ทัณฑ์สวาทจอมมาร

47 บทส่งท้ายแด่ผู้ชัย

*** ทักทายคร้า ทัณฑ์สวาทจอมมารเดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามคร้า ***

ข่าวการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างอัลฟาโล่และอังเดร ถูกกล่าวขวัญถึงนานนับสัปดาห์ รวมไปถึงข่าวการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายในโกดังของมิวต้ามอเตอร์ก็ดังไม่แพ้กัน หน่วยงานของรัฐได้เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินของอังเดร จากนั้นไม่นานก็มีคำสั่งศาลให้อายัดไว้จนกว่าจะรู้ที่มาที่ไป มิวต้ามอเตอร์จึงปิดตัวลงไปโดยปริยาย

เมื่อเรื่องราวตื่นเต้นผ่านพ้นไป ก็ถึงเวลาฉลองความสำเร็จ นวัตกรรมยานยนต์รุ่นใหม่ที่ออกโชว์ภายใต้แบรนด์ของอีเกอร์ถูกจองจนหมด และตัวแทนจำหน่ายยังออร์เดอร์เข้ามาอีกไม่หยุด ทำให้ผู้บริหารและคนออกแบบยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

ในค่ำคืนนี้ อีเกอร์กรุ๊ปจึงจัดงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จให้กับทุกฝ่ายอย่างยิ่งใหญ่ แขกวีไอพีและผู้สนับสนุนต่างตบเท้าเดินเข้างานด้วยรอยยิ้ม

เจ้าของงานยืนต้อนรับแขกอยู่ภายในอย่างเป็นกันเอง พิธีกรสาวดีกรีนางแบบชื่อดังในวันงานมอเตอร์โชว์ สวมชุดราตรีสีดำคว้านคอลึกไปถึงร่องอกขาว เดินเข้าไปทักทายเจ้าภาพ

“คุณอัลฟาโล่คะ” นางแบบสาวนามลิลลี่เรียกเสียงหวาน อัลฟาโล่หันไปมองต้นเสียงและจำได้ว่าเธอเป็นพิธีกรในงานก็ยิ้มให้ อัลวาเรซและแอนนาที่ยืนรับแขกอยู่หน้าประตูหันไปมองอย่างสนใจ

“ครับ” เขาขานรับสั้นๆ และรู้สึกแปลกใจนิดๆ เห็นกันในงานหลายครั้งและเธอก็ไม่เคยเข้ามาทัก แต่วันนี้นางแบบสาวกลับเดินเข้ามาหา แถมยังมองเขาด้วยสายตาหวานๆ อีกต่างหาก

“ยินดีกับความสำเร็จของอีเกอร์กรุ๊ปนะคะ” นางแบบสาวยื่นมือไปรอข้างหน้า อัลฟาโล่ยื่นมือออกไปจับ พอจะคลายออกเธอก็จับมือเขาไว้ แล้วขยับไปจูบแก้มสากเบาๆ

จังหวะนั้นกังสดาลก็เดินเข้ามาในงานพร้อมกับครอบครัว เมื่อเห็นข้างกายชายหนุ่มมีสาวสวยยืนเคียงข้างที่ไม่ใช่เธอก็รู้สึกแปลกใจ อเล็กซิสรับรู้มือเย็นเฉียบที่วางบนท่อนแขนจึงหันไปมอง กังสดาลมองมือนางแบบสาวที่จับประสานกับมือของชายหนุ่ม อัลฟาโล่หน้าเสียรีบบิดข้อมือออกอย่างสุภาพแล้วเดินเข้าไปหา

“มาแล้วเหรอครับ ผมรอตั้งนาน”

“แต่ก็มาทันเวลาสำคัญ” กังสดาลบอกเสียงเย็นชากว่าทุกครั้ง อัลฟาโล่คลี่ยิ้มที่เห็นลมเพชรหึงของคนเป็นเมีย ในใจร่ำๆ จะดึงเธอเข้ามากอด แต่ติดสายตาพ่อตาที่มองอยู่

“เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ เชิญข้างในก่อน” อัลฟาโล่พาครอบครัวชาโรน็อฟไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเวที ในขณะที่กังสดาลขอตัวไปทำธุระส่วนตัว ลิลลี่ก็สบตาอเล็กซิสแล้วพยักหน้าขึ้นลง ก่อนจะเดินไปหาเจ้าของงาน

“ทำอะไรอยู่คะพ่อ บอกกันบ้างสิคะ” มาดามอารยาถามสามีเบาๆ

“ด่านสุดท้ายแล้วน่าแม่ ถ้าหมอนั่นจิตใจแน่วแน่ก็ไม่แพ้ทางกามารมณ์หรอก” อเล็กซิสตอบเบาๆ พอได้ยินกันสองคน อารยาส่ายหน้ายิ้มๆ แต่ก็ไม่ทักท้วงใดๆ ด้วยรู้ว่าสามีทำไปเพราะรักบุตรสาว

อัลฟาโล่เห็นภรรยาสุดที่รักยังไม่กลับเข้ามาในงานก็เดินไปหาอัลวาเรซ “ฝากด้วยนะเรซ”

“จะไปไหนครับ” อัลวาเรซถามพลางมองหน้าเคร่งเครียดของพี่ชาย

“เมียงอน ขอไปตามก่อน” อัลฟาโล่ตอบพลางตบบ่าน้องชายเบาๆ

“ให้แอนนาไปตามไหมคะ” คุณหมอสาวรับอาสาแล้วมองเลยบ่าของอัลฟาโล่ไปที่นางแบบสาว

“ผมไปตามเองดีกว่า ฝากด้วย ถ้ามาช้านายก็จัดการต่อได้เลย” อัลฟาโล่บอกก่อนจะเดินจากไป ลิลลี่รีบเดินตามไป แต่ถูกแอนนาเข้าไปขวางไว้

“คุณต้องการอะไรกันแน่คุณนางแบบ” แอนนาถามหน้าตึงและโมโหหึงแทนเพื่อน อัลวาเรซได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ รอดูฤทธิ์ของว่าที่ภรรยา ในอนาคตจะได้รู้ว่าเขาต้องระวังตัวแค่ไหน

“ไม่ต้องการหมอก็แล้วกัน หลีกทาง” แอนนาไม่ยอมหลีกและมองนางแบบสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เวลาไม่สบายใครก็ต้องการหมอ แล้วคุณก็กำลังป่วยทางจิตที่คิดจะแย่งแฟนคนอื่น” คำพูดต่อว่าแบบผู้ดีทำเอาอัลวาเรซคลี่ยิ้มด้วยความถูกใจ แต่ลิลลี่ไม่สะทกสะท้าน

“แฟนใครไม่เห็นมีป้ายบอกนี่ เขาก็เหมือนกระทิงดุที่สาวๆ อยากเข้าใกล้ ฉันก็เหมือนกัน ถ้าเขายังไม่ประกาศแต่งงาน สาวๆ อย่างฉันก็มีสิทธิ์ จริงไหม” พูดเสร็จลิลลี่ก็เดินผ่านหน้าไปจนแอนนาต้องหลบ แอนนาขยับจะตามแต่อัลวาเรซคว้ามือไว้ทัน

“ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาสองคนดีกว่าครับ เราคนนอกนะ” อัลวาเรซบอกยิ้มๆ แอนนาพยักหน้าขึ้นลงก่อนจะหันไปยิ้มให้แขก ครูซเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นจึงรีบตามลิลลี่ไป

ลิลลี่เดินแกมวิ่งตามมาจนทันอัลฟาโล่ แล้วแสร้งล้มลงไปนั่งที่พื้น “โอ๊ย…” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดทำให้อัลฟาโล่หันไปมอง พอเห็นลิลลี่นั่งกุมข้อเท้าอยู่ก็รีบเข้าไปพยุง

“เป็นอะไรครับ”

สงสัยข้อเท้าแพลง” ลิลลี่เอนตัวไปซบอกกว้าง อัลฟาโล่กลัวเธอล้มจึงกอดไว้

ชายหนุ่มหน้าเครียด รีบหันไปมองเจ้าของเสียง แววตากลมโตมองมาอย่างตัดพ้อ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น

“เธอล้มครับ ผมก็เลยช่วย” เขาแก้ต่างพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือบาง แต่กังสดาลถอยห่างไปข้างหลัง

“ก็พาไปหาหมอด้วยเลยสิคะ หรือเธอไม่ต้องการหมอแต่ต้องการคุณ”

ผมไม่มีสายตามองใครนอกจากคุณ”

“บอสครับ” ครูซเข้ามาถูกจังหวะ ทำให้อัลฟาโล่ได้วิธีอยู่กับศรีภรรยาตามลำพัง

“พาคุณลิลลี่ไปหาหมอด้วยนะครูซ ฉันกับคุณนาเดียจะกลับเข้าไปในงาน” พูดจบอัลฟาโล่ก็พากังสดาลเดินออกไป ลิลลี่มองตามจนกระทั่งทั้งสองห่างไปไกลก็ลุกขึ้นยืน

“เชิญครับ” ครูซผายมือเชิญ

“ไปไหนคะ” ลิลลี่ทำหน้างง

“ไปหาหมอ” ครูซบอกพลางมองหญิงสาวอย่างจับผิด

“ฉันหายแล้ว ไปนะคะบอดี้การ์ดสุดหล่อ” ลิลลี่จัดสูทให้ครูซอย่างหยอกเย้าแล้วก็เดินจากไป

เสียงสนทนาก็ดังแว่วมาให้ได้ยิน บอดี้การ์ดหนุ่มจึงหลบข้างผนังเพื่อยืนฟังการสนทนา

“ค่าจ้าง แล้วปิดเรื่องนี้เป็นความลับเลยนะ” อเล็กซิสส่งเช็คให้ ลิลลี่มองเห็นตัวเลขก็ตาโตด้วยความดีใจ

“เขาสองคนรักกันมากนะคะท่าน ท่านแยกพวกเขาไม่ได้หรอก”

เธอหมดหน้าที่แล้วไปได้” อเล็กซิสกำชับก่อนจะเดินกลับเข้าไปในงาน ลิลลี่จูบเช็คแล้วจะเดินตามออกไป

หลังจากได้ตัวภรรยามาแล้ว อัลฟาโล่ก็พาขึ้นไปบนห้องรับรองที่เปิดไว้สำหรับแขกวีไอพี โดยไม่สนใจใบหน้างอง้ำและสายตาเย็นชาของภรรยาสุดที่รัก

วันนี้มายเดียร์สวยมากรู้ไหม” ทันทีที่ประตูห้องพักปิด

“ไม่ต้องมาเยอะเลยนะ ปล่อย จะกลับเข้าไปในงาน”

“เดี๋ยวก็ได้ครับ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” อัลฟาโล่บอกพลางกดปลายจมูกลงบนแก้มนุ่ม ซุกไซ้ละเลื่อนไปตามลำคอระหง

“ไม่มีอะไรจะคุยค่ะ เห็นชัดเต็มสองตาเลยว่าคุณกับแม่นางแบบนั่นกอดกันกลมเชียว” กังสดาลตวัดเสียงใส่

ความหวานซ่านทรวงของจุมพิตจากเขา ทำเอาร่างงามสะท้านวาบหวาม

ไม่มีอะไรในกอไผ่จริงๆ” เขาย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง

บางทีก็ยั่วนิดๆ แบบนี้ ผมจะมองใครได้ล่ะครับ นอกจากคนนี้”

“เขาไม่เคยยั่วซะหน่อย ตัวเองน่ะสิทำให้เป็นแบบนั้น” กังสดาลแหงนหงายใบหน้าแดงก่ำขึ้นเพื่อเปิดทาง อัลฟาโล่ยิ้มร่าก่อนจะซุกซบใบหน้าที่ซอกคอหอมกรุ่น

“ขนาดไม่ยั่วผมก็แย่ ไปไหนไม่ได้แล้วทูนหัว อาทิตย์หน้าแต่งงานกันนะครับ ผมให้พ่อคุยกับพ่อคุณแล้ว”

มายเดียร์ไม่เห็นรู้เรื่องเลย” คำแทนตัวแสนหวานกลับมา แสดงว่าเมียหายโกรธแล้ว อัลฟาโล่แอบยิ้มอยู่ในใจ

“วันนี้ครับ ป่านนี้คงคุยกันแล้ว”

เธอยกมือคล้องคอหนาขณะสายตาสบกับตาคมที่เต็มไปด้วยไฟเสน่หา อัลฟาโล่จูบซับดวงหน้าก่อนจะหยุดที่ริมฝีปากหวาน แต่หญิงสาวเบือนหนีเพื่อหยุดเขา

“ทำไมล่ะครับ”

“เสร็จงานค่อยเอ่อ…ก็ได้นะคะ คุณต้องกล่าวเปิดงานด้วยไม่ใช่เหรอ” เธอบอกไม่เต็มเสียงเพราะอายที่จะต่อรองเรื่องบนเตียง

อยากอยู่กับมายเดียร์มากกว่า” เขาบอกเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ฝ่ามือร้อนลูบไล้ไปตามแนวกระดูกสันหลังและดันเข้าไปหา อกอวบอิ่มที่ซ่อนอยู่ในชุดราตรีเกาะอกบดเบียดเสียดสีแผ่นอกกว้าง

จูบหวานๆ

โทษฐานที่ทรมานสามีสุดหล่อ” อัลฟาโล่เคาะสันจมูกเล็กเบาๆ หญิงสาวก็ย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก

อัลฟาโล่หายใจออกมาแรงๆ ที่ถูกขัดจังหวะ

“คุณลิลลี่มีเรื่องจะบอกครับบอส” ครูซบอกพลางหันไปบังคับนางแบบสาวด้วยสายตา กังสดาลเดินมายืนข้างอัลฟาโล่อย่างสงสัย

ฉันทำเพื่อให้คุณสองคนผิดใจกันค่ะ”

“ต่อเลยครับ” อัลฟาโล่บอกเพราะแน่ใจว่าสิ่งที่ลิลลี่จะพูดยังไม่หมด

“คือมีคนจ้างให้ฉันมาทดสอบคุณอัลฟาโล่ค่ะว่าจะติดใจฉันหรือเปล่า” ลิลลี่ก้มหลบสายตาคมกริบทรงอำนาจ กังสดาลมองหญิงสาวอย่างไม่แน่ใจและใคร่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง

“ใครคะ…” เธอถามสั้นๆ ลางสังหรณ์บอกให้รู้ว่าครอบครัวของเธอเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน

ลิลลี่เสมองไปอีกทางแต่ก็ไม่สามารถเลี่ยงได้จึงต้องบอกอย่างจำใจ “คุณอเล็กซิสค่ะ…”

ลิลลี่ส่งเช็คที่ลงชื่อประมุขชาโรน็อฟให้อัลฟาโล่ดู กังสดาลถอนหายใจเบาๆ แต่ไม่ได้โกรธบิดาสักนิดด้วยรู้ว่าที่ท่านทำเพราะรักและห่วงเธอ

เมื่อบอกความจริงเสร็จ ครูซก็พาลิลลี่กลับเข้าไปในงาน

“คุณโกรธพ่อหรือเปล่าคะ” กังสดาลถามเมื่อเห็นเขาเงียบไป อัลฟาโล่พาเธอไปนั่งบนโซฟาและยกร่างบางขึ้นนั่งบนตัก

เพราะรู้ว่าท่านทำไปเพื่อทดสอบความรักของผมที่มีต่อคุณ” เขาจับมือบางขึ้นไปจูบ มืออีกข้างก็ลูบไล้สะโพกผายมนเบาๆ

“ขอบคุณนะคะที่ไม่โกรธท่าน ต่อหน้าคนอื่นท่านชื่นชมคุณมากๆ นะคะ”

Bình Luận ()

0/255