ทัณฑ์สวาทจอมมาร

35 รางวัลความรัก

*** ทักทายคร้า ***

กรุงมาดริด ประเทศสเปน

เมื่อเกมรักผ่านพ้นไปสี่ครั้งในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง ทำเอากังสดาลเหนื่อยล้าจนเผลอหลับไป จนกระทั่งเวลาล่วงสู่เช้าวันใหม่ร่างงามก็ขยับตัว หากความเจ็บร้าวตามร่างกายทำให้เธออุทานออกมาเบาๆ

“อุ๊ย!”

อัลฟาโล่ได้ยินก็ก้มลงไปมอง รอยช้ำที่ปรากฏบนลำแขนและบ่าบาง นี่เขาหื่นเหมือนที่เธอว่าจริงๆ เหรอเนี่ย ชายหนุ่มโมโหตัวเองที่ยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่ได้ ใบหน้าคมโน้มลงไปใกล้และจรดริมฝีปากที่รอยช้ำ ทันทีที่รับรู้ความอุ่นร้อนของริมฝีปาก กังสดาลก็ขยับตัวหนีไปอีกฟากและลุกขึ้นนั่ง มือบางดึงผ้าห่มมาปิดร่างเปล่าเปลือย

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน” เธอตวาดลั่น นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโมโห

“มาห้ามอะไรตอนนี้ทูนหัว เป็นผัวเมียกันแล้วห้ามได้เหรอ” สีหน้าและแววตาไหวระริกของคนพูด ยิ่งทำให้กังสดาลเดือดดาลกว่าเดิม

“สารเลว!” กังสดาลกดเสียงต่ำและเธอก็หมดโอกาสพูดชั่วครู่ เมื่อปากเขาฉกวูบลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มเพื่อเป็นการลงทัณฑ์ เป็นนานกว่าจูบดุดันจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน เขาบดเคล้าบดคลึงกลีบปากทั้งบนล่าง พร้อมกับช่วงชิงเอาลมหายใจจนเธอต้องเผยอปากเพื่อสูดลมหายใจของเขาเข้าไปในปอด นั่นเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ลิ้นร้อนๆ สอดผ่านเข้าไปในโพรงปาก ซอกซอนซุกไซ้ไม่ต่างจากผีเสื้อยามดอมดมชื่นชมความหวาน วงแขนแข็งแรงโอบรัดร่างงามราวงูรัดเหยื่อ

กังสดาลรู้สึกเหมือนร่างถูกแผดเผาด้วยไฟร้อนจนร่างแทบหลอมละลายอีกครั้ง เสียงร้องครางด้วยความซาบซ่านสั่นสยิวทำให้เขาย่ามใจ จูบจุมพิตริมฝีปากอย่างดูดดื่มทิ้งท้าย ก่อนจะเคลื่อนปากร้อนและปลายจมูกไปตามดวงหน้า ละเลื่อนไปจูบไซ้ใบหูเล็กน่ารักและขบเม้มจนเธอสะท้านไปทั้งตัว

“พะ...พอนะคนชั่ว…” เธอตั้งใจตะคอกสุดเสียง แต่เสียงที่ออกมากลับเบาหวิวเพราะปากถูกเขาขบเม้ม

“ตื่นขึ้นมาก็ตวาดผัวเลยนะมายเดียร์ แบบนี้ลูกหัวปีท้ายปีแน่” อัลฟาโล่บอกเสียงพร่า ขณะลากลิ้นไปตามหลังใบหู มือไม้ก็ดึงชายผ้าห่มออก เธอก็ออกแรงดึงไว้ ทำให้เกิดกีฬาชักเย่อพิศวาสในขณะที่ปากเขายังเคลื่อนไหวอยู่ทั่วใบหน้า

“ในหัวมีแต่เรื่องรังแกคนอื่น” เธอรวบรวมแรงสุดท้ายดันบ่ากว้างออกห่าง อัลฟาโล่กระชับวงแขนและลูบไล้เนื้อนวลเนียนก่อนจะเข้าครอบครองทรวงอกอวบอิ่ม

“มีเมียสวยขนาดนี้ มัวแต่คิดเรื่องอื่นก็มีลูกไม่ทันใช้พอดีสิ” เขาไม่วายย้ำความสัมพันธ์ให้เธอช้ำใจ

“เพิ่มรอบพิเศษรับอรุณนะครับ เผื่อลูกอยากมาเกิดตอนเช้า” เขาบอกเสียงแหบพร่า ตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มแดงฉ่ำที่เร้าใจเขาจนอยากจูบแล้วก็จูบเธอทุกเวลา ไหนจะผิวเนื้อนางนวลเนียนนุ่มละมุนดุจแพรไหมนั่นอีก ยิ่งได้เห็นได้สัมผัสอารมณ์เขาก็กระเจิงแล้ว

“ไม่นะ อัลฟาโล่ ฉันไม่เอารอบไหนทั้งนั้นนะ” เธอเบือนหน้าหนีแรงปรารถนาในสายตาคม อัลฟาโล่ก้มลงไปจูบแก้มนวลและบังคับให้ร่างงามนอนราบกับที่นอน ร่างกำยำทาบกายลงไปทับและใช้ความชำนาญในเกมรัก ปลุกเร้าความปรารถนาในร่างงามด้วยปากและลิ้น กังสดาลดิ้นต่อต้านได้ไม่นานก็ถูกความเสียวซ่านเล่นงาน เรือนกายงดงามสั่นไหวยอมให้เขาครอบครองทุกอณูใน เสียงของความรักความปรารถนาประสานกับเสียงคลื่น ที่โลมไล้ลามเลียหาดทรายขาวอยู่ด้านนอก

อัลฟาโล่พาเธอด่ำดิ่งสู่ความสนิทเสน่หาของไฟปรารถนารับอรุณอย่างสุดหฤหรรษ์ จากนั้นก็ปล่อยให้เธอได้พักผ่อน โดยไม่รบกวนให้เธอเกลียดขี้หน้ามากไปกว่าเดิม

บนท้องฟ้าเหนือพื้นน้ำสีคราม นกนางนวลหลายสิบตัวต่างโผบินกลับรัง ลูกไฟดวงใหญ่ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่พื้นน้ำสีครามอย่างอ้อยอิ่ง หากฟองคลื่นสีขาวดุจฟองเบียร์ก็ไม่หยุดโลมเลียหาดทรายขาว ความสวยงามที่ธรรมชาติเสกสรรปั้นแต่งแม้จะสวยงามเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้ดวงตากลมใสคลายความหม่นเศร้า เสียงถอนหายใจดังออกมาเป็นระยะราวกับคิดไม่ตก จนคนที่ยืนมองอยู่ข้างประตูอดยิ้มไม่ได้

“ไปเดินเล่นกันไหมมายเดียร์” เสียงทุ้มเต็มไปด้วยความสุข ดึงความสนใจของกังสดาลให้หมุนตัวกลับไปมอง พอเห็นว่าเป็นเจ้าของเกาะที่ลักพาตัวเธอมา ใบหน้าเรียวรูปไข่ก็งอง้ำเพื่อบอกให้รู้ว่าเธอโกรธมากแค่ไหน

“ไม่ไป! แล้วอย่ามาบังคับให้ทำโน่นนี่นั่นด้วย เพราะฉันไม่ใช่เชลย” เธอสะบัดเสียงพร้อมกับตวัดค้อนวงใหญ่ ร่างสูงสวมกางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามสีขาวเดินเข้าไปหา เธอขยับห่างแต่ก็ช้ากว่าเขาอีกตามเคย “นี่ปล่อยนะ”

“เมื่อคืนไม่เห็นบอกให้ปล่อย” เขายิ้มยั่วและกอดเธอไว้ทั้งตัว กังสดาลยกมือกั้นกลางและดันแผงอกกว้างไว้

“บอกจนปากจะถึงหูแต่คุณก็ไม่ได้ยิน” เธอบอกเสียงห้วน แต่สิ่งที่เขาตอบกลับมาเล่นเอาเธอหน้าเห่อแดง

“นั่นสิผมไม่ได้ยินเลย ได้ยินแต่เสียงครางของภรรยาสุดที่รัก” กำปั้นเล็กทุบรัวบนอกแกร่งหลายหมัดติดๆ กัน อัลฟาโล่ก็ไม่ปัดป้อง ไม่นานเธอก็เหนื่อยหอบและหยุดไปเอง

“ไม่ต้องมาพูดให้อายเลยนะ” เธอบอกเสียงห้วนพร้อมกับที่มือบางตวัดลงบนแก้มสากดังเพียะ ใบหน้าคมสะบัดและหันกลับมา หากแววตายังคงมองเธออ่อนโยนเช่นเคย

“ยอมให้ตบถ้าคุณไม่โกรธ” เขายิ้มหวานแต่เธอไม่ปลื้ม

“โกรธและเกลียดมากๆ ด้วย ปล่อยอึดอัด” เธอดิ้นรนสุดแรงแต่ก็ไม่หลุด

“ทำยังไงน้า เมียถึงจะหายโกรธหายเกลียด” อัลฟาโล่ลากเสียงอย่างอารมณ์ดี ยิ่งทำให้กังสดาลเดือดดาลขึ้นไปอีก

“ฉันไม่ใช่เมียคุณ และจะไม่มีวันเป็นด้วย”

“มั่นใจว่าไม่ใช่” เขาถามเสียงห้วนอารมณ์เริ่มกรุ่นขึ้น

กังสดาลบอกอย่างไม่ต้องคิด ตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบ แววตาเด็ดเดี่ยวและไม่เคยกลัวสิ่งรอบตัว ทำเอาอัลฟาโล่ใจแป้ว หัวใจเจ็บจี๊ดที่เธอปฏิเสธความสัมพันธ์

“ผมจะย้ำจนกว่าคุณจะยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างเรา”

เธอบอกเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตลุกวาวราวกับมีกองไฟจุดอยู่ข้างใน

หยุดทะเลาะกันแล้วไปเดินรับลมที่ชายหาดดีกว่า คุณจะได้อารมณ์ดี” เขาบังคับเธอเดินเคียงข้างออกจากห้องนอน

เลือกเอา จะไปเดินเล่นหรือจะเล่นกีฬา” พอเขาขู่ด้วยเกมพิศวาส กังสดาลก็รีบเดินออกจากห้อง อัลฟาโล่คลี่ยิ้มกับความพยศของภรรยาโดยพฤตินัย “เสียดายจัง

อย่าให้หลุดไปได้นะ แม่จะแล่เนื้อมาทำเนื้อแดดเดียวกินให้สะใจไปเลย” กระนั้นเธอยังหันไปขู่ อัลฟาโล่จึงลงโทษด้วยจูบแรงๆ

“วันนี้กระทิงหื่นมีเซอร์ไพรซ์มายเดียร์ด้วยนะ” อัลฟาโล่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นเธอหรี่ตามอง ความอยากรู้อยากเห็นฉายชัดบนใบหน้าเรียวสวย

“อะไรคะ”

เขาเคลื่อนมือไปที่เอวบางแล้วพาเดินออกไป กังสดาลก็ไม่ขัดขืนยอมเดินตามเขาไปที่ชายหาด

ริมฝีปากอวบอิ่มรูปกระจับยิ้มร่ากับบรรยากาศรอบตัว

อัลฟาโล่ตบมือสามครั้งคนสนิทก็เดินนำคนรับใช้เดินเข้ามา

“นี่น่ะเหรอเซอร์ไพรซ์คุณ” เธอหันไปมองร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ

“เปลี่ยนเลยไหมเดี๋ยวจะค่ำ

ฉันไม่ใช่เด็ก” เธอบอกพลางมองชุดว่ายน้ำอย่างเสียดาย แต่ก็ต้องตัดใจเพราะไม่อยากอวดร่างงามต่อหน้าเขา “เอาไปเก็บไว้ที่ห้องนะจ๊ะ

“มีเมียเด็กก็ดีสิ เวลาซุกซนและเอาแต่ใจ ผมจะได้จับหวดก้น”

อัลฟาโล่รู้ว่าถูกเธอประชดประชันก็ไม่โต้ตอบ พาเธอเดินไปตามหาดทรายขาวสะอาดที่ยาวสุดลูกหูลูกตา

“คุณจะกลับมอสโกเมื่อไรคะ” ในที่สุดเธอก็หันไปถาม

“คงเร็วๆ นี้ เพราะการแข่งขันของผมกับอังเดรใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว ป่านนี้เรซกับด็อกเตอร์เวนเน็ตคงประกอบรถเสร็จแล้ว”

“รถพร้อมแต่ร่างกายคุณไม่พร้อม จะไหวเหรอคะ” อัลฟาโล่หยุดเดินก่อนจะรวบเอวบางเข้าไปชิด

“ยังไงก็ต้องชนะเพราะเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีและหัวใจครับมายเดียร์” อัลฟาโล่มองดวงหน้าเรียวสวยที่ถูกริ้วแสงสีทองโลมไล้ ส่งให้ผุดผ่องนวลเนียนน่าสัมผัสนักในความรู้สึกของชายหนุ่ม

ไม่ใช่กลัวว่าเขาจะแพ้แล้วพ่อไม่ยกเธอให้ แต่กลัวเขาจะรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ต่างหาก

ซ้อมกับเมียทุกวัน” อัลฟาโล่บอกอย่างเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาสีอำพันวับวาวเต็มไปด้วยความสุข

กระทิงหื่น ซ้อมอะไรแบบนั้น” อัลฟาโล่หัวเราะขณะจับมือบางไปจูบแรงๆ

ก็เหมือนการซ้อมขับรถนั่นแหละทูนหัว” อัลฟาโล่บอกเสียงทุ้ม

“ตาบ้า พูดออกมาได้” เธอขยับไปชิดอีกฟากเมื่อเขาตามมานั่งเบียด อัลฟาโล่มองแก้มป่องแล้วเอนตัวไปหอมอย่างแสนรัก

“ขยันอายจัง แต่ผมก็ชอบ”

“ไม่ได้อายสักหน่อย” เธอเงยหน้าไปมองคนขโมยจูบอย่างขัดใจ

อัลฟาโล่เคาะสันจมูกเล็กรั้นแววตาเต็มไปด้วยรักที่มีต่อเธอ ก่อนจะล้มตัวลงนอนโดยวางศีรษะบนต้นขาเรียว

ลุกนะคุณ” เธอใช้มือช้อนศีรษะเขาขึ้น แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมขยับ

เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนเลย แถมเช้ามาก็เพิ่มรอบอีก” พูดจบเขาก็ต้องสูดปากเพราะถูกปลายนิ้วหนีบเนื้อแรงๆ

“หื่นเองแล้วมาโทษคนอื่น” อัลฟาโล่หัวเราะอย่างถูกใจ ก่อนจะยกตัวขึ้นไปจูบแก้มนุ่มอีกครั้ง

กังสดาลมองสบตาคมกริบ ความชัดเจนของความรู้สึกและความรักที่มีต่อเธอ

“จะทำอะไรคะ” กังสดาลยกมือประคองแก้มสากไว้

คนเจ้าเล่ห์ไหลไปได้อีกตามเคย มือหนาประคองใบหน้างามแหงนรับจูบลาแสงสุดท้ายของวันเขาจูบเธอดูดดื่มอ่อนหวาน เนิ่นนานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ที่รู้คือหัวใจสองดวงต่างถักทอสายใยรักผูกมัดกันและกัน จนความโกรธเกลียดเริ่มจางหายไป

วันนี้เปี่ยมล้นไปด้วยความรัก และเธอคนนี้คือมาทาดอร์ที่มาเต็มเติมสิ่งที่ขาดหายของหัวใจเขา ต่อให้หนทางที่จะได้เธอมาเคียงข้างยากลำบากเพียงใดเขาก็พร้อมจะฝ่าฟันอย่างกล้าหาญ เพราะความกล้าหาญเท่านั้นที่จะทำให้อานุภาพของความรักเต็มไปด้วยพลัง และพร้อมจะพาเราผ่านทุกอุปสรรคไปให้ได้ พ่อเคยบอกเขาเสมอว่า การอยู่เพื่อรักใครสักคนเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะรักแท้จะสอนให้เราเข้มแข็ง

หญิงสาวจึงเอนตัวออกห่างและเงยหน้าขึ้นสบตาคม ผมสลวยที่พลิ้วไหวไปด้านหลังส่งให้ใบหน้านวลดูเด่นขึ้น จนคนมองอดใจไม่ไหว เอียงหน้าไปจุ๊บเบาๆ

“ได้เวลามื้อเย็นแล้วนะคะ” เธอเตือน อัลฟาโล่ลูบไล้ต้นคอระหงไปมา พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำผ่านความมืดไปให้

“ผมก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกันครับ แต่ไม่ใช่หิวข้าว”

“ไปทานมื้อเย็นกัน

“กลัวผมหมดตัวหรือไง” เขาถามพลางลุกขึ้นโอบเอวบางหลวมๆ กังสดาลวางมือบนแผ่นอกกว้างพร้อมกับลูบไล้แผ่วเบา

แต่ฉันกลัวตัวเองไม่ได้ลงจากคานมากกว่า และอีกอย่างฉันก็เชื่อมั่นว่าชัยชนะต้องเป็นของคุณค่ะ”

“ไม่ต้องห่วง ยังไงมายเดียร์ก็ต้องมีสามีชื่ออัลฟาโล่แน่นอน” ชายหนุ่มบอกอย่างมั่นใจ

“คุณรู้ใช่ไหมคะว่าต้องเจออะไรบ้าง” น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความกังวลจนอัลฟาโล่รู้สึกได้ วงแขนแข็งแรงกระชับแน่นเพื่อย้ำให้เธอมั่นใจ

Bình Luận ()

0/255