ทัณฑ์สวาทจอมมาร

25 หนักหน่วง

*** ทักทายคร้า ***

ในขณะที่ประธานการประชุมยังคงนั่งทำงานอยู่บนชั้นสูงสุดของตัวตึก ภายในห้องประชุมใหญ่ของฝ่ายงานวิจัย ด็อกเตอร์เวนเน็ตนั่งคุยอยู่กับอัลวาเรซและทีมงานระดับหัวกะทิของอีเกอร์อีกสามคนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ประตูห้องประชุมถูกเคาะเบาๆ แล้วเปิดเข้ามา อัลวาเรซหันไปมองเจ้าหน้าที่ที่เดินถือแฟ้มเข้ามาในห้อง

“ผมเอาเอกสารมาให้ด็อกเตอร์เซ็นครับ”

ด็อกเตอร์เวนเน็ตมองเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งย้ายมาทำงานในแผนก แล้วยื่นมือไปรับเอกสารมาอ่านก่อนจะเซ็นแล้วส่งคืนให้

“คราวหน้าถ้าเอกสารไม่เร่งด่วนคุณก็ควรจะรอ เพราะห้องนี้เป็นห้องประชุมลับ คนที่จะเข้ามาต้องผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม” ด็อกเตอร์ชราถือโอกาสสอนผู้ใต้บังคับบัญชา

“ผมขอโทษครับ พอดีว่าผมไม่ทราบรายละเอียดพวกนี้มาก่อน” เจ้าหน้าที่ก้มศีรษะอย่างขอลุแก่โทษ

“ครั้งแรกฉันให้อภัย แต่อย่ามีครั้งที่สองก็แล้วกัน”

“ครับ…” เจ้าหน้าที่รับคำขณะที่สายตาชำเลืองมองเอกสารของทีมงานที่กางอยู่บนโต๊ะอย่างสนใจ อัลวาเรซลอบมองและเกิดความสงสัยขึ้นในใจ

“ออกไปได้แล้ว” ด็อกเตอร์เวนเน็ตบอก เจ้าหน้าที่ก้มศีรษะให้แล้วเดินเฉียดกระถางต้นไม้ประดิษฐ์ที่ตั้งอยู่ข้างประตูออกไป

เมื่อได้เวลาประชุม ร่างสูงสง่าของอัลฟาโล่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับครูซ ทุกคนที่รออยู่ลุกขึ้นอย่างให้เกียรติประธานในการประชุม

“ตามสบายครับทุกคน” อัลฟาโล่เอ่ยทักทายและผายมือเชิญทุกคนนั่งลง “วันนี้ทุกคนคงรู้นะครับว่าผมเรียกประชุมเรื่องอะไร งานนี้อีเกอร์จะร่วงหรือจะรุ่งก็ขึ้นอยู่กับทุกคน”

“พูดได้ดีประธานใหญ่ รถแข่งที่เรามีตอนนี้สูสีกับมิวต้ามอเตอร์ แต่สิ่งที่เราต้องเปลี่ยนคือความเบาของตัวถังรถและรอบของเครื่องยนต์” ด็อกเตอร์ชรารายงานเสียงแหบพร่า

“แต่ผมมีโมเดลใหม่มานำเสนอครับด็อกเตอร์” อัลฟาโล่บอกพลางสบตาทีมงาน ครูซเดินไปที่เครื่องฉายและเชื่อมต่อแล็ปท็อปกับเครื่อง อัลวาเรซอ่านรายละเอียดรถแข่งของอีเกอร์ก่อนจะเหลือบตาขึ้น ตำแหน่งของอัลวาเรซนั่งหันหน้าไปทางประตูจึงเห็นแสงสีแดงจากกระถางต้นไม้ข้างประตู

“ครูซรอเดี๋ยว”

เสียงห้ามของอัลวาเรซทำให้ครูซชะงักและปิดเครื่องทันที อัลฟาโล่ขยับตัวเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของน้องชาย อัลวาเรซเดินไปที่กระถางต้นไม้แล้วหยิบอุปกรณ์ดักฟังที่มีกล้องตัวจิ๋วติดอยู่ขึ้นมาดู ทุกคนถึงกับนิ่งงันมองเครื่องมือสื่อสารขนาดเล็กแต่ทรงประสิทธิภาพในมือของอัลวาเรซอย่างไม่เชื่อสายตา

อัลฟาโล่ให้สัญญาณน้องชายวางของไว้ที่เดิม

ถัดจากห้องประชุมไปไม่ไกล เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของแผนกวิจัย นั่งจ้องจอคอมพิวเตอร์ที่มืดสนิทด้วยความสงสัย นัยน์ตาสีฟ้ามองเงาวูบไหวที่เดินไปมาอย่างรอคอย

เจ้าของเครื่องมือสื่อสารรัวปลายนิ้วที่แป้นคีย์บอร์ดเพื่อเพิ่มแสง แต่ทุกอย่างยังคงมืดเหมือนเดิม “ถ้าไฟฟ้าลัดวงจรทำไมไม่มีสัญญาณอะไรออกมาวะ”

“มาแล้ว” เจ้าของเครื่องยิ้มร่านัยน์ตาเป็นประกาย เมื่อโครงร่างรถแข่งปรากฏขึ้นบนผนังสีขาวอย่างชัดเจน เพราะนั่นหมายถึงเงินจำนวนมหาศาลที่จะลอยเข้ามาในกระเป๋าโดยไม่ต้องออกแรง

ส่วนบรรยากาศในห้องประชุมลับของอีเกอร์เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด อัลฟาโล่มองโมเดลรถที่ปรากฏบนผนังด้วยแววตาเรียบเฉย

“นี่เป็นโฉมหน้าของรถที่จะลงแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ครับ” ครูซดึงความสนใจของทุกคนไปที่ภาพรถสปอร์ตสีดำคาดด้วยเปลวไฟรอบตัวรถบนผนัง อัลวาเรซและด็อกเตอร์เวนเน็ตคลี่ยิ้มกับรูปลักษณ์โค้งมนรับกันทุกสัดส่วนของตัวรถ แสดงว่าคนที่ออกแบบเข้าใจเรื่องแรงเสียดทานของตัวรถได้เป็นอย่างดี

“เยี่ยมมากๆ ท่านประธาน” ด็อกเตอร์ชรามองประธานลอดแว่นสายตาเล็กด้วยประกายตาชื่นชม อัลฟาโล่ยิ้มรับและหันไปมองคนสนิท

ความแรงอยู่ที่หกร้อยหกสิบสามแรงม้า ที่รอบเครื่องยนต์หมื่นสามร้อยรอบต่อนาที

ขนาดของล้อ เบรก

ด็อกเตอร์เวนเน็ตยกนิ้วโป้งชูขึ้น “ถ้าองค์ประกอบอื่นๆ สมบูรณ์ เราจะชนะได้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ของคนขับแล้ว”

“งานนี้เดิมพันด้วยชีวิตของผมและอนาคตของอีเกอร์ ผมจะพาทุกคนไปถึงจุดหมายให้ได้ผมสัญญา” คำประกาศิตของประธานหนุ่มทำให้ทีมงานฮึกเหิมจนต้องปรบมือให้

“แล้วเจ้ารถคันนี้เราจะตั้งชื่อว่าอะไรดี” อัลวาเรซยกมือเกาคาง อัลฟาโล่คลี่ยิ้มเพราะมีชื่ออยู่ในใจเรียบร้อยแล้ว “ว่าไงครับพี่ใหญ่”

สิ้นเสียงทรงอำนาจของอัลฟาโล่ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นอย่างชอบใจกับชื่อที่ได้ยิน “รถรุ่นใหม่ของอีเกอร์กรุ๊ปจะเปิดตัวในอีกสองเดือนข้างหน้า ทุกคนเห็นเป็นยังไงครับ”

ด็อกเตอร์เวนเน็ตเอ่ยสนับสนุน ทีมงานคนอื่นๆ

แต่ถ้าเราร่วมมือกันความสำเร็จจะเป็นของเรา” อัลฟาโล่บอกเสียงหนักแน่นเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทีมงาน

“ผมไม่เคยเห็นใครเจ้าเล่ห์และมีพรสวรรค์เรื่องการออกแบบโมเดลรถเท่านี้มาก่อน เยี่ยมมากท่านประธานหนุ่ม” ด็อกเตอร์ชรากล่าวชมจากใจจริง

“ขอบคุณครับ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ คงต้องอาศัยด็อกเตอร์กับนายเรซแล้ว” อัลฟาโล่ยิ้มรับคำชม

อัลวาเรซมองพี่ชายด้วยประกายตาล้อเลียน อัลฟาโล่เดินไปตบบ่าคนพูดเบาๆ

“ขอบใจ เสร็จงานฉันให้นายลาไปฮันนีมูนได้นานตามที่ต้องการ”

“มีข้อแลกเปลี่ยนแบบนี้ สู้ตายครับ” อัลวาเรซบอกอย่างขี้เล่น เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังตามมา

“อีกสองเดือนรถพร้อมทดสอบในสนามจริงแน่นอน” ด็อกเตอร์เวนเน็ตบอกพลางยกมือให้สองหนุ่มต่างวัย แล้วเดินออกจากห้อง ครูซเดินสวนเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

“รู้ตัวแล้วครับบอส” ครูซรายงานภารกิจล่าหนอนให้เจ้านายทราบ อัลฟาโล่แสยะยิ้มแววตาสีอำพันลุกโชน

ถ้ามันรู้ตัวก็ส่งมันไปทัวร์นรกเสีย” อัลฟาโล่กดเสียงต่ำอย่างโหดเหี้ยม

“เย็นนี้ไปดื่มกันหน่อยดีไหมพี่ใหญ่”

นายจะไปด้วยกันไหม” อัลฟาโล่บอกขณะเดินไปที่ห้องทำงาน

Bình Luận ()

0/255