ทัณฑ์สวาทจอมมาร

37 หัวใจโบยบิน

*** ทักทายคร้า ***

เครื่องบินเจ็ทลำใหญ่แล่นไปตามรันเวย์แล้วทะยานขึ้นสูง เจ้าพ่อแดนกระทิงดุมองเครื่องที่พาหัวใจเขาหนีหายไปต่อหน้าต่อตาอย่างเจ็บร้าวในใจ

“บอสครับ” ครูซเห็นเจ้านายเงียบงันไปนานก็เรียกขานด้วยความห่วงใย “ขอโทษครับที่ไม่สามารถปกป้องหัวใจบอสได้”

“ไม่ใช่ความผิดของนาย ยังไงเสียกังสดาลก็ต้องกลับไปจนกว่าฉันจะแต่งงานกับเธอ” ร่างสูงบอกขณะเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“บอสเรซกำลังจะมาที่นี่พร้อมกับรถครับ”

“ดี ที่ผ่านมาฉันใจดีกับมันเกินไป จากนี้จะไม่มีคำว่าปรานีอีกต่อไป” อัลฟาโล่บอกด้วยน้ำเสียงดุดันก่อนจะนั่งลงบนโซฟา ครูซส่งเอกสารปึกหนาให้เจ้านาย

“รายละเอียดธุรกิจมืดของอังเดรครับบอส” ครูซรายงาน อัลฟาโล่รับมาอ่านเพื่อหาทางทำลายศัตรู

“มันเลวได้ใจจริงๆ” อัลฟาโล่มองรายละเอียดแล้วเหยียดยิ้ม

“โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ของมิวต้ามอเตอร์สี่แห่งที่อยู่รอบมอสโก ถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งเก็บของผิดกฎหมาย” ครูซหยิบปากกาไปวงสถานที่ที่เอ่ยถึง “แต่จุดสำคัญคือที่เมืองมาทิสซี ที่นี่เป็นแหล่งพักของผิดกฎหมายที่มาจากสามที่เพื่อส่งให้ลูกค้า”

“มันกล้ามากที่เอาของมาเก็บไว้ใกล้สนามแข่งรถแบบนี้” อัลฟาโล่บอกพลางวางเอกสารลงบนโต๊ะ ใบหน้าคมครุ่นคิด

“ที่ไหนอันตรายที่นั่นปลอดภัยที่สุดนะครับบอส ผมว่ามิวต้ามอเตอร์น่าจะใช้วันแข่งขันเป็นวันปล่อยของ เพราะไม่มีใครสนใจมากนัก”

“คิดผิดแล้วอังเดร ฉันจะไม่ยอมให้แกทำแบบนั้นแน่ ให้คนของเราทำลายของพวกนั้นก่อนจะมาถึงแหล่งพัก” อัลฟาโล่พูดจบ เสียงล้อเครื่องบินเจ็ทก็บดเบียดกับรันเวย์ด้านนอก ร่างสูงลุกเดินออกจากห้องไปรอรับน้องชาย

อัลฟาโล่ยืนรอไม่นาน ประตูด้านหลังของเครื่องเจ็ทก็พาดลงมาที่พื้นเบื้องล่าง เพื่อเป็นสะพานให้รถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุดวิ่งลงมาจอดบนพื้นถนน อัลฟาโล่มองรถแข่งคันใหม่วิ่งมาจอดตรงหน้าด้วยแววตาตื่นเต้น เมื่อรถจอดสนิทประตูคล้ายปีกนกก็เปิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองข้าง แล้วอัลวาเรซกับแอนนาก็ก้าวออกมาพร้อมกัน

“ไงครับพี่ใหญ่ ถูกใจไหม” อัลวาเรซถอดแว่นกันแดดออกจากสันจมูก พลางมองรถแข่งที่ทีมงานทุ่มมันสมองทั้งหมดลงไปด้วยความภาคภูมิใจ อัลฟาโล่เดินไปดูรถอย่างตื่นเต้น

“เยี่ยม รูปทรงลู่ลมโค้งรับกันได้เหมาะมาก” อัลฟาโล่มองภายนอกตัวรถแล้วลูบไล้ตัวถังรถเบาๆ

ความเร็วสี่ร้อยสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง

“ถือว่าเป็นยอดซุปเปอร์คาร์แห่งปี” อัลฟาโล่บอกหากสายตายังคงจับที่หน้าปัดบอกความเร็ว “รถรุ่นใหม่พร้อมจะออกโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ของอีเกอร์ใช่ไหม”

“แน่นอนครับ แถมมีเซอร์ไพรซ์อีกด้วย”

“อะไร” อัลฟาโล่ถามสั้นๆ

“อีเกอร์จะเรียกลูกค้าระดับวีไอพีด้วยรถที่มีสมรรถนะเยี่ยมหนึ่งตัวครับ งานนี้วงการยนตกรรมของโลกคงฮือฮาไปอีกนาน”

“หนอนที่แฝงตัวอยู่ในอีเกอร์รู้ข่าวนี้หรือเปล่า”

“หนอนตัวเล็กที่ส่งข่าวหมดลมหายใจเมื่อสองวันก่อน ส่วนลีโอนาดแค่สงสัยว่าทีมงานสั่งอุปกรณ์ชั้นเยี่ยมจากชาโรน็อฟมากกว่าการผลิตรถแข่งที่ได้ข้อมูลไป” อัลวาเรซแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างสะใจ

“เยี่ยมมาก ขอบใจไอ้น้องชายแล้วจะจัดงานแต่งให้ หรือจะรอแต่งพร้อมฉัน” อัลฟาโล่ตบบ่ากว้างอย่างสัพยอกก่อนจะหันไปยิ้มให้ว่าที่น้องสะใภ้

“คุณทำอะไรนาเดียหรือเปล่าคะ” แอนนาถามเพราะรู้ข่าวเรื่องนิโคลัสบุกมาที่นี่ตั้งแต่อยู่บนเครื่องแล้ว อัลฟาโล่ยิ้มแววตาเป็นประกายเมื่อคิดถึงความสุขที่ได้รับจากร่างงาม

“เธอเป็นอาร์คาดิโอเต็มตัวแล้ว” แอนนาได้ยินถึงกับถอนหายใจยาวๆ แล้วตวัดค้อนอัลวาเรซที่ขยิบตาให้

“ผู้ชายบ้านนี้ถึงจะห่ามใจเร็วด่วนได้ แต่ก็รักเดียวใจเดียวผมรับรอง” อัลวาเรซแก้ต่างให้ตัวเองและพี่ชาย

“ขอให้จริงเถอะค่ะ ถ้าทำให้ช้ำใจเป็นได้เห็นดีกัน”

“ตกลงกันเองก็แล้วกัน ผมกับนาเดียไม่ต้องตกลง แต่จะตบแต่งให้เป็นเรื่องเป็นราวหลังจากการแข่งขันเสร็จสิ้น แต่ตอนนี้ขอลองรถก่อนว่าจะเยี่ยมสมราคาคุยหรือเปล่า”

“ร่างกายพี่ไม่เต็มร้อย ไหวเหรอครับ”

อัลฟาโล่ขยิบตาให้น้องชายแล้วหันไปศึกษาระบบปุ่มต่างๆ “คิดว่าสนามแข่งบนเกาะคงพอรับความเร็วของเจ้านี่ได้นะ”

“รถคันนี้มีชื่อครับ เพราะเสียด้วยสิ” อัลวาเรซยิ้มเมื่อเห็นสายตาอยากรู้ของพี่ชาย “ฮาร์ตอีเกอร์หรือหัวใจพญาอินทรีครับ”

ฮาร์ตอีเกอร์จะเป็นสัญลักษณ์ของอีเกอร์กรุ๊ปตลอดไป” อัลฟาโล่ยกนิ้วหัวแม่มือส่งให้น้องชาย ก่อนจะยื่นมือไปรับอุปกรณ์กันกระแทกมาสวม

อัลฟาโล่มองอุปกรณ์ภายในด้วยความตื่นตาตื่นใจ รถเคลื่อนตัวไปตามรันเวย์มุ่งตรงไปสนามแข่งรถที่อยู่ติดกัน แล้วการทดสอบสมรรถนะรถของอัลฟาโล่ก็เริ่มขึ้น ท่ามกลางการลุ้นระทึกของทุกคน ยิ่งเวลาเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงสุดของรถ

อัลวาเรซเอนตัวไปถามพอได้ยินกันสองคน แอนนาตีแขนแกร่งเบาๆ

“ฉันอยากขับรถแข่งบ้างจัง” แอนนาเปรยๆ แต่ใจหนึ่งก็กลัว เพราะรถแข่งเครื่องแรงทั้งนั้น

“พี่สอนให้เอาไหม คิดค่าจ้างไม่แพง แค่จูบและทานข้าวเป็นเพื่อนทุกวันก็พอ”

ฉันไปเรียนที่อื่นดีกว่า เสียแค่ตังค์แต่ไม่เสียตัว”

Bình Luận ()

0/255