ทัณฑ์สวาทจอมมาร

34 เกิดมาอ้อน

*** ทักท้ายคร้า ***

อัลวาเรซมาถึงโรงพยาบาลก็ถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน พยาบาลสามคนช่วยกันถอดเสื้อของเขาออกเพื่อทำความสะอาดแผล ดวงตาคมรีมองไปที่ประตู หวังจะเห็นว่าที่คู่หมั้นมาดูแล

“หมอแอนนาล่ะครับคุณพยาบาล” พยาบาลสาวพากันยิ้มให้ก่อนจะตอบออกไป

“คุณหมอตรวจคนไข้อยู่ค่ะ อีกไม่นานคงมาตรวจอาการ” พยาบาลบอกเสียงหวาน ขณะช่วยกันทำแผลจนเสร็จเรียบบร้อย พอดีกับประตูห้องฉุกเฉินเปิดเข้ามา

“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณหมอ อาการโดยทั่วไปของคนไข้ไม่มีอะไรน่าห่วง” พยาบาลส่งชาร์ตให้ แอนนารับไปอ่านแล้วมองสบตาคมรีที่มองมาอย่างออดอ้อน

“ใครว่าล่ะครับคุณพยาบาล แผลไม่มีอะไรน่าห่วงแต่โรคหัวใจของผมกำเริบ” อัลวาเรซบอกเสียงหม่น แต่แววตาไหวระริก พยาบาลสาวพากันอมยิ้มเมื่อเห็นผิวแก้มใสของคุณหมอแดงระเรื่อ

“โรคนี้ท่าจะหนักเอาการนะคะ ฉันว่าผ่าตัดควักหัวใจออกมาให้ไก่กากินเลยดีกว่าไหม” แอนนาบอกพลางขยับไปยืนชิดเตียงเพื่อตรวจอาการชายหนุ่ม

“ใจร้ายจังที่รัก หัวใจผมมีดวงเดียวเองนะครับ ถ้าคุณควักไปผมจะรักคุณได้ยังไง” อัลวาเรซอ้อนทั้งสายตาและน้ำเสียง พยาบาลยืนอมยิ้มอยู่ด้านหลัง

“เอาคุณไข้ไปที่ห้องพักฟื้นเลยนะคะ เดี๋ยวหมอจะไปตรวจที่นั่น” แอนนาสั่งงานพยาบาล ก่อนจะหันกลับไปขึงตาใส่คนที่ทำให้เธอได้อาย

“เล่นอะไรก็ดูสถานที่ด้วยนะคุณเรซ ฉันอายคนอื่นเขา” เมื่ออยู่กันตามลำพังเธอก็ต่อว่าเขาทันที อัลวาเรซคลี่ยิ้มจับมือขาวสะอาดไปกุม

“ก็ผมคิดถึงหมอนี่ครับ ไม่ได้เจอตั้งสองวันแน่ะ” เขาจับมือคุณหมอไปจูบแววตาคมรีพราวระยับ แอนนาชักมือกลับแต่เขาก็ยึดไว้แถมไล้นิ้วเล็กเล่นเบาๆ

“รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนทำไมไม่ไปหาล่ะ” แอนนาพูดเสร็จก็ก้มมองแผงอกกว้างอย่างเอียงอาย เพราะเธอเองก็ชะเง้อคอรอเขาอยู่เหมือนกัน อัลวาเรซเห็นท่าทางเอียงอายของว่าที่คู่หมั้นสาว ก็ยกตัวขึ้นไปหอมแก้มใสฟอดใหญ่ แอนนาตาโตกุมแก้มข้างที่ถูกเขาหอมแล้วมองประตูห้อง อัลวาเรซเหมือนจะรู้ก็วาดเท้าลงไปยืนบนพื้น

“รอผมอยู่เหมือนกันใช่ไหมครับ” อัลวาเรซถามพลางโน้มใบหน้าไปคลอเคลียข้างแก้มหอม

“อย่าทำรุ่มร่ามได้ไหมคะ ที่นี่โรงพยาบาลนะ” เธอบอก ใบหน้างอง้ำที่เผลอให้เขาจับความรู้สึกได้ อัลวาเรซกอดเอวบางหลวมๆ อกหนั่นแน่นเต็มไปด้วยหมัดกล้ามเบียดชิดกับอกนุ่ม ไอร้อนจากกายแกร่งแผ่ผ่านเนื้อผ้าทำเอาคุณหมอสาวหวั่นไหว

“ผู้ร้ายปากแข็งแบบนี้ต้องจูบให้อ่อน” อัลวาเรซบอกเสียงพร่า ก่อนจะก้มลงไปหมายจะจูบกลีบปากบาง แต่ประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกเสียก่อน ความหวานที่กำลังจะเติมเต็มในหัวใจดวงน้อยเป็นอันต้องจืดสนิท แอนนารีบขยับตัวออกจากวงแขนแกร่งไปยืนอยู่ข้างเครื่องวัดชีพจร พนักงานเปลและพยาบาลเห็นคนไข้และคุณหมอสาวออกอาการเขินอายก็พากันอมยิ้ม

“พยาบาลเฝ้าไข้ไม่ต้องนะครับ เพราะคุณหมอจะดูแลผมเป็นกรณีพิเศษ” เขาหลิ่วตาให้แล้วนั่งลงบนรถเข็น เจ้าหน้าที่ก็พาคนไข้ขี้เล่นไปที่ห้องพักฟื้น การ์ดของอาร์คาดิโอพากันเดินตามไปอารักขาอย่างรู้หน้าที่

ทันทีที่อยู่ตามลำพัง อัลวาเรซก็โทรศัพท์หาพี่ชายที่เกาะ ชายหนุ่มรอสายอยู่นานก็ไม่มีคนรับจึงตัดสายทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็นเบอร์ของครูซแทน

“ครับบอสเรซ” ครูซทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“คุณกังสดาลอยู่ที่เกาะกับพี่ใหญ่ใช่ไหม” อัลวาเรซถามทั้งๆ ที่พอจะเดาออก

“ครับ” ครูซตอบสั้นๆ มาตามสาย อัลวาเรซส่งเสียงในลำคอและหนักใจไม่น้อย

คำตอบของคำถามคือความเงียบ อัลวาเรซเป่าลมหายใจออกจากปากอย่างหงุดหงิด “บอสทำผิดแทนที่จะห้ามปราม กลับส่งเสริมกันซะงั้น งานนี้ผมหงอกบนหัวท่านที่ปรึกษาอัลโตนิโอคงถูกถอนจนเกลี้ยงแน่ๆ”

“บอสเรซอาการเป็นยังไงบ้างครับ”

ตามมาคุยโทรศัพท์หน่อย ฉันมีเรื่องสำคัญ”

“เอ่อ ผมว่าตอนนี้บอสคงไม่สะดวกครับ เพราะพักผ่อนอยู่ในห้องครับ”

“อาการหนักหรือไง” อัลวาเรซถามเสียงห้วน

“เอาการครับ นี่ไม่ยอมลงมาข้างล่างตั้งแต่เช้าแล้ว”

“ฝากบอกพี่ใหญ่ด้วยนะว่านายนิคกำลังจะตามไปถล่มถ้าไม่ส่งน้องสาวเขากลับมา ยังไงก็เตรียมรับมือไว้ให้ดี เดี๋ยวจะตายก่อนได้แต่ง” อัลวาเรซพูดจบก็เตรียมวางสายแต่นึกบางอย่างขึ้นมาได้ก็เปลี่ยนใจ

มีอีกเรื่อง บอกบอสนายให้เบาๆ

มาเมื่อไรครับ พี่ตกใจหมดเลย” คนบอกตกใจยกมือทาบอก

“พี่ชายคุณลักพาตัวเพื่อนฉันไปจริงๆ ด้วย” แอนนาถอยไปข้างหลังเพื่อกลับออกไปจากห้อง แต่อัลวาเรซรีบคว้าข้อมือไว้

“เดี๋ยวสิหมอ คุณกังสดาลไม่เป็นอะไรหรอก” แอนนาสะบัดมือออกแต่ก็ไม่หลุด อัลวาเรซเห็นเธอดิ้นไม่หยุดจึงกอดไว้ทั้งตัว

ผู้ชายบ้านนี้เป็นยังไงนะ ใจเร็วด่วนได้จริงๆ” เธอแกะมือหนาออกแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าคมสัน จังหวะนั้นอัลวาเรซก้มลงมาหาพอดิบพอดี ริมฝีปากของเขาและเธอจึงประกบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ แอนนาตกตะลึงยืนตัวแข็งทื่อมือเกาะลำแขนแกร่งไว้เป็นหลัก ในขณะที่อัลวาเรซถือโอกาสบดเคล้าริมฝีปากแผ่วเบาราวขนนก เมื่อไม่มีแรงต่อต้านหรือตอบสนอง ชายหนุ่มก็เพิ่มแรงกดบดเคล้ากลีบปากบาง

เนื้อตัวรุมๆ ราวคนกำลังจับไข้ เขาไม่ยอมถอดถอนริมฝีปากออกห่าง จนกระทั่งเธอต้องการอากาศหายใจ คนเจนจัดในสนามรักก็รู้จังหวะเคลื่อนริมฝีปากไปสร้างความซาบซ่านที่ใบหน้า หากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของชายหนุ่มทำให้ต้องหยุด แต่กว่าจะดึงตัวออกห่างได้

“พี่ไม่คิดทำร้ายหัวใจตัวเองหรอกครับ” อัลวาเรซบอกขณะส่งสายตาหวานฉ่ำไปออดอ้อน

“แต่ก็รังแกเขาทุกครั้งที่เจอกัน” ใบหน้าสวยใสงอง้ำเพื่อกลบเลื่อนความเขินอายของตัวเอง

“คนรักกันก็มีบ้างครับ แต่พี่สัญญานะว่าจะไม่ทำร้ายหมอมากไปกว่ากอดจูบ”

สัญญานะคะ”

แอนนารู้ทัน

ถ้าไม่อนุญาตห้ามเด็ดขาด” เธอบอกอย่างรู้ทันคนเจ้าเล่ห์ อัลวาเรซทำหน้าละห้อย เพราะอีกสองเดือนกว่างานแต่งจะมีขึ้น ถ้าไม่ได้กอดจูบเขาต้องอกแตกตายแน่ๆ

เลยนะครับ” เขาออดอ้อนสุดฤทธิ์หวังจะเรียกคะแนนสงสาร แอนนาเห็นสายตาละห้อยของจอมกะล่อนก็ตกหลุมพราง เริ่มสงสารเขาเข้าแล้วเพราะเธอก็แอบชอบสัมผัสของเขาเช่นกัน อัลวาเรซ แอบยิ้มอยู่ในใจอย่างสุดปลื้ม

แต่แค่หอมแก้มเท่านั้นนะ ถ้าเกินนั้นแอนนาจะฟ้องลุงอัลโตกับแม่

ตายเลยนะนั่นแม่คุณ…อัลวาเรซโอดครวญในใจและเขาจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นแน่ แล้วสมองอันชาญฉลาดของชายหนุ่มก็คิดแผนการได้ในที่สุด

เย็นก็ดูแลพี่กับลูกๆ แต่ถ้าวันไหนแอนนามีเคสด่วน พี่ก็จะเลี้ยงลูกรอ” เขาเอ่ยถึงอีกหนึ่งชีวิตที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะเกิดมาเร็วๆ

ที่ใจก็อุ่นซ่านไม่ต่างจากคนพูด อัลวาเรซเห็นความน่ารักของว่าที่เมียในอนาคต

เขาบอกขณะไล้ปลายมือที่หลังมือเธอ แอนนาหน้าแดง

เมื่อคำตอบคือความเงียบ ทำให้เธอเข้าใจว่าเขาอึดอัดและไม่อยากทำ หัวใจที่ฟูฟ่องเมื่อสักครู่ก็พลันหม่นลง

“ขอโทษนะคะที่แอนนาขอพี่มากเกินไป แต่เรามีกันแค่สองคน ถ้าแอนนาไปอยู่กับพี่ แม่คงเหงามาก”

แม่เราก็เหมือนแม่พี่ พี่เป็นลูกก็ต้องไปดูแลท่านสิ”

“ขอบคุณนะคะพี่เรซ ขอบคุณที่เข้าใจ”

“ไม่เข้าใจเมียแล้วจะให้พี่ไปเข้าใจแมวที่ไหนล่ะจ๊ะ” อัลวาเรซจับปลายคางแหลมโยกเบาๆ ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางหนักๆ เพื่อเป็นรางวัล

Bình Luận ()

0/255