*** ทักทาย ***

ลีโอนาดเดินกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานของตัวเองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีเลขานุการสาวสวยผมสีทองนั่งก้มหน้าอยู่ที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน

“ทำไมไม่มีรายการสินค้าที่จะนำไปโชว์ในงานมอเตอร์โชว์มาให้เรา ทั้งๆ ที่ใกล้จะถึงวันงานแล้ว” ลีโอนาดถามเสียงดังจนเลขาฯ สาวสะดุ้ง ครั้นเงยหน้าขึ้นไปมองก็ต้องหลบวูบลงมาเพราะกลัวสายตาแดงก่ำของเจ้านายหนุ่ม

“เอ่อ ทางฝ่ายผลิตมีคำสั่งให้นำรายงานของรถทุกคันที่จะโชว์ในงานไปให้คุณอัลวาเรซค่ะ และรถที่จะโชว์ก็ถูกปิดเป็นความลับทั้งหมด”

“ทำแบบนี้มันไม่เห็นหัวฉันนี่หว่า ฝ่ายการตลาดไม่รู้สินค้าแล้วจะขายได้ยังไงวะ” ลีโอนาดยกมือเท้าสะเอวอย่างหัวเสีย

“เรื่องนั้นคุณอัลฟาโล่ให้ฝ่ายผลิตเข้าไปร่วมจอยกับลูกค้าเพื่อแนะนำตัวเครื่องเอง ทางเรามีหน้าที่เพียงรับออร์เดอร์เท่านั้นค่ะ”

“แค่รถกระจอกๆ ของมันจะขายได้สักกี่คันกัน” ลีโอนาดพูดไม่ทันจบดี ประตูห้องทำงานก็เปิดออกโดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้า เจ้าของห้องเตรียมจะบริภาษ แต่ก็ต้องหุบปากลงเมื่อเห็นร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลสีเข้มของอัลฟาโล่เดินเข้ามาพร้อมกับคนสนิท ลีโอนาดผงะเล็กน้อยเมื่อรับรู้รังสีดุดันที่แผ่กระจายเข้ามาในห้อง

“แต่ฉันว่ายอดจำหน่ายในวันงานจะทะลุเป้าแน่นอน แถมมีออร์เดอร์สั่งจองอีกเพียบ นายเตรียมคนไว้รับออร์เดอร์ก็แล้วกัน” อัลฟาโล่บอกพลางมองลีโอนาดจนคนถูกมองรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ

“คุณอัลฟาโล่” เลขานุการสาวพึมพำชื่อประธานใหญ่ก่อนจะไปยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หลังลีโอนาด อัลฟาโล่มองคนทั้งสองด้วยแววตาเรียบลึก

“ฝ่ายการตลาดมัวนั่งทำงานอยู่ในห้องแบบนี้ไง ฉันถึงไม่ให้การตลาดไปประจำในงาน เพราะกลัวลูกค้าไม่เชื่อมั่นในตัวสินค้า”

“ช่างฟิตเครื่องหรือจะสู้นักการตลาด คุณทำแบบนี้จะมีฝ่ายการตลาดไว้เพื่ออะไร” ลีโอนาดบอกแววตาแข็งกร้าว อัลฟาโล่กระตุกยิ้มที่มุมปากคล้ายเหยียดหยันอยู่ในที

“บางทีฉันอาจจะปลดนักการตลาดแล้วจ้างช่างฟิตมาทำงานแทนก็ได้”

“อย่านะคะท่าน ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดู” เลขาฯ สาวรีบร้องขอความเห็นใจ

“ถ้าไม่อยากถูกเลิกจ้างก็ไปทำงาน” ครูซบอกเลขาฯ สาวอย่างรู้ใจเจ้านายหนุ่ม ไม่ต้องให้บอกซ้ำ เลขานุการสาวก็รีบออกจากห้องทันที เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง อัลฟาโล่ก็ใช้ความเงียบกดดันเจ้าของห้อง ลีโอนาดเป็นฝ่ายทนไม่ได้จนต้องถามออกไป

“คุณคงไม่ได้มาขู่ผมอย่างเดียว”

“หึๆ ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น หรือนายมีอะไรมากกว่าที่ฉันรู้” อัลฟาโล่ถามขณะเดินไปพิงสะโพกที่โต๊ะทำงานของลีโอนาด ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าเรียวยาวซีดเผือด

“คุณรู้อะไร” คนที่มีชนักติดหลังแสดงพิรุธและหวั่นๆ ในใจ เพราะรู้ฤทธิ์ของคนตรงหน้าดีว่าโหดเหี้ยมกับคนทรยศแค่ไหน

“ก็รู้มาบ้างเช่นว่า นายเอาเวลาไปทำอย่างอื่น” อัลฟาโล่เหลือบตามองคู่สนทนาด้วยสายตาเย็นชา

“ผมไปหาลูกค้า” ลีโอนาดกลัวอีกฝ่ายรู้สิ่งที่ตัวเองทำก็รีบแก้ต่างทันที

“ไปหาลูกค้าหรือเอาความลับของอีเกอร์ไปขายกันแน่ ลีโอนาด” อัลฟาโล่กระแทกเสียง นัยน์ตาสีอำพันแดงก่ำน่ากลัว ลีโอนาดผงะเหงื่อเม็ดโตซึมออกมาเต็มใบหน้า

ลีโอนาดปฏิเสธด้วยท่าทีร้อนรน อัลฟาโล่มองเลยไปยังคนสนิท

ผมถูกคุณลีโอนาดบังคับให้ทำ”

“คุณลีโอนาดต้องการเอาแบบร่างรถแข่งไปทำอะไร” สิ้นเสียงถาม เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดก็ดังมาแทนที่ ลีโอนาดกลั้นหายใจรอฟังคำตอบที่ชี้เป็นชี้ตายชีวิตตัวเอง

“ไปให้คุณอังเดร”

“นายคงจำเสียงลูกน้องซังกะบ๊วยของนายได้นะลีโอนาด ลูกน้องนายตอนนี้มันไปทัวร์นรกเรียบร้อยแล้ว และก่อนตายก็สารภาพหมดเปลือกว่านายทำอะไรกับอีเกอร์ไว้บ้าง”

“มันคงโกรธที่โดนไล่ออกเลยโยนความผิดให้ฉัน ไอ้ลูกน้องสารเลว” ลีโอนาดกล่าวโทษคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี

ถ้านายไม่หยุดทำสิ่งที่ผิดอีกฉันจะเป็นฝ่ายหยุดนายและอังเดรเอง” ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ลีโอนาดก็ถอยห่างอย่างหวาดกลัวจนชนกับขอบโต๊ะทำงาน อัลฟาโล่ใช้มือข้างหนึ่งประกบลำคอและยกขึ้น

ถ้าไม่มีฉัน” ลีโอนาดหาทางออกให้ตัวเอง อัลฟาโล่เห็นจิ้งจกเริ่มเปลี่ยนสีก็แสยะยิ้ม

“นายเสนอตัวเป็นพวกฉันว่างั้น” อัลฟาโล่ถามเสียงต่ำ แววตาคมกริบแข็งกร้าวแต่ลีโอนาดจำต้องต่อรอง

“มีอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับอังเดรที่คุณไม่รู้ แต่ฉันรู้”

“เช่นอะไร” อัลฟาโล่ถามก่อนจะหรี่ตามอง

“ถ้าบอกนายสัญญาว่าจะปล่อยฉัน”

“ได้…” อัลฟาโล่รับปากแล้วปล่อยมือออก ลีโอนาดตาโตอย่างยินดี ในขณะที่ครูซถึงกับขยับตัวกับคำตอบของเจ้านาย

“อังเดรมันต้องการครอบครองตลาดรถยนต์ในมอสโกทั้งหมด” ลีโอนาดบอกพลางมองหน้าคมอย่างแปลกใจที่ไม่เห็นท่าทีตกอกตกใจของอีกฝ่าย

“เรื่องนี้นายรู้มาก่อนเหรอ” อัลฟาโล่นั่งไขว่ห้างรออย่างใจเย็น ทำให้ลีโอนาดรู้ทันทีว่าสิ่งที่บอกออกไปไม่สามารถซื้อชีวิตตัวเองไว้ จึงต้องงัดไม้เด็ดออกมา

“อังเดรจะขนของผิดกฎหมายในวันแข่งขัน โดยจะใช้รถที่มีสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่สนามแข่ง เพื่อป้องกันการตรวจสอบ” ประโยคท้ายดึงความสนใจของอัลฟาโล่ให้ขยับตัว

“เจ้าหน้าที่มีเอี่ยวด้วยหรือไง”

“อังเดรใช้เงินมหาศาลเป็นใบเบิกทาง เพราะของที่มันจะส่งลูกค้าเที่ยวนี้มูลค่ามากทีเดียว”

“นายมีเอี่ยวด้วยหรือเปล่า” อัลฟาโล่ถามพลางมองหน้าลีโอนาดเพื่อจับพิรุธ

“ไม่มี”

“แต่นายกับอังเดรมีข้อแลกเปลี่ยนเป็นอีเกอร์กรุ๊ป ฉันพูดถูกไหม” อัลฟาโล่บอกก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ลีโอนาดหายใจไม่ทั่วท้องเพราะประมาทคนตรงหน้าเกินไป

“นายสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายฉัน” เมื่อเห็นดวงตาคมกริบแข็งกร้าว ลีโอนาดก็รีบบอกออกไปทันที

“ต่อจากนี้นายจะไม่มีตัวตนในอีเกอร์กรุ๊ปอีกต่อไป” พูดจบร่างสูงก็เดินไปที่ประตู หากคำถามที่ดังไล่หลังทำให้ต้องหันกลับมา

“นายไล่ฉันออก”

ฉันจะได้ให้ครูซสงเคราะห์ให้” สายตาเย็นชาของอัลฟาโล่พาให้ลีโอนาดกลืนน้ำเหนียวๆ ลงคอ

“หวังว่าฉันจะไม่เห็นนายในตึกอีเกอร์ภายในสองชั่วโมงนี้นะลีโอนาด” เสียงทรงอำนาจเหมือนคำประกาศิต

นอกจากมองตามแผ่นหลังหนาไปจนกระทั่งหายเข้าไปในลิฟต์ อัลฟาโล่เหมือนกระทิงดุที่กลับมาเอาคืนให้สาสม เอาตัวรอดแล้วค่อยหาทางเอาคืนจะดีกว่า

ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดตัวลง อัลฟาโล่ก็ชำเลืองมองคนสนิทที่มองมา ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มเมื่อเห็นคำถามปรากฏในใบหน้าสี่เหลี่ยม

“นายคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงปล่อยลีโอนาดไป”

“แปลกใจมากกว่าครับ เพราะบอสไม่เคยปล่อยศัตรูลอยนวล”

และคนทะเยอทะยานอย่างลีโอนาด

ครูซมองเจ้านายเหมือนไม่เคยเห็น หากคำพูดต่อมาทำให้ครูซถึงบางอ้อ

เพราะกลัวผลกรรมจะทำให้ห่างเมียนานว่ะ” อัลฟาโล่บอกแววตาเป็นประกาย จนคนสนิทอมยิ้มไปด้วย

“บอสจะไปที่สนามแข่งขันหรือกลับบ้านครับ”

Bình Luận ()

0/255