ทัณฑ์สวาทจอมมาร

24 จัดชุดใหญ๋

*** ทักทายคร้า ***

รถของอัลฟาโล่ออกจากอาณาเขตของชาโรน็อฟได้ไม่นานก็มีรถขับตามมา ครูซเฝ้ามองกระจกข้างเพื่อให้มั่นใจก่อนจะหันไปคุยกับเจ้านายหนุ่ม

“มีคนไปส่งเราครับบอส” ครูซบอกพลางหยิบปืนออกมาเช็คความพร้อม อัลฟาโล่แสยะยิ้ม หันไปมองรถกระบะที่วิ่งตามมาและพยายามจะแซงขึ้นหน้า การ์ดสารถีก็ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ไม่ถึงอึดใจเสียงปืนก็ดังตามมา

ปังๆ ๆ ๆ ๆ…

อาวุธสงครามยิงถล่มรถของอัลฟาโล่อย่างดุเดือด โชคดีที่รถกันกระสุนทั้งคัน แต่กระนั้นเสียงกระแทกยังดังมาให้ได้ยิน อัลฟาโล่ลดกระจกลงและยิงตอบโต้ถูกพวกมันคนหนึ่งล้มลง

“บอสระวังครับ” ครูซหันไปมองเจ้านายด้วยความเป็นห่วง อัลฟาโล่สอดปืนออกไปยิงใส่ด้วยประกายตาแข็งกร้าว

“เลี้ยวแยกหน้า” ชายหนุ่มสั่ง คนขับหักพวงมาลัยเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ทำให้รถที่ตามมาวิ่งเลยไป แต่ก็กลับลำมาได้ แต่กว่าจะขับตามมาทัน รถของอัลฟาโล่ก็วิ่งไปไกล เปิดโอกาสให้เจ้าพ่อแดนกระทิงดุลงจากรถ แต่คนร้ายก็เร่งความเร็วตามไปจนทัน พอเห็นรถจอดอยู่ก็ลงไปดูแต่ก็ไม่พบใคร

“มันคงหนีไปได้ไม่ไกล หามันให้เจอแล้วยิงทิ้งซะ” ชายหน้าดุสั่งเสียงเหี้ยม แต่คนที่ซุ่มดูเหี้ยมกว่าเป็นหลายเท่า ร่างสูงออกจากที่ซ่อนมือกำปืนแน่น

“ง่ายไปหรือเปล่าพวก” เสียงมัจจุราชดังขึ้น พร้อมกับกระสุนจากปืนของอัลฟาโล่เจาะร่างพวกมันตายไปสาม คนที่เหลือตวัดปลายปืนกลับมา แต่ก็ช้ากว่าครูซที่เลือกยิงเป้าหมายอย่างแม่นยำ ชายร่างยักษ์ที่ทำหน้าที่สั่งการถึงกับผงะและกราดยิงใส่ อัลฟาโล่กระโดดหลบและยิงสวนกลับมา กระสุนเจาะหน้าผากมือปืนอย่างแม่นยำ แต่คมกระสุนจากปืนคนร้ายก็ถากหัวไหล่ขวาของชายหนุ่มจนเลือดพุ่งออกมา เมื่อเสียงปืนสงบ ครูซก็เดินไปมองร่างไร้วิญญาณด้วยแววตาเรียบเฉย

“อดีตเคจีบีนอกรีตครับบอส”

“คนจ้างวานคงเงินหนาพอสมควร ไม่งั้นพวกนี้ไม่โผล่หัวออกมา” อัลฟาโล่กวาดตามองคนตายด้วยแววตาดุดัน “สืบให้ได้ว่ามันทำงานให้ใคร ฉันอยากรู้ชัวร์ๆ จะได้ตามเช็คบิลถูก”

“ถ้าพวกมันทำงานให้…เอ่อ… ชาโรน็อฟล่ะครับบอส” ครูซถามไม่เต็มเสียง อัลฟาโล่เก็บปืนไว้ที่เอวแล้วเดินไปขึ้นรถ

“ชาโรน็อฟถึงจะมีอำนาจในมือ แต่ฉันเชื่อว่าพวกเขาไม่เล่นสกปรกแบบนี้ นิโคลัสเองก็เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาหมอนั่นอาจจะไม่ชอบหน้าฉันเท่าไร แต่ดูแล้วนิสัยของนิโคลัสไม่แทงข้างหลังใคร เพราะมันรักศักดิ์ศรียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด” อัลฟาโล่บอกอย่างมั่นใจ ครูซมองแผลที่ไหล่ขาวแล้วตกใจ

“บอสถูกยิงนี่ครับ”

อัลฟาโล่หันมองแผลขณะเดินไปที่รถ การ์ดสารถีเปิดประตูรอ

111

เหตุการณ์ไล่ล่าอัลฟาโล่หนีไม่พ้นสายตาของชาโรน็อฟ เพราะหลังจากรถของอัลฟาโล่ถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามไม่ถึงห้านาที วูฟล์ก็เข้ามารายงานนิโคลัสทันที

“คนของเราโทร.มาบอกว่าคุณอัลฟาโล่ถูกลอบยิงครับ” ร่างสูงที่นั่งอ่านเอกสารเงยหน้าขึ้นไปมองคนสนิท

“ฝีมือใคร”

วูฟล์รายงานต่อ

นายให้คนสืบด้วยก็แล้วกัน ถ้าได้เรื่องยังไงรีบบอกฉันทันที”

“มีอะไรเหรอวูฟล์” วูฟล์หลบสายตาคมหวาน นิโคลัสจึงเดินมาหา คนสนิทหนุ่มจึงรีบเดินไปสั่งงานลูกน้อง

นิโคลัสตอบแทน

“ฝีมือตัวหรือเปล่า”

“เฮ้ย…หาเรื่องให้พุดแก้วโกรธเราแล้วไหมล่ะ ถึงเราจะไม่ชอบหมอนั่น แต่ก็ไม่ได้เกลียดอะไรมากมายขนาดส่งคนไปฆ่าหรอก”

กังสดาลเดินกลับเข้าไปในห้องอย่างรีบร้อน นิโคลัสไหวไหล่เดินไปที่ห้องนอนหลานชาย ส่วนกังสดาลมาถึงห้องก็โทรศัพท์หาอัลฟาโล่ทันที หญิงสาวรอสายอยู่นานเสียงทุ้มคุ้นหูจึงตอบกลับมา

“ไงครับมายเดียร์ คิดถึงผมจนนอนไม่หลับเลยเหรอ” เสียงยั่วอารมณ์ของคนปลายสาย ทำให้กังสดาลถอนหายใจอย่างโล่งอก

“พูดกวนประสาทกันได้แบบนี้แสดงว่าไม่เป็นไรมากใช่ไหมคะ”

“ก็เจ็บปางตายเลยล่ะครับ” คำตอบของเขาทำเอาหญิงสาวหน้าซีด

“คุณบาดเจ็บเหรอคะ ทำไมนิคบอกว่าคุณไม่เป็นไร” เธอถามด้วยความร้อนใจ อัลฟาโล่รับรู้ความห่วงใยในน้ำเสียงเธอก็รีบตอบออกไป

“เจ็บเพราะไม่ได้จูบคุณต่างหากครับมายเดียร์” พูดจบอัลฟาโล่ก็รู้ได้ทันทีว่าผิวแก้มนวลคงแดงระเรื่อเพราะความขัดเขิน

“ตาบ้า! คนเป็นห่วงแทบตายยังจะมาลวดลายอีก” เธอแว้ดกลับอย่างโมโห

ถ้าอยู่ใกล้ๆ จะจูบปลอบให้หวานสุดใจจนกว่าจะหายตกใจ” เสียงทุ้มนุ่มหูจนกังสดาลหน้าเห่อแดง

“ระวังตัวนะคะ”

Bình Luận ()

0/255