ทัณฑ์สวาทจอมมาร

31 เงื่อนไขของเวลา

*** ทักทายคร้า ***

กรุงมาดริด ประเทศสเปน

บนเกาะส่วนตัวของอัลฟาโล่ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะอีบาซารายล้อมไปด้วยน้ำทะเลสีคราม สายลมเย็นสบายบวกกับความงดงามยามอาทิตย์อัสดง ไม่ได้ทำให้ร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่รู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย ไฟแค้นที่สุมอยู่ในใจทำให้เขาหลับไม่สนิทมาตลอดหลายวัน เสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ดังแว่วมาแต่ไกล ดึงความสนใจให้ร่างสูงยอมขยับตัว ไม่นานเครื่องบินเจ็ทลำใหญ่ก็บินผ่านศีรษะไป เจ้าของเกาะเงยหน้าขึ้นไปมอง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูออกกว้าง

อัลฟาโล่ยืนรอหน้าประตูไม่นาน ครูซก็อุ้มร่างของกังสดาลออกมาจากลิฟต์ แม้ไม่อยากให้ชายใดแตะต้องเธอ แต่ครั้นจะไปอุ้มหญิงสาวด้วยตัวเองสภาพร่างกายก็ไม่อำนวย ครูซเห็นสายตาและสีหน้าไม่พอใจของเจ้านายก็รีบวางนางฟ้าชาโรน็อฟลงบนเตียงกว้าง อัลฟาโล่มองดวงหน้าซีดขาวด้วยความคิดถึงและอยากกอดแนบอก หากความคลางแคลงใจทำให้ยืนกำมือแน่นอยู่กับที่

“เรียบร้อยครับบอส” ครูซถอยห่างจากเตียง อัลฟาโล่พยักหน้ารับรู้แต่ไม่ยอมละสายตาจากเรียวหน้าสวย “วันนี้คุณนิโคลัสไปที่มิวต้ามอเตอร์แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงครับ”

“แสดงว่าข้อมูลที่คนของเราได้มา นิโคลัสก็คงได้เหมือนกันถึงไปที่นั่น” อัลฟาโล่นั่งริมขอบเตียง มือจับปรอยผมออกจากใบหน้างาม

“อังเดรคงต้องการให้เรากับชาโรน็อฟมีปัญหากัน” ครูซบอกพลางลอบถอนหายใจเบาๆ และรู้สึกหนักใจไม่น้อยที่เจ้านายสร้างรอยร้าวด้วยการสั่งให้เขาไปลักพาตัวนางฟ้าชาโรน็อฟมาที่นี่

“ในเมื่อมันต้องการแบบนั้น เราก็ตามน้ำให้มันชะล่าใจไป ฉันจะทำให้มันตายทั้งเป็น ให้คนของเราหารายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจของมันทั้งถูกและผิดกฎหมายทั้งหมดมาอย่างละเอียด ฉันจะทำให้เศรษฐีกลายเป็นยาจกให้ดู” ครูซถึงกับเย็นยะเยือกไปทั้งตัวกับน้ำเสียงโหดเหี้ยมของเจ้านายหนุ่ม

“กลับมาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนเถอะ ที่เหลือฉันจัดการเอง” ครูซก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องไป

เมื่อในห้องมีเพียงเขาและเธอ ร่างสูงก็โน้มลงไปจูบแก้มนุ่ม และคลอเคลียปลายจมูกอยู่อย่างนั้นเพื่อดับไฟร้อนในกายให้เบาลง จากนั้นก็เคลื่อนมาจุ๊บริมฝีปากอิ่มแผ่วเบา ก่อนจะยกตัวขึ้นไปมองเธอทั้งตัว

“เดี๋ยวเปลี่ยนชุดก่อนแล้วค่อยนอนนะครับมายเดียร์” ร่างสูงเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ในตู้เสื้อผ้า แล้วกลับมาถอดเสื้อผ้าเธอออก ชายหนุ่มใช้เวลานานกว่าจะเสร็จ เพราะปลายประสาทไร้กระดูกกลางตัวขนาดตัวเต็มที่จนเขาต้องกัดกรามแน่น หากไม่บังคับให้มันสงบ เขาก็คงลักหลับผู้หญิงเป็นครั้งแรกในชีวิต

“อยากลักหลับผู้หญิง แค่คิดก็ขายหน้าแล้วอัลฟาโล่เอ๊ย” เขามองร่างนวลเนียนสมส่วนตรงหน้า ก่อนจะสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับเธอ วงแขนโอบกอดร่างนุ่มแนบอกก่อนจะจุมพิตหน้าผากนูนเบาๆ ความนุ่มของอกหยุ่นที่ไม่มีสิ่งห่อหุ้มเบียดชิดกับซิกแพ็กหนาจนเขาร้อนฉ่าไปทั้งตัว

“จับเธอมาทรมานหรือตัวเองทรมานเสียเองวะอัลฟาโล่” ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ฝ่ามือลูบไล้ลำแขนกลมกลึงไปมาด้วยประกายตาอ่อนโยน เมื่อสมองผ่อนคลายแถมมีร่างคนที่เฝ้าคิดถึงแนบกาย อัลฟาโล่ก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความสุข

คอยกอดกระชับเอาไว้ ร่างบางเบียดตัวเข้าหาอกกว้างเมื่อสายลมพัดวูบผ่านหน้าต่างเข้ามา อัลฟาโล่กระชับอ้อมกอดแน่น ดวงตาคมเข้มก้มมองแก้มแดงสดใสและอดไม่ได้ที่จะจุมพิตเบาๆ

เสียงคลื่นและกลิ่นไอของท้องทะเล ทำให้คิ้วโก่งสวยขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ

“คุณ!” ริมฝีปากอิ่มพึมพำและเผยอค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นหน้าเขาชัดขึ้น อัลฟาโล่จับปลายคางมนเชยขึ้นแล้วยิ้มให้

หลับสบายไหม” กังสดาลกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะได้สติผลักอกกว้างออกห่าง

ความห่วงใยที่มีให้พลันหายไปเมื่อเห็นแววตาเหยียดหยันส่งผ่านมาให้ เมื่อคำตอบคือความเงียบ ใบหน้าซีดขาวก็บึ้งตึงขึ้นมาทันที “ทำไมต้องทำแบบนี้คุณอัลฟาโล่

อีกอย่างถ้าเชิญดีๆ คุณคงไม่มาจริงไหม”

คนเลว คอยดูนะนิคจะตามมาถล่มคุณ” เธอทั้งขู่ทั้งดิ้นจนเหนื่อยหอบ อัลฟาโล่พลิกร่างงามนอนราบกับที่นอนและขึ้นทาบทับจนเธอตกใจ

“กว่าหมอนั่นจะบินมาถึงมาดริดก็คงช้าไปแล้ว”

คนสารเลว” เธอต่อว่าเสียงดังลั่น

เขาบอกเสียงพร่าก่อนจะประกบริมฝีปากกับกลีบปากนุ่ม บดขยี้เร่าร้อนด้วยแรงปรารถนาและความโมโหที่อัดแน่นอยู่ข้างใน

น้ำตาซึมออกมาด้วยความเสียใจ นี่น่ะเหรอผลตอบแทนความห่วงใยที่เธอมีให้ หญิงสาวฮึดสู้เผยอปากเพื่อรับลิ้นสากที่ไล้รอโอกาสอยู่ อัลฟาโล่แปลกใจ หากความหวานซึ้งที่ได้ลิ้มลอง ทำให้สอดลิ้นร้อนเข้าไปกวาดควานหาความหวาน ความวาบหวามซาบซ่านของรสจูบเขาทำเอาเธอสั่นไหว แต่สิ่งที่ตั้งใจดึงสติเธอกลับมา หญิงสาวรอจนเขาเพลิดเพลินกับความหวานของริมฝีปาก

“เจ้าเล่ห์จริงทูนหัว ล่อหลอกให้ตายใจแล้วเชือดนิ่มๆ เหมือนที่คนของชาโรน็อฟถล่มผมเมื่อสี่วันก่อนเลย” เขาเหยียดยิ้มตาคมกวาดมองดวงหน้าแดงก่ำอย่างถูกใจ

ชาโรน็อฟไม่เคยคิดร้ายกับคุณนะคะ” ประโยคท้ายเสียงเธออ่อนลง

“เชื่อยากนะเพราะก่อนมาคุณก็บอกผมเอง จำไม่ได้หรือไง”

ทำไมต้องให้วูฟล์ตามไปช่วยคุณ” เธอบอกเสียงแข็งตาประสานกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว อัลฟาโล่ชะงัก

“บางทีพี่ชายคุณอาจจะสร้างสถานการณ์ให้ผมเชื่อใจแล้วค่อยเชือดก็ได้ว่าไหม” พูดจบเขาก็ก้มลงไปหมายจะจูบปากอิ่มแต่เธอก็เบือนหลบ จมูกโด่งจึงฝังลงบนลำคอขาว เขาถือโอกาสซุกไซ้พร้อมกับลากไล้ปลายลิ้นลิ้มความหวานของเนื้อนางหอมกรุ่น

“ใจสกปรก นี่น่ะเหรออัลฟาโล่ผู้ยิ่งใหญ่ในมาดริด ปรักปรำคนไม่มีหลักฐาน แถมลักพาตัวผู้หญิงที่ไม่เต็มใจอีกต่างหาก”

เราจูบกันตั้งหลายครั้ง ทุกครั้งคุณก็ตอบสนองหวานสุดใจนี่นา” เขาลากริมฝีปากไปงับปลายคางมนเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนไปจูบดวงหน้านวลเนียนอย่างเป็นเจ้าของ ความวาบหวานซาบซ่านที่เขากำลังสร้าง ทำเอาเธอหวั่นๆ กลัวจะร่วมมือกับเขาเหมือนที่ผ่านมา หญิงสาวพยายามสกัดกั้นอารมณ์ความต้องการไว้ด้วยการเม้มริมฝีปากแน่น

“คุณลักพาตัวฉันมาเท่ากับประกาศเป็นศัตรูกับชาโรน็อฟ แต่ถ้าคุณปล่อยฉันกลับไปตอนนี้ ฉันจะอธิบายให้พ่อกับนิคเข้าใจเองนะคะ”

“ไม่มายเดียร์ คุณต้องอยู่กับผมจนกว่าผมจะมั่นใจว่าใครที่ตามล่าผมอยู่” คำตอบของเขาทำเอาเธออ่อนใจ แต่ก็พยายามจะอธิบายให้เขาเข้าใจ

“แต่ไม่ใช่ชาโรน็อฟนะคะ มีคนต้องการให้คุณกับนิคเข้าใจผิดกัน”

เขายั่ว ไล้ปลายนิ้วบนแก้มปลั่งไปมา “ผมไม่เชื่อใครง่ายๆ ด้วยสิ แต่ถ้าจะให้ผมเชื่อว่าชาโรน็อฟไม่ใช่คนทำ เราก็ต้องพิสูจน์กัน”

“พิสูจน์ยังไง”

Bình Luận ()

0/255