ทัณฑ์สวาทจอมมาร

36 เสือบุกแดงกระทิง

*** ทักทายคร้า ***

อัลฟาโล่ใช้ไหล่เปิดและปิดประตู สายตาคมมองใบหน้าเรียวสวยซึ่งบัดนี้แดงระเรื่อ ร่างงามถูกวางบนเตียงกว้างด้วยความทะนุถนอม ตามด้วยร่างกำยำที่ล้มตัวลงนอนเคียงข้าง ลำแขนสีน้ำตาลวางพาดบนเอวคอดพร้อมกับกอดกระชับแนบแน่น

“มีเซอร์ไพรซ์อะไรอีกคะ” เธอถามเสียงหวาน มือที่เคยทำหน้าที่กลางกั้นระหว่างเขาและเธอ บัดนี้กำลังลูบไล้บ่ากว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม

“ต้องรอพรุ่งนี้ทูนหัว สำหรับค่ำคืนนี้คือเวลาของเรา” เสียงทุ้มนุ่มดังอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดซอกคอขาวผ่อง พาให้กายสาวร้อนวูบวาวไปทั้งตัว ริมฝีปากหยักได้รูปก็แตะลงบนหน้าผากนูนนุ่ม ไต่ไล่ระดับลงมาตามเปลือกตาละเลื่อนมาตามสันจมูกเล็กรั้นน่ารัก ก่อนจะประกบปากกับกลีบปากอิ่มเต่งตึงแล้วบดคลึงอย่างลึกซึ้ง ความอ่อนหวานซ่านซึ้งของจุมพิตเขาพาให้เธอเคลิ้ม แหงนหงายดวงหน้างามรับความหวานซ่านทรวงด้วยความเต็มใจ

อัลฟาโล่เพียรจูบซับความหวานซ่านซึ้งของริมฝีปาก ลากไล้ปลายลิ้นสากเข้าไปดื่มด่ำความหวานที่ซ่อนลึกในโพรงปากชื้น ปลายลิ้นตวัดปาดป่ายเกี่ยวรัดเรียวลิ้นเล็ก หยอกเย้าและล่อหลอกให้ลิ้นของเธอรุกล้ำเข้าในปากของเขา ความอ่อนหวานซ่านทรวงของจูบ ดึงดูดเธอเข้าสู่ห้วงเสน่หา กังสดาลบดเบียดริมฝีปากนุ่มจูบเขาด้วยความเร่าร้อนเรียกร้องเท่าเทียมกัน ร่างกำยำพลิกกายขึ้นไปทาบทับ ปากก็จูบซับและเล็มกลีบปากนุ่มอย่างไม่รู้หน่าย ส่วนเธอก็ตอบรับความรักที่เขามีให้โดยไม่สนใจสิ่งรอบกาย นอกจากความหวานล้ำของจูบเสน่หาที่เขามอบให้

เมื่อความต้องการเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ามือร้อนก็ทำหน้าที่ลูบไล้เรือนกายสาวตั้งแต่แผ่นหลังนุ่มละมุน ลากผ่านไปตามสีข้างจนถึงสะโพกผายมน แล้วลากวนเข้ามาที่หน้าท้องแบนราบ มือหนาจับชายเสื้อยืดพอดีตัวเลิกขึ้นและดึงออกไปทางศีรษะ หญิงสาวเย็นยะเยือกเมื่อท่อนบนมีเพียงบราไร้สายตัวน้อยปกปิดยอดทรวงเอาไว้ แต่สุดท้ายปากนิ้วแข็งแรงก็ปลดตะขอหน้าของบราตัวสวยให้หลุดออกจากกัน

“อื้อ…” เธอครางผะแผ่วเมื่อทรวงงามถูกรุกรานด้วยฝ่ามือหนา แผ่นหลังบางทอดโค้งเป็นสะพานเพื่อเชื่อมผ่านความซาบซ่านที่ยอดปทุมถันไปสู่กายสาว เสียงครางแผ่วหวานดังผ่านมาจากลำคอขาว บอกให้เขารู้ว่าความปรารถนาของเธอลุกโชนแล้วตอนนี้ แต่กระนั้นอัลฟาโล่ก็ยังไม่พอใจ บดเบียดริมฝีปากไปตามดวงหน้า ฝ่ามือก็รุกรานทรวงงามด้วยความรู้สึกถวิลหาสุดหัวใจ

ร่างกำยำยกกายขึ้นขณะที่ปากยังคงแลกจูบกับเธอไม่หยุด มือหนาละจากยอดถันเพื่อปลดเปลื้องพันธนาการออกจากร่าง จนสองร่างนุ่มลมห่มฟ้าอย่างวาบหวาม ร่างกำยำเต็มไปด้วยมวลมัดกล้ามทาบกายลงไปทับร่างขาวนวล สายตาคมสบตากลมคู่งามหวานเชื่อม ฝ่ามือร้อนลูบไล้ลำแขน แผ่นหลังก่อนจะไปหยุดคลึงสะโพกผายและลากปลายนิ้วไปหาทรวงอวบอิ่มพร้อมกับเคล้นคลึงด้วยปลายมือ ราวกับเป็นนักไวโอลินมือหนึ่งที่ไล่ระดับไปตามส่วนโค้งเว้าของทรวงงาม ทำเอาเจ้าของเรือนร่างสวยงามสะท้านด้วยความเสียวซ่าน

“นี่เป็นเซอร์ไพรซ์ของหัวใจมายเดียร์” เขากระซิบบอกเสียงพร่า สายตาลามเลียดวงหน้าแดงก่ำลงไปถึงยอดถันที่กำลังเต้นระบำในฝ่ามือร้อน

“เซอร์ไพรซ์หวานสุดใจค่ะ” เธอตอบเสียงแผ่ว นัยน์ตากลมใสมองหน้าคมยิ้มๆ อัลฟาโล่ไล้ปลายนิ้วบนแก้มแดงแล้วจู่โจมริมฝีปากอิ่ม ขบเม้มดูดดึงทั้งกลีบปากบนและล่างก่อนจะสอดลึกเข้าไปในอุ้งปากนุ่มหวาน ที่ลิ้มรสเท่าไรก็หวานซ่านทรวงเสียทุกครั้ง ฝ่ามือร้อนก็ลากไปครอบครองความงดงามของทรวงอกสล้าง เคล้าคลึงหนักเบาเพื่อจุดไฟเสน่หาภายในกายให้ลุกโชนขึ้นกว่าเดิม

“แน่นอนมายเดียร์ ทุกอย่างสำหรับนางฟ้าต้องหวานสุดใจอยู่แล้ว” เขายกตัวขึ้นไปสบตาเธอก่อนจะก้มลงไปครอบครองยอดถันสีหวาน แล้วจัดการเติมเต็มความกระสันซ่านให้เธอ แผ่นหลังงามแอ่นค้างพร้อมกับเปล่งเสียงครางหวานดังออกมา ส่วนฝ่ามือก็ลากต่ำลงไปหาเนินนางนวลเนียน แล้วสัมผัสจุดอ่อนไหวกลางกายสาวอย่างหยอกเย้า ความเสียวซ่านจู่โจมทั้งบนและล่าง กายสาวสะท้านเทิ้มเสียวซ่านไปทั่วอณูกาย ความต้องการทำให้ร่างงามบิดเร่าดุจเกลียวคลื่นในท้องทะเลที่กำลังจะเกิดพายุ

เมื่อรับรู้แรงตอดรัดของความนุ่มชุ่มชื่น อัลฟาโล่ก็เคลื่อนกายขึ้นไปเสมอและแลกจูบดูดดื่มอีกครั้ง ในขณะที่ฝ่ามือยังสร้างความซาบซ่านอยู่เบื้องล่าง สะโพกหนั่นแน่นเบียดความแข็งแกร่งกับเนินสามเหลี่ยม เรียวขาขาวแยกห่างอย่างรู้งาน และอัลฟาโล่ก็ไม่รีรอ ขยับความร้อนระอุผ่านเนื้อเยื่ออ่อนนุ่ม ความคับแน่นทำเอาเขาและเธอแทบขาดใจด้วยความหฤหรรษ์ สุดท้ายสองร่างก็เชื่อมประสานเป็นหนึ่งด้วยสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา

“วิเศษมากมายเดียร์” เสียงอัลฟาโล่พร่าสั่น สะโพกหนาก็เริ่มขยับ และถอดถอนกายเข้าออกด้วยจังหวะเชื่องช้า หากสุดท้ายความปรารถนาที่อัดแน่นในกายส่งให้แรงเคลื่อนไหวรุนแรง ดุดัน และหนักหน่วงขึ้น สะโพกผายยกรับผ่อนรับพร้อมกับครวญครางไม่เป็นภาษา ปลายนิ้วเรียวสวยจิกลงบนแผ่นหลังหนาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่เขาส่งผ่านมา

เส้นทางของไฟปรารถนาเร่าร้อนเร่งเร้าอย่างจาบจ้วง บางจังหวะก็นุ่มนวลจนเธอสมองพร่าเบลอ ร่างแกร่งแข็งแรงดุจช้างศึกคึกคักและเคลื่อนไหวอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

เมื่อนาทีที่ไฟเสน่หาเดินทางมาถึงจุดแตกหัก เขาก็กระหน่ำแรงถาโถมเข้าใส่สุดแรง ร่างงามสั่นคลอนก่อนจะกรีดร้องออกมาพร้อมกับเสียงคำรามลั่นของเขา แรงรักแรงเสน่หาถูกถ่ายทอดเข้าหากันอย่างสุดหฤหรรษ์ ร่างกำยำซบร่างที่บ่าบางในขณะที่สองมือโอบกอดเธอด้วยหัวใจรัก จากนั้นก็หลับใหลไปพร้อมกับความสุขจนกระทั่งเช้า

พระอาทิตย์ดวงใหญ่เคลื่อนตัวขึ้นเหนือพื้นน้ำ ความมืดมิดของราตรีกาลก็พลันเลือนหาย ความสว่างไสวเข้ามาแทนที่ หากสองร่างกำลังหลับอยู่ในอ้อมแขนของกันและกัน จนกระทั่งเสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่บินผ่านบ้านพักไป ดวงตาคมกริบจึงเปิดขึ้นและก้มลงมองใบหน้านวลเนียนที่กำลังหลับใหลในอ้อมแขน

ความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศกับอากาศยามเช้า ทำให้หญิงสาวที่อยู่ในห้วงนิทราเบียดกายเข้าหา ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้ม ก่อนจะจรดริมฝีปากบนหน้าผากนูน วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างนุ่มแนบอก

ขณะที่ความสุขกำลังดำเนินไป เสียงข้อความจากโทรศัพท์ของอัลฟาโล่ก็ดังขึ้น มือหนาคว้าโทรศัพท์มากดอ่านข้อความ

…เสือบุกแดนกระทิง…

เร็วกว่าที่คิดไว้แต่ก็ช้ากว่าความรักของเขาและเธอ เมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินทางมาหา เจ้าของเกาะก็จำต้องลุกไปต้อนรับ แต่เพียงร่างกำยำขยับตัว คนที่หลับอยู่ในวงแขนก็ขยับตาม ดวงตากลมโตเปิดมองหน้าคม สายตาสองคู่สบกันด้วยความปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ในใจ

“ง่วงก็นอนต่อนะครับ สายๆ ค่อยลงไป”

เธอถามเสียงหวาน อัลฟาโล่แตะริมฝีปากบนพวงแก้มเบาๆ

เสร็จแล้วผมจะให้เด็กขึ้นมาตาม” เขาจับปลายคางมนเชยขึ้น สายตาคมกวาดมองทั่วดวงหน้า

“ใครคะ”

“คนรู้จักครับ คุณรอในนี้นะครับเดี๋ยวผมมา” เขาย้ำก่อนจะคลายวงแขนออกและจัดท่าให้เธอนอนสบายขึ้น ร่างสูงลุกขึ้นไปยืนข้างเตียงแล้วส่งยิ้มให้เธอ

“ฉันจะรอคุณ” เธอบอกพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง อัลฟาโล่นั่งลงเคียงข้างแล้วจูบแก้มนุ่มซ้ายขาว

อัลฟาโล่บอกย้ำด้วยแววตาจริงจัง กังสดาลน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน

ดวงตาคมกริบมองผ่านแผ่นกระจกใสที่ใช้บุแทนผนัง ภาพของครูซกับวูฟล์กำลังต่อสู้กันอยู่ที่สนามหญ้า ทำให้ร่างสูงรีบวิ่งออกไปหา แขกที่มาแบบไม่ได้รับเชิญก็หันมามองเช่นเดียวกัน

“จมูกเร็วเหมือนกันนี่นิค” อัลฟาโล่เอ่ยทักทาย นิโคลัสกัดกรามแน่น แววตาแข็งกร้าวด้วยความแค้น

“น้องสาวฉันอยู่ไหน” นิโคลัสกระแทกเสียงถามเพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ แต่มีหรือที่อัลฟาโล่จะกลัว ไหล่กว้างยกขึ้นแล้วยกมือขึ้นกอดอก

“น้องนายทำไมมาถามที่ฉันล่ะ” อัลฟาโล่ยั่วยิ้มๆ ยิ่งทำให้นิโคลัสเดือดดาลขึ้น

“เพราะมีอสูรร้ายลักพาตัวนางฟ้าชาโรน็อฟมาที่นี่” แววตาสองคู่สบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร รอบกายมีเพียงสายลมเท่านั้นที่พัดผ่าน

“เมื่อก่อนเธอคือนางฟ้าของชาโรน็อฟ แต่เวลานี้เธอคือนางฟ้าในใจฉัน” อัลฟาโล่บอกด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวและมั่นคง นิโคลัสแสยะยิ้ม

“พูดผิดหรือเปล่าอัลฟาโล่ เพราะคนที่จะดูแลนางฟ้าควรเป็นเทพบุตร ไม่ใช่อสูรร้ายอย่างนาย”

“ถึงยังไงเธอก็คือเมียฉัน” อัลฟาโล่ยืนในท่าเตรียมพร้อมและพร้อมจะแลกกับว่าที่พี่เมีย นิโคลัสเดือดดาลเมื่อรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาว

ฉันจะทำให้เป็นของใหม่และหาคนที่เหมาะสมให้น้องสาวฉันเอง” คำพูดของว่าที่พี่เมียเหมือนกับน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง อัลฟาโล่หน้าแดงก่ำ

“อย่าหวังเพราะเธอเกิดมาเพื่อฉันเท่านั้นพวก”

พูดจบนิโคลัสก็กระโจนเข้าใส่ อัลฟาโล่หลบเลี่ยงและคอยหาจังหวะสวนกลับ บางจังหวะนิโคลัสก็สวนหมัดเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาเต็มแรง แต่อัลฟาโล่ก็ตอบโต้กลับได้ทุกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรกรีกของคนทั้งสองแตกยับ เลือดไหลออกมาทางหางคิ้วและริมฝีปาก ทั้งสองผลัดกันรุกรับจนอ่อนแรงไปทั้งคู่

แต่ประสบการณ์และเบอร์กระดูกเมื่อเทียบชั้นกันแล้ว อัลฟาโล่เป็นต่ออยู่หลายขุม และก็เป็นอย่างที่คาด สุดท้ายนิโคลัสก็เป็นฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นสนาม

นายไม่มีสิทธิ์พาเมียฉันไปไหน” อัลฟาโล่บอกอย่างเหนื่อยหอบ

ยังไงวันนี้ฉันก็จะเอานาเดียกลับ” นิโคลัสลากเท้าเข้าไปหา

“ถ้าจะพานาเดียไป นายก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน” อัลฟาโล่พลิกตัวขึ้นไปนั่งคร่อมร่างนิโคลัสและต่อยใบหน้าคมเข้มหนึ่งหมัด พอจะปล่อยหมัดสองเสียงหวานของเมียรักก็ดังขึ้น

ทำเอาสองหนุ่มง้างหมัดค้าง

เธอถามขณะประคองพี่ชายลุกขึ้นยืน ครูซเข้าไปประคองเจ้านายลุกขึ้นเช่นกัน

เราอุตส่าห์มาอย่างมิตร อัลฟาโล่ก็ไม่สนใจ ท้าต่อยท้าตี”

อัลฟาโล่เรียกร้องความสนใจจากภรรยา กังสดาลขยับจะไปดูอาการชายหนุ่ม

ฉันสิเจ็บมากกว่านายซะอีก” นิโคลัสบอกอย่างเป็นต่อ อัลฟาโล่กัดกรามแน่น

นั่นน่ะเมียฉัน” อัลฟาโล่กัดฟันพูดแล้วส่งสายตาอ้อนๆ ไปให้กังสดาล

สงสารแต่นายเพราะฉันจะเอาน้องสาวกลับเดี๋ยวนี้”

แต่นาเดียต้องอยู่ที่นี่” กังสดาลจับมือพี่ชายแน่นแล้วหันกลับไปมองร่างสูง

อัลฟาโล่บอกเสียงเข้ม สายตาคมจับจ้องดวงหน้าคมสวย ที่ยืนนิ่งในอ้อมแขนชายอื่นที่ไม่ใช่เขา มือหนากำเข้าหากันแน่น

ที่ลูกห่างจากอก” เมื่อพี่ชายฝาแฝดเอ่ยถึงครอบครัว กังสดาลก็ได้แต่เสียใจเพราะตัวเองทำสิ่งที่ไม่สมควร อัลฟาโล่ขยับเข้ามาหา

Bình Luận ()

0/255