือไว้ รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้าตลอดเวลา

ขอตัวนะสาวน้อย” พูดจบด็อกเตอร์ก็เดินผ่านหน้าหญิงสาวออกจากห้อง กังสดาลรีบตามหลังไปเพราะไม่ต้องการอยู่กับเขาตามลำพัง

เสื้อตัวในสีชมพูหวานสวมทับด้วยเสื้อสูทสีดำ ผมหยักศกสีน้ำตาลสปริงตัววูบไหวไปตามการเคลื่อนไหวของเจ้าตัว ทุกอย่างที่ประกอบเป็นผู้หญิงคนนี้ลงตัวและงดงามไปทุกสัดส่วน

นอกจากความเงียบ เมื่อตะโกนจนเจ็บคอ เธอก็หันกลับมาเล่นงานเจ้าของห้อง

“ห้ามเข้ามาใกล้เกินสองเมตรเด็ดขาด

“เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนี่ครับ” อัลฟาโล่ยิ้มให้ นัยน์ตาสีอำพันหวานฉ่ำจนแก้มเธอแดงระเรื่อ

“เรื่องอะไรไม่ทราบคะ”

“ก็เรื่องที่เราตกลงเป็นแฟนกันไงครับ” เขาบอกหน้าตายแต่กังสดาลหน้าเหวอ คิดไม่ออกว่าไปตกลงกับคนตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไร

บอกคนของคุณเปิดประตู

เขาไม่รอให้เธออนุญาต พุ่งไปคว้าเอวบางโอบรัดร่างงามไว้ทั้งตัว กังสดาลขยับตัวหนีไม่ทัน

เธอออกคำสั่งทั้งๆ ที่หัวใจเต้นถี่รัว ผิวแก้มนวลแดงระเรื่อกับสัมผัสแนบสนิทจนไม่มีช่องว่างเหลือให้อะไรผ่าน

“อยากให้ปล่อยจริงเหรอ หืม” เขาถามนัยน์ตาไหวระริก กังสดาลนึกโมโหตัวเองที่เผลอแสดงความรู้สึกอ่อนโยนออกมา

“จริงค่ะ เพราะฉันมาเสนอขายสินค้า ไม่ได้มาขายตัว”

แถมตัวและหัวใจคนซื้อไปด้วย” เขาอ้อนวอนขอซื้อที่ใบหูเล็ก แล้วก้มลงไปขบเม้มติ่งหูขาวแผ่วเบา ละเลื่อนจูบไซ้พวงแก้มผะแผ่วจนเธอวูบวาบหวั่นไหว

อยู่ด้วยก็มีแต่ช้ำกับช้ำ”

ลากไล้ไปตามลำคอระหงและวกขึ้นไปขบเม้มติ่งหูเล็กอีกครั้ง

ผมคิดถึงปากหวานๆ ของคุณเหลือเกิน” พูดจบเขาก็เคลื่อนริมฝีปากไปประกบจูบดูดดื่มที่กลีบปากนุ่ม โดยไม่สนใจมือที่ผลักไสและเรี่ยวแรงเท่ามดของเธอ

เปิดทางให้ลิ้นสากร้อนแทรกผ่านเข้าไปจู่โจมรวงผึ้งหวานในโพรงปากชื้น ลิ้นสากสอดรัดตวัดเกี่ยวเรียวลิ้นเล็กทั้งหยอกเหย้าและเฝ้าเอาใจ หญิงสาววาบหวามซาบซ่านสั่นสยิว เนื้อกายรุ่มร้อนดุจกองเพลิง แรงต่อต้านกลายเป็นการลูบไล้ทั่วแผ่นหลังกว้าง

กังสดาลงงงวยจับต้นชนปลายไม่ได้เพราะถูกแรงปรารถนารุมเล่นงาน อัลฟาโล่คลี่ยิ้มมองหน้าแดงก่อนจะพาเธอหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟา หญิงสาวสบตาคมหวานที่ฉาบไปด้วยแรงเสน่หาด้วยความตื่นตระหนก เขายิ้มใส่ตากลม

“จูบอีกได้ใช่ไหม” เขาช่วงชิงความได้เปรียบถามเธอตอนสติยังไม่กลับมา

เธอครางรับในลำคอ อัลฟาโล่คลี่ยิ้มลูบไล้ฝ่ามือบนเรียวขาสวย ลากไล้เข้าไปกอบกุมสะโพกผายพร้อมกับนวดคลึงด้วยปลายมือ ริมฝีปากได้รูปแตะบนกลีบปากนุ่มแผ่วเบาราวขนนก

Bình Luận ()

0/255