ทัณฑ์สวาทจอมมาร

28 ร้ายนักรักนี้

*** ทักทายคร้า ***

ในห้องอาหารของคฤหาสน์ชาโรน็อฟ อเล็กซิสนั่งมองอัลฟาโล่เดินตามบุตรชายเข้ามาในห้องอาหาร คุณพ่อหวงลูกสาวมีแผนการพิสูจน์ความมั่นคงของว่าที่ลูกเขยในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว

“อาหารไม่รู้จะถูกปากหรือเปล่านะจ๊ะ” คุณอารยายิ้มให้

“น่าทานมากครับคุณแม่” อัลฟาโล่ยิ้มรับความเมตตาแล้วเดินอ้อมไปนั่งเก้าอี้ว่างข้างกังสดาล อเล็กซิสออกอาการหมั่นไส้ว่าที่ลูกเขยจึงเอ่ยขัดขึ้น

“เชิญคุณนั่งข้างอีวานดีกว่านะอัลฟาโล่” อเล็กซิสผายมือไปทางอีวานที่นั่งติดกับพุดแก้ว อัลฟาโล่มองเสี้ยวหน้านวลของกังสดาลนิดหนึ่ง แต่หญิงสาวหันไปเล่นกับหลานชายตัวน้อย หากในใจก็อดสงสารเขาไม่ได้ ร่างสูงจำต้องเดินไปนั่งตามคำสั่ง

“เอาล่ะจ้ะ ทานมื้อเย็นกันได้แล้ว” อารยาเอ่ยเสียงหวาน หากคนเป็นสามีก็ไม่วายออกอาการขัดใจที่เห็นสายตาคมกริบมองบุตรสาวราวกับจะกลืนกิน

“ทานข้าวเสร็จแม่อย่าลืมให้เด็กรับใช้เอายามาฉีดฆ่ามดด้วยนะ” อเล็กซิสบอกเสียงเรียบ ทำเอาทุกคนหันไปมองด้วยความแปลกใจ

“บ้านเราไม่เคยมีมดนะจ๊ะพ่อ” อารยาตอบพลางมองไปที่แม่บ้านเก่าแก่ หากคำตอบของอเล็กซิสทำเอาทุกคนมองด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง

“ทุกวันไม่มีจ้ะ แต่วันนี้มดแดงไต่เต็มบ้านเลยเพราะมีคนเอาน้ำตาลมาเททิ้ง” เมื่อรู้ตัวว่าถูกประชดประชัน อัลฟาโล่ก็อมยิ้มกับท่าทีของว่าที่พ่อตา

“น้ำตาลจะหวานเฉพาะที่ชาโรน็อฟครับคุณพ่อ” อัลฟาโล่ถือโอกาสทำคะแนนด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่คนถูกเรียกว่าพ่อหน้าตึงที่มีลูกชายเพิ่ม ครั้นจะโต้ตอบแก้ลำก็เกรงใจภรรยาที่ส่งสายตาปรามๆ มาให้ อัลฟาโล่ได้พวกเพิ่มก็ยิ่งได้ใจหันไปยิ้มให้กังสดาล

“ฉันจะคอยดู” อเล็กซิสบอกพลางตักอาหารใส่จาน จากนั้นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เมื่อมีกามเทพตัวน้อยอย่างอีวานที่ถามตอบอย่างไร้เดียงสา เรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มจากผู้ใหญ่จนกระทั่งมื้อเย็นจบลง

เมื่อมื้อเย็นจบลงไม่นาน อัลฟาโล่ก็เข้าไปคุยกับอเล็กซิสและนิโคลัสในห้องทำงาน เวลาผ่านไปนานเกือบชั่วโมงก็ไม่มีใครออกมา ทำให้กังสดาลนั่งไม่ติดเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าห้องทำงานของบิดา โดยมีพุดแก้วและอีวานนั่งกุมขมับอยู่ใกล้ๆ

“ป้าคับ อีวานเมื่อยแล้วคับ” อีวานบอกพลางเดินไปจับมือคุณป้ามานั่งบนโซฟา กังสดาลยกร่างกลมป้อมไปนั่งบนตักแล้วหอมแก้มใสแรงๆ ทีหนึ่ง

“ทำไมเมื่อยล่ะครับ ป้าสิต้องเป็นคนเมื่อย”

“ผมก็มองตามป้าจนเมื่อยเหมือนกันคับ” คำพูดไร้เดียงสาของหลานชายตัวน้อย ทำเอากังสดาลหน้าเหวอ พุดแก้วเห็นอาการสองป้าหลานก็คลี่ยิ้ม

“ต้าย! หนุ่มน้อยช่างพูดนักนะ” กังสดาลประคองแก้มใสทั้งสองข้างแล้วโยกไปมาด้วยความมันเขี้ยว “ก็ป้าเป็นห่วง…” หญิงสาวหยุดพูดก่อนจะหันไปมองพุดแก้ว

“ห่วงลุงนิคเหรอคับ ลุงนิคเป็นฮีโร่คับ”

“รู้ได้ยังไงครับว่าป้าห่วงลุงนิค” กังสดาลสะกิดแก้มใสอย่างเอ็นดู

“ถ้าไม่ห่วงลุงนิคก็ห่วงลุงกระทิงตัวใหญ่คนนั้นใช่เปล่า” อีวานเอียงหน้าถามอย่างน่ารัก ทำเอาคนเป็นป้าหน้าเห่อแดง

“ต้าย…แสบนะเรา ใครบอกให้เรียกลุงอัลฟาโล่แบบนั้นจ๊ะ”

ไม่เฉพาะกังสดาลที่โมโหพี่ชายที่ไม่ระวังคำพูด

ในขณะที่หน้าห้องกรุ่นไปด้วยความโมโห อุณหภูมิในห้องทำงานก็เคร่งเครียดไม่แพ้กัน สีหน้าคนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานเคร่งขรึมไม่ต่างจากประมุขของชาโรน็อฟ

“นายคงสงสัยเคจีบีที่ลอบยิงนายเมื่อหลายวันก่อน” คำพูดของนิโคลัสทำเอาอัลฟาโล่หันไปมองคู่ปรับ ก่อนจะสบตาคนสนิท

“แค่ต้องการความแน่ใจว่าชาโรน็อฟไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้” อัลฟาโล่บอกพลางสบสายตากับอเล็กซิส

แต่ถ้าใครทำให้เรามัวหมองรับรองมันไม่ตายดีแน่” เสียงแหบพร่าของประมุขใหญ่ของชาโรน็อฟยืนยันด้วยตัวเอง อัลฟาโล่เห็นแววตาเปิดเผยแฝงไปด้วยความดุดัน ทำให้รู้ว่าว่าที่พ่อตาสมัยหนุ่มๆ

ไม่งั้นคงดึงคนพวกนี้มาทำงานไม่ได้” นิโคลัสพูดจบก็เดินไปหยิบเอกสารที่ชั้นวางมาส่งให้อัลฟาโล่

“เช่นว่าอะไร” อัลฟาโล่รับเอกสารมาวางตรงหน้าและเอ่ยถามเสียงเรียบ

ค้ามนุษย์ และแว่วๆ

อัลฟาโล่หน้าเคร่งขรึมกว่าเดิม เพราะประวัติที่คนของอาร์คาดิโอได้มาก็หาข้อดีไม่ได้ นี่เล่นค้าอาวุธสงครามในตลาดมืดอีกต่างหาก

เพราะฉะนั้นคุณควรจะอยู่ห่างนางฟ้าของเราไว้” นั่นประไรคุณพ่อตา

อเล็กซิสมองหน้าคมและแอบชื่นชมอยู่ในใจ แต่ถึงจะชอบแค่ไหน

ถ้านางฟ้าของชาโรน็อฟเจ็บแม้แต่ปลายก้อย

ทันทีที่ประตูเปิด กังสดาลก็ยกร่างกลมป้อมให้พี่ชายแล้วมองเข้าไปในห้องทำงานของบิดา “ทำไมมานั่งที่นี่ล่ะนาเดีย”

“นาเดียห่วงพ่อกับนิคนี่คะ นายคนนั้นไม่เบา” กังสดาลเข้าไปจับแขนบิดา นิโคลัสคลี่ยิ้มก่อนจะเดินไปจับมือพุดแก้ว

“ห่วงเรากับพ่อหรือห่วงหมอนั่นจะถูกทำร้ายกันแน่” นิโคลัสพูดจบก็ต้องสูดปาก เพราะถูกพุดแก้วฟ้อนเล็บที่ต้นแขน

“เราจะห่วงคนอื่นมากกว่าตัวกับพ่อได้ไง”

“จะไปรู้เหรอ เห็นชะเง้อเข้าไปในห้องจนคอจะยาวเท่ายีราฟอยู่แล้ว” นิโคลัสแซวนัยน์ตาล้อเลียน กังสดาลทำแก้มป่องเอียงแก้มกับต้นแขนบิดา

อเล็กซิสหัวเราะลูบศีรษะบุตรสาวด้วยความรัก

“พ่อฝากนาเดียส่งแขกด้วย แต่ถ้าแขกไม่รักษามารยาทก็ให้การ์ดจัดการได้เลยนะลูกรัก” อเล็กซิสชำเลืองมองหน้าคมก่อนจะเดินจากไป

ดูท่าเจ้าตัวแสบจะง่วงเต็มแก่แล้ว” นิโคลัสยกมือพุดแก้วไปจูบเบาๆ ให้คนแถวนี้อิจฉาก่อนจะพากันเดินไป

พ่อให้ไปส่งผมไม่ใช่เหรอ” เขาอ้อนพร้อมส่งสายตาปรอยๆ ไปให้

อัลฟาโล่ไม่ได้เดินไปที่รถ แต่พาเธอเดินไปที่ระเบียงไม้ที่ยื่นเข้าไปในสระน้ำ ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับสายน้ำตกประดิษฐ์ที่ไหลลงมา

“ไม่อยากกลับเลยให้ตายสิ” เขาพึมพำพร้อมกับโอบเอวบางหลวมๆ

ทำเอาอัลฟาโล่เงียบไป

แต่อาวุธหนักแค่ไหนก็ฆ่าผมไม่ได้ แต่ถ้านางฟ้าชาโรน็อฟไม่รับรัก หัวใจกระทิงเปลี่ยวคงแหลกสลาย”

พูดจบวงแขนแข็งแรงก็กระชับแน่น หญิงสาวมองซ้ายขวาเพราะกลัวคนเห็น ก่อนจะหันมาเล่นงานเขา “นี่คุณ

อัลฟาโล่อดใจไม่ไหวก้มลงไปจูบแก้มปลั่งและคลอเคลียอยู่อย่างนั้น

ทั้งๆ ที่เธอก็คอยเตือนตัวเองว่าไม่ควรคิดเรื่องหื่นๆ กับคนที่ไม่ได้รัก

เสียงแหบพร่าดังข้างหู

คุณคงหลุดไปจากที่นี่ไม่ได้แน่” เธอขู่ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาไม่เคยกลัว อัลฟาโล่คลี่ยิ้ม ฝ่ามือหนาก็คอยหากำไรที่แผ่นหลังละเลื่อนไปลูบไล้สะโพกผายมนเบาๆ

ก็กั้นผมไม่ได้หรอก” ดวงตาสีอำพันมองเธออย่างอบอุ่น มือบางที่ผลักไสอกกว้างออกห่างก็วางค้างที่แผงอก

“กำแพงของชาโรน็อฟทลายได้ด้วยความจริงใจ”

“ผมมีเกินร้อย ขอแค่คุณมีใจ”

…อีตาบ้า ถ้าไม่มีใจจะให้กอดจูบแบบนี้เหรอ…เธอค่อนขอดเขาในใจและเบือนหน้าหนีเพื่อปิดบังความรู้สึกในใจ แต่ปลายมือแกร่งก็จับปลายคางหันกลับมาหา

“ว่าไงครับมายเดียร์ ยอมเป็นมาทาดอร์ปราบกระทิงดุอย่างผมหรือเปล่า”

Bình Luận ()

0/255