ทัณฑ์สวาทจอมมาร

33 ต่อมห่วงทำงาน

*** ทักทายคร้า ***

เมื่อลมหายใจกลับสู่จังหวะปกติ ร่างกำยำตระกองกอดร่างนุ่มและซบหน้ากับบ่าบาง ในขณะที่ความแข็งแกร่งยังไม่ถอดถอนออกจากร่างงาม กังสดาลรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งร่างจนไม่มีแรงดิ้นรนหนี ริมฝีปากได้รูปจูบซับไรเหงื่อที่ลำคอ ดวงหน้าอย่างเฝ้าเอาใจ หญิงสาวเบือนหน้าหนีและไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมา อัลฟาโล่ยกตัวขึ้นมอง หญิงสาวก็ขยับจะพลิกตัวหันหลังให้ แต่เขาไม่ยอมให้ทำตามอำเภอใจ

“มายเดียร์” เขาเรียกชื่อนุ่มนวล มือจับปลายคางมนบังคับหันมาหา หญิงสาวก็ปัดมือหนาออกแรงๆ จนมันไปตกอยู่บนอกอวบ และก็เป็นเธอนั่นแหละที่เป็นฝ่ายสะดุ้งเสียเอง

“ไม่ต้องมาเรียก ฉันสะอิดสะเอียน แล้วเอามือสกปรกของคุณออกจากอกฉันด้วย” เธอปัดมือเขาตกลงไปข้างตัว ใบหน้าคมตึงขึ้นและจับร่างงามหันมาหา สายตาสองคู่สบกันด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง คู่หนึ่งวับวาวเต็มไปด้วยความสุข ในขณะที่อีกคู่เจ็บช้ำที่โดนย่ำยีอย่างไม่เห็นค่า

“เมื่อกี้ไม่เห็นบอก กอดซะแน่น ดูสิรอยเล็บเต็มหลังผมเลย” เขาเอี้ยวตัวให้ดู กังสดาลหน้าแดงมองรอยเล็บอย่างอายๆ

“อ้าย! กระทิงเถื่อนนี่แน่ะ นี่แน่ะ” เธอฟาดฝ่ามือบนบ่าและตามลำตัวเขาแรงๆ อัลฟาโล่กลัวตัวเองช้ำในตายก่อนแต่งงานก็ยกมือขึ้นปัดป้อง

“โอ๊ย! โอ๊ย! มายเดียร์ ทำไมชอบความรุนแรงแบบนี้ ผมช้ำในตายคุณกลายเป็นม่ายเลยนะครับ” เขาบอกพลางรวบมือเธอไว้ กังสดาลดึงมือกลับเขาก็ไม่ยอม แถมยิ้มยั่วจนเธอหมั่นไส้อีก

“คนเลว ข่มขืนเขาแล้วโวยวายทำไม ไม่ฆ่าให้ตายก็บุญเท่าไรแล้ว” เธอน้ำตาคลอ อัลฟาโล่เห็นน้ำใสๆ ที่เจืออยู่ในดวงตาคู่งามก็ตกใจ โอบกอดเธอแนบอกและจูบหน้าผากนูนเบาๆ

“ผมฆ่ายังไงก็ไม่ตายหรอก เพราะหัวใจฝากไว้ในนี้แล้ว” เขาวางมือบนอกซ้ายตรงหัวใจเธอ กังสดาลเอนตัวหนีแต่ฝ่ามือหนาก็ดันแผ่นหลังเข้ามาชิด อกอวบอิ่มไร้สิ่งห่อหุ้มแนบชิดแผ่นอกกว้าง

“ไม่ต้องมาหวาน คุณมันบ้า จับฉันมาปล้ำแบบนี้ใช้ได้ที่ไหน” เธอบอกเสียงขึ้นจมูก ใจอดคิดถึงครอบครัวไม่ได้ ป่านนี้คงรู้แล้วว่าเธอหายตัวไป

“ปล้ำเพราะรัก แต่เอ๊ะ! เดี๋ยวนะที่รัก ยกเมื่อกี้ผมปล้ำจริงเหรอเพราะเท่าที่ดูผมว่า…” เขาหยุดเพื่อให้เธอคิดต่อ กังสดาลร้อนไปทั้งหน้า

“ปล้ำ ปล้ำ” เธอย้ำให้เขาฟัง แต่คนเจ้าเล่ห์ก็เฉไฉด้วยการพลิกร่างงามนอนราบกับที่นอน กังสดาลตาโตยกมือดันอกเขาเอาไว้

“ว้าย! จะทำอะไรของคุณ”

“ก็ทำตามคำสั่งไง เมื่อกี้คุณบอกให้ผมปล้ำ…ปล้ำไม่ใช่เหรอ ผมเป็นคนหัวอ่อน เมียว่าไงก็ต้องทำตามนั้น” เขาบอกเสียงอ้อน แต่เธออยากจะกรี๊ดลั่นบ้านนัก ทีอย่างนี้หัวอ่อน ทีบอกความจริงกลับไม่เชื่อ คนบ้า…เธอค่อนขอดเขาในใจ อัลฟาโล่มองดวงหน้านวลด้วยประกายตาอ่อนโยน

“อยู่กับผมที่นี่นะมายเดียร์ ผมไม่อยากห่างคุณ”

“ได้ยังไงคะ แค่คุณลักพาตัวฉันมา ที่บ้านคงออกตามหากันวุ่นวายแล้ว และอีกไม่นานนิคก็ต้องมาที่นี่เพื่อเอาตัวฉันกลับไป”

“ไม่มีทาง!” เขาตอบสั้นๆ แต่จริงจัง

“ทุกทางเป็นได้เสมอแหละค่ะ คุณหัดไว้ใจคนอื่นซะบ้างจะได้มีมิตรมากกว่าศัตรู ครอบครัวฉันไม่เคยคิดเป็นศัตรูกับคุณ นิคเองก็ไม่ได้โกรธเกลียดขนาดให้คนไปฆ่าคุณขนาดนั้น” เธออธิบายยืดยาวเพื่อให้เขาเข้าใจ แต่อัลฟาโล่กลับไม่สนใจอะไรมากไปกว่าผิวกายนวลเนียนที่อยู่ใต้ร่าง มือเขาเริ่มอยู่ไม่สุขจับโน่นบีบนี่จนเธอใจสั่น บางจุดที่ไวต่อความรู้สึกเขาก็เน้นเพื่อให้เธอเปล่งเสียงครางออกมา

“ฉันคุยกับคุณอยู่นะ ฟังก่อนสิคะ”

“ไม่อยากฟัง เพราะรู้แล้วว่าไม่ใช่ชาโรน็อฟที่ต้องการชีวิตผม” เขาบอกเสียงเรียบแต่คนที่เสียเยื่อพรหมจรรย์อ้าปากค้าง

“อะไรนะ?! คุณรู้แล้วเหรอว่าใครต้องการฆ่าคุณ”

คนไหนมิตรเทียม ทำไมจะดูไม่ออก” เขาบอกหน้าตาย

หาเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว รู้แล้วจับตัวฉันมาทำไมไม่ทราบ”

“ผมคิดถึงแล้วต้องการกำลังใจนี่ครับ ก็เลยให้ครูซไปจับตัวมาเพราะถ้าไปขอดีๆ พ่อคุณคงไม่ยอม”

“ก็เลยใช้วิธีป่าเถื่อน” เธอต่อให้และเดาล่วงหน้าได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้

ผัวคิดถึงจริงๆ จ้ะ”

ไม่นานร่างงามก็อ่อนระทวย ยอมร่วมมือขึ้นชกยกสองกับเขาอย่างเร่าร้อน

11

คฤหาสน์ชาโรน็อฟ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย

แต่ที่มอสโกกลับเต็มไปด้วยไฟแค้น นิโคลัสยืนมองกระเป๋าถือของน้องสาวที่ทำตกไว้หลังตึกอีเกอร์กรุ๊ป ใบหน้าคมสันเคร่งเครียด กรามแข็งแรงนูนเป็นสันอยู่ตลอดเวลา เสียงเคาะประตูเบาๆ แล้วเปิดเข้ามา ดึงให้ร่างสูงสง่าหันไปมอง

“เป็นอย่างที่เราคิดครับบอส คนที่ลักพาตัวคุณหนูไปคือครูซ” วูฟล์รายงาน

“แน่แล้วใช่ไหม” นิโคลัสถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“ครับบอส ภาพจากกล้องวงจรปิดชัดเจนว่าเป็นครูซ” นิโคลัสทุบกำปั้นลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น

สงสัยทำไมมันไม่ถามวะ ทำไมต้องจับตัวนาเดียไปด้วย

“แหล่งข่าวของอีเกอร์ยืนยันชัดเจน ว่าคุณอัลฟาโล่ไม่ได้อยู่ในมอสโกครับ คนที่ดูแลงานแทนคือคุณอัลวาเรซ”

ฉันจะไปเค้นคอมัน” นิโคลัสบอกพลางเดินออกจากห้องทำงาน “หึ มันคิดจะพาน้องสาวฉันหายเข้ากลีบเมฆง่ายๆ

“ผมให้คนของเราออกหาข่าวทั้งมอสโกและมาดริดแล้วครับ”

การที่อัลฟาโล่กล้าลูบคมชาโรน็อฟก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูชัดเจน เขาในฐานะลูกคนโต

ดวงตาคมเข้มแข็งกร้าวโกรธแค้นคนที่กล้าแตะนางฟ้าชาโรน็อฟ วูฟล์เหลือบมองเจ้านายผ่านกระจกหลังอย่างหนักใจ ช้างชนช้างแบบนี้คงเกิดสงครามย่อยๆ เสียกระมัง

อัลวาเรซยืนรอแขกที่มาแบบไม่ได้รับเชิญ โดยมีการ์ดนับสิบยืนเป็นแผงหลัง ไม่ถึงห้านาทีรถก็วิ่งมาจอดหน้าประตูบริษัท

อัลวาเรซทักทายด้วยรอยยิ้ม แต่นิโคลัสยังคงหน้าบอกบุญไม่รับและไม่ยอมจับมือทักทายตามมารยาทอีกต่างหาก อัลวาเรซแก้เก้อด้วยการยกมือขึ้นจัดสูทให้เข้าที่ นิโคลัสดึงแว่นกันแดดออกจากสันจมูก

“เข้าเรื่องเลยนะคุณเรซ ผมอยากรู้ว่าน้องสาวผมอยู่ที่ไหน”

“น้องสาวหายทำไมมาตามที่นี่ล่ะครับ” อัลวาเรซถามพลางสอดมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง น้ำเสียงกึ่งยั่วอารมณ์ทำเอานิโคลัสเดือดดาล มือใหญ่กำเข้าหากันแน่น

นิโคลัสตวาดเสียงดังลั่น แต่ไม่ได้ทำให้อัลวาเรซกลัวแม้แต่น้อย

พี่ใหญ่รักนางฟ้าชาโรน็อฟก็จริง แต่ไม่ทำร้ายหัวใจตัวเองแบบนั้นแน่” อัลวาเรซบอกอย่างมั่นใจในตัวพี่ชาย เพราะวันที่ถูกทำร้าย

แล้วบอกมาว่าน้องสาวฉันอยู่ไหน ไม่งั้นที่นี่ราบเป็นหน้ากลองแน่”

“ถ้าพี่ใหญ่เอาตัวคุณกังสดาลไปจริงๆ เธอต้องปลอดภัย ผมเอาเกียรติของอาร์คาดิโอเป็นประกัน”

“แต่พี่ชายนายทำให้ความเชื่อใจของเราหมดไปแล้วอัลวาเรซ ถ้าน้องสาวฉันเจ็บแม้แต่ปลายก้อย ต่อให้อาร์คาดิโอยิ่งใหญ่แค่ไหน ฉันก็จะตามไปถล่มให้ราบ”

Bình Luận ()

0/255